กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ad a1

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 9 กันยายน 2553 16:00

'แสนสิริ' เปิดคอนโดฯ 'TEAL (ทีล) สาทร-ตากสิน' ชูชีวิตสมดุล

อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

อุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แสนสิริ เปิดตัวคอนโดมิเนียมย่านสาทร-ตากสิน รับกระแสความต้องการ เน้นสมดุลของชีวิตคนเมือง-ธรรมชาติ "TEAL (ทีล) สาทร-ตากสิน"

นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ในเดือนกันยายนนี้ แสนสิริ ได้ทำการเปิดตัวโครงการคอนโดมิเนียมโครงการล่าสุด ‘TEAL (ทีล) สาทร-ตากสิน’ หลังจากที่บริษัทฯ ประสบความสำเร็จกับการขายโครงการคอนโดมิเนียม Hive สาทร ในทำเลเดียวกันเมื่อไม่นานมานี้ ทำให้ทราบว่าทำเลดังกล่าว ยังเป็นที่ต้องการของกลุ่มเป้าหมายคนทำงานและครอบครัวที่ต้องการความสะดวกในการเดินทาง

รวมทั้ง ต้องการความสบายในการอยู่อาศัยที่รื่นรมย์ด้วยบรรยากาศความเป็นธรรมชาติท่ามกลางต้นไม้ใหญ่ในดีไซน์ที่สวยงาม พร้อมทั้งสัมผัสชีวิตและความบันเทิงของแหล่งสันทนาการในเมืองได้อย่างลงตัว

ประกอบกับ ผลวิจัยของกลุ่มบริษัทแสนสิริ ที่ระบุชัดว่า ทำเลย่านสาทร-ตากสิน ยังมีผู้ประกอบการเดินหน้าพัฒนาโครงการป้อนสู่ตลาดอย่างต่อเนื่อง เพื่อตอบกำลังซื้อในสไตล์ของตนเอง ย่อมเป็นเครื่องพิสูจน์ให้เห็นถึงศักยภาพของทำเลในย่านดังกล่าวได้เป็นอย่างดี

“ผลวิจัยของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ระบุชัดเจนว่า คอนโดมิเนียมตามแนวเส้นทางรถไฟฟ้า ในย่านสาทร-ตากสิน นับเป็น 1 ใน 3 ทำเลทอง ที่มีอัตราการพัฒนาเพิ่มขึ้นในช่วงครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันในปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นถึงกำลังซื้อที่มีอยู่มาก จนสามารถผลักดันกลไกการซื้อขายให้เสร็จแบบสมบูรณ์อย่างรวดเร็ว และจากผลดังกล่าวทำให้ แสนสิริ ตัดสินใจพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม ‘TEAL (ทีล) สาทร-ตากสิน’ เสนอสู่ตลาดภายใต้แนวคิด การสร้างสมดุลการใช้ชีวิตแบบคนเมืองเข้ากับธรรมชาติ (Live in Balance)

โดยให้ความสำคัญกับพื้นที่สีเขียว ความร่มรื่นภายใต้ต้นไม้ขนาดใหญ่ภายในพื้นที่โครงการ ทั้งๆ ที่อยู่ในทำเลที่เป็นใจกลางเมือง นับเป็นจุดขายใหม่ในทำเลย่านสาทร-ตากสิน ณ ปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการสร้างความแตกต่างจากคู่แข่งในแง่แนวคิดการดีไซน์ที่ใส่ใจในทุกตารางเมตรของการอยู่อาศัยและสะท้อนความต้องการของผู้อยู่อาศัยอย่างแท้จริง” นายอุทัย กล่าว

ทั้งนี้ ‘TEAL (ทีล) สาทร-ตากสิน’ เป็นอีกหนึ่งโครงการคอนโดมิเนียมในคอลเลคชั่น Live with Attitude ที่สะท้อนให้เห็นถึงเสน่ห์แห่งการใช้ชีวิต ด้วยมุมมองที่แตกต่างและการรู้จัก Balance หรือสร้างสมดุลชีวิตให้ความหลากหลายนั้นลงตัว เปรียบได้กับการรู้จักบรรจงแต่งแต้มสีสันให้ชีวิตเรา

โดยคำว่า ‘TEAL’ คือ ชื่อเฉดสีเขียวที่สื่อถึงการการใช้ชีวิตแบบสมดุลย์ หรือ Live in Balance สะท้อนให้เห็นถึง ความสมดุลของชีวิตการอยู่อาศัยซึ่งเมื่อทำได้อย่างพอดีก็จะทำให้เราใช้ชีวิตในแต่ละวันได้อย่างลงตัว โดย ‘TEAL’ (ทีล) สาทร – ตากสิน มีเนื้อที่โครงการเกือบ 3 ไร่ เป็นอาคารสูง 27 ชั้น 1 อาคาร รวม 409 ยูนิต เพียง 150 เมตรจาก BTS วงเวียนใหญ่ มีให้เลือกหลายขนาด ประกอบด้วย 1 ห้องนอน, 2 ห้องนอน, 2 ห้องนอนแบบ Duplex และ 3 ห้องนอน

นอกจากนี้ ยังประกอบด้วยสิ่งอำนวยความสะดวกอาทิ สวนส่วนกลาง สระว่ายน้ำ ห้องออกกำลังกาย และ Service Lounge ซึ่ง แสนสิริ ได้เสนอขายโครงการในแบบ Fully Furnished ในราคาเริ่มต้นเพียง 2.36 ล้านบาท โดยกำหนดจัด Grand Opening เปิดตัวการขายอย่างเป็นทางการ ในวันที่ 11-12 กันยายน ศกนี้ ทั้งนี้ เพื่อเป็นการต้อนรับการเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของสังคมแห่งความสุขหรือ Beautiful Community ยังได้มอบ BlackBerry Curve 8520 หรือ HTC wildfire พร้อม Sansiri Family Sim กับแพ็กเกจ GPRS Unlimited และโทรฟรี 100 บาท นาน 6 เดือน เลือกรับอย่างใดอย่างหนึ่งสำหรับลูกค้าที่จองภายในวันงาน

ส่วนภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลัง 2553 นั้น นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโสสายงานพัฒนาธุรกิจและพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) กล่าวแสดงวิสัยทัศน์ในประเด็นดังกล่าวว่า  ตลาดคอนโดมิเนียมเริ่มมีทิศทางการปรับตัวที่ดีขึ้น แนวโน้มการพัฒนาโครงการใหม่ส่วนใหญ่อยู่ในพื้นที่สุขุมวิท ตากสิน และพหลโยธิน ซึ่งหากสถานการณ์เติบโตได้ดีขึ้นตามลำดับ ระดับราคาขายเฉลี่ยของคอนโดมิเนียม โดยภาพรวมน่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 3% ตามการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ 

Tags : แสนสิริ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Cancer Foods

    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศอันตราย บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง
    Fast Food จากต่างประเทศ มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นจำนวนมาก
    ไขมันทรานส์ จะเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดเลว และ ลดระดับของโคเลสเตอรอลชนิดดีให้ลดลง
    ไขมันทรานส์ เป็น ไขมันที่ทำให้ ผนังเส้นเลือดจะสะบักสะบอม เต็มไปด้วยคราบไขอุดตัน
    Big Mac แฮมเบอเกอร์ มีไขมันทรานส์ 1.5 กรัม
    เฟรนช์ฟราย (french fries) ขนาดใหญ่ 170 กรัม มีไขมันทรานส์ 8 กรัม
    ไขมันทรานส์ มีใน "อาหารสำเร็จรูป จากต่างประเทศ" และ "Fast Food จากต่างประเทศ"
    Fast Food จากต่างประเทศ บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง


    (1.) แฮมเบอร์เกอร์ จัดเป็นอาหารประเภทที่ “มีความเสี่ยงสูง” เพราะเวลาที่สูญเสียไปในระหว่างรอกระบวนการนำ “เนื้อ” มาใช้ปรุงทำให้มี “แบคทีเรีย” เกิดขึ้นได้สูง ทำให้จำเป็นต้องมีการใช้ “สารเคมีสีแดง” มาช่วยกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าเสีย ทำให้เนื้อแดงเปลี่ยนเป็นเขียว นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่ “สารปรุงรส”(MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ โดย “MSG” เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย
    มีสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท


    (2.) เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง” โดยการทอด “เฟร้นช์ฟราย” ใช้อุณหภูมิสูงทำให้มี “สารอะคริลิไมด์” ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
    ออกมา นอกจากนี้ “น้ำมัน” ที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ “ออกซิไดซ์” ในมันฝรั่งยังมี “ดรรชนีกลีซิมิค” (Glycemic) อยู่สูงมาก…..นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็ว มาก


    (3.) พิซซ่า
    “พิซซ่า” ประกอบด้วยอาหารที่มาจากการ “ตัดแต่งพันธุกรรม” 5 ชนิด คือ…..1.”เนยแท้”(cheese) เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเรียกว่าเนยแท้ได้เลย…..2.”แป้ง” ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโม เลกุลที่เคยมีอยู่เข้าไปใหม่…..3.”ซอสมะเขือเทศ” ทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศที่สร้าง “ยาฆ่าแมลง” ของมันขึ้นมาได้เองในร่างกายของท่าน…..4.”แป้งสาลี” ชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม…..5. มี “น้ำมันฝ้าย” ประกอบอยู่ โดยฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้ในฝ้ายเมล็ดจะเป็นตัวดูดเอาสาร พิษต่างๆเอาไว้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณะสุข ต่างไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันที่จะรับรองว่ามันปลอดภัยต่อการบริโภค ได้หรือไม่ มันไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่มันเป็น “น้ำมันไฮโดรจีเนต” และมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง
    นอกจากนี้ “ผิวหน้าแป้งพิซซ่า” ที่อบปิ้งในอุณหภูมิสูง อาจมี “สารอะคริลิไมด์” เกิดขึ้นด้วย ขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่า “เพ็พเปอโรนิ” หรือเพิ่มหน้าไส้กรอกทำให้มีความเสี่ยงสูงจาก “ไนไตรท์” สารกันบูดและสารเคมีอื่นๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน


    (4.) ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก
    เป็นเมนู ที่ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว การรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไปจะให้พลัง งาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส “MSG” ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ “นัคเก็ตชิคเก้น” บางอันจะมี “สารอะลูมิเนียม” ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย


    (5.) โดนัท
    โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัท 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้โดนัทยังทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งน้ำมันประเภทนี้จะทำให้มีกลิ่นหืนและมีสารอนุ มูลอิสระเกิดขึ้น ทำให้เกิดสารพิษและทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น


    (6.) ไอศกรีม
    มีไขมันอยู่สูงมากเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีน้ำตาลอยู่มากทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยน(Transfat) ไปจากธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน ทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง


    (7.) ฮอทด็อก

    เป็นอีก “เมนูอันตราย” เพราะมีกระบวนการผลิตคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ และ “ฮอทด็อก” ทั้ง หมดยังใส่ “สารไนไตรท์” เพื่อช่วยทำให้เนื้อยึดตัวและช่วยเติมไส้กรอกให้เต็ม โดย “สารไนไตรท์” เป็นสารที่ทำให้เกิด “โรคมะเร็ง” ในกระเพาะอาหาร มะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ “ถุงหลอด” ที่ใช้บรรจุฮอทด็อก ก็ทำจาก “คอลลาเจนสังเคราะห์” ที่เป็นสารก่อให้เกิด “โรคมะเร็ง” ได้สูง มีไขมันที่เป็นสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40% เมื่อนำ ไปปิ้งย่าง มันจะทำให้มี “สารพิษร้ายแรง” ที่เรียกว่า “อะคริลิไมด์” (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และ “ทำลายประสาท” นอกจากนี้
    ไส้กรอก และ หมูแฮม ยังทำให้คนที่บริโภค เข้าไป เกิดโรคอ้วนด้วย


    (8.) น้ำอัดลม
    สารตัวสำคัญที่มีอยู่ใน “น้ำอัดลม” คือ “กรดกำมะถัน”(Phosphoric acid) ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน กรดที่สะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ “น้ำโซดา” ที่เป็นส่วนประกอบอีกตัวของน้ำอัดลมจะเป็นตัวชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก จนทำให้เกิด “โรคกระดูกพรุน”
    นอกจากนี้ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะมี “น้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน” อยู่ 12 ช้อนชา ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว หรือ Diet soda ที่ใช้ “น้ำตาลเทียมสังเคราะห์” (Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลธรรมดามาก ขณะที่ “สี” ที่ใช้เติมในน้ำอัดลม ยังเป็น “สารก่อมะเร็ง” ด้วย

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement