เมื่อปลายปี 2554 ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์หลายรายต่างให้ความเห็นตรงกันว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลปี 2555 นี้
จะอยู่ในภาวะฝืดเคืองจากปัจจัยลบหลายประการ ทั้งเรื่องทำเลที่เหมาะสมในการพัฒนา การหาที่ดินเปล่าเพื่อนำมาพัฒนาได้ยากขึ้น ปัญหาอุทกภัยทำให้หลายทำเลดูไม่ปลอดภัย ตลาดกรุงเทพฯ-ปริมณฑล ซึ่งเป็นตลาดหลักอาจไม่เพียงพอ ความกังวลดังกล่าวสะท้อนผ่านแผนลงทุน ที่ขยายสู่ทำเลใหม่ๆ มากขึ้น เช่นการหนีเมืองกรุงไปเพิ่มน้ำหนักการลงทุนยังหัวเมืองท่องเที่ยว
นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า หลังจากที่บริษัทเคยรุกตลาดต่างจังหวัด ทั้งในทำเลหัวหินที่บริษัทกลายเป็นเจ้าตลาดคอนโดมิเนียม และที่ อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต บริษัทสามารถปิดการขายได้ภายในเวลาเพียงครึ่งวัน ปีนี้แสนสิริจึงวางแผนรุกตลาดต่างจังหวัดเต็มรูปแบบ ทั้งที่ ภูเก็ต เชียงใหม่ เขาใหญ่ และพัทยา โดยจะมีโครงการขึ้นอย่างน้อย 4-5 โครงการ
"ภูเก็ตเหมือนเป็นกรุงเทพฯ แห่งที่ 2 คอนโดมิเนียมทั้งระดับบน กลาง ล่าง ล้วนขายได้หมด มีทั้งตลาดบ้านหลังที่ 2 ตลาดกลุ่มคนทำงาน ตลาดจากกลุ่มนักศึกษาที่ต้องใช้พักเพื่อไปเรียนมหาวิทยาลัย และมีปัจจัยบวกจากการเป็นหัวเมืองท่องเที่ยว การมีศูนย์การค้า มีสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน ต่างจังหวัดเองก็มีปัจจัยที่ดี จากเดิมที่เราไม่ได้เน้นทำโครงการต่างจังหวัดมากนัก ปีนี้เราจะลองรุกตลาดต่างจังหวัดมากขึ้น และวิเคราะห์ผลตอบรับของแต่ละโครงการเป็นระยะๆ เพื่อพิจารณาการลงทุนต่อไป" นายเศรษฐา ย้ำและว่า สำหรับโครงการที่ภูเก็ต จะเปิดตัวในอาทิตย์หน้า ส่วนที่เขาใหญ่จะเปิดโครงการช่วงกลางเดือน ก.พ. และโครงการที่เชียงใหม่ น่าจะเปิดตัวได้ในช่วงปลายไตรมาส 2
ผู้บริหารแสนสิริ กล่าวด้วยว่า ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในปีนี้ จะเติบโตเพียง 7-10% เท่านั้น เพราะมีปัจจัยลบหลายประการ ทั้งพื้นฐานเศรษฐกิจภายในที่ไม่นิ่ง ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ ไม่น่าจะเติบโตมากนัก ทั้งเศรษฐกิจต่างประเทศที่อยู่ในภาวะผันผวน ทั้งเรื่องของนโยบายการเงิน ผู้ประกอบการรายเล็ก-รายกลาง จะไม่สามารถแข่งขันได้มากนัก เนื่องจากสถาบันการเงินไม่ปล่อยกู้ ดอกเบี้ยก็ลดลงเพียง 0.25% ปีนี้ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์คงเป็นการแข่งขันระหว่างผู้ประกอบการรายใหญ่
"การแย่งชิงระหว่างรายใหญ่ในปีนี้ คงเน้นหนักไปที่เรื่องของคุณภาพโครงการ โดยเฉพาะเรื่องการสร้างความมั่นใจให้กับผู้บริโภค ในเรื่องการป้องกันและแก้ไขปัญหาน้ำท่วม หากสร้างความมั่นใจให้ลูกค้าได้ ตลาดก็กลับมา ที่ผ่านมาเราเองไม่รู้ว่าเราเป็นที่หนึ่งด้านยอดขายหรือไม่ แต่เรามั่นใจว่าเราเป็นที่หนึ่งด้านคุณภาพ"
ปี 2555 แสนสิริมีแผนจะเปิดตัวโครงการใหม่ 44 โครงการ แบ่งเป็นคอนโดมิเนียม 19 โครงการ บ้านเดี่ยว 15 โครงการ และทาวน์เฮ้าส์ 10 โครงการ มูลค่ารวมประมาณ 4.6 หมื่นล้านบาท ในจำนวนนี้จะมีโครงการต่างจังหวัด 4-5 โครงการ คิดเป็น 10% ของโครงการทั้งหมด ทั้งนี้ แสนสิริตั้งเป้ายอดขายไว้ที่ 3.2 หมื่นล้านบาท เติบโตจากปีที่แล้วที่มียอดกว่า 2 หมื่นล้านบาท
คอนโดหัวหิน-ชะอำแข่งเดือด
อีกความเคลื่อนไหวที่ตอกย้ำแผนรุกหัวเมืองท่องเที่ยวดังกล่าว นายแฟรงค์ ข่าน ผู้อำนวยการฝ่ายที่ปรึกษาด้านโครงการที่พักอาศัย บริษัท ไนท์แฟรงค์ ชาร์เตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า ปี 2554 ที่ผ่านมา มีซัพพลายใหม่ของคอนโดมิเนียมในหัวเมืองท่องเที่ยวต่างจังหวัด อย่างหัวหิน-ชะอำ 5 โครงการ หรือคิดเป็น 6,889 ยูนิต ถือเป็นอัตราที่เติบโตขึ้นมาก คาดว่าตลาดคอนโดหัวหินในปี 2555 นี้จึงน่าจะมีการแข่งขันกันอย่างหนัก จากการลงทุนเพิ่มเติมของผู้ประกอบการจากกรุงเทพฯ ที่หันมาซื้อที่ดินเพื่อพัฒนาคอนโดทำเลดังกล่าว
เมื่อพิจารณาซัพพลายคอนโดมิเนียมทั้งหมดของปีที่แล้ว ในพื้นที่หัวหิน-ชะอำ พบว่า มีซัพพลายรวมอยู่ที่ 13,393 ยูนิต มีสัดส่วนมากที่สุดในแถบชะอำ 60% ตามด้วยเขาตะเกียบ 15% ขณะที่ในบริเวณหัวหินนั้นมีซัพพลายคอนโดมิเนียมเพียง 7%
อย่างไรก็ตาม ความต้องการซื้อในบริเวณดังกล่าวมีเพียง 1,000-2,000 ยูนิตต่อปี ดังนั้นจำนวนซัพพลายใหม่ที่เพิ่มมาในปีที่แล้วจำนวน 6,889 ยูนิต รวมกับซัพพลายเดิมที่ตกค้างอีกราว 1,000 ยูนิต จึงน่าจะต้องใช้เวลาขายอย่างน้อย 5-6 ปีกว่าที่ตลาดจะดูดซับออกไปได้หมด
Tags : เศรษฐา ทวีสิน • ไนท์แฟรงค์ • ตลาดอสังหาฯปี 55 • ตลาดอสังหาฯต่างจังหวัด
