นายกสมาคมสถาปนิกฯ ชี้แนวโน้มอสังหาฯ "กรีนบิวดิ้ง" เพื่อสังคมมาแรง แนะกทม.ออกกม.หนุนผู้ประกอบการซื้อที่จอดรถสาธารณะ แทนการสร้างในอาคาร
นายทวีจิต จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในงานเสวนา ““Home Development Today & Tomorrow” จัดโดยบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการออกแบบในอนาคตว่า เทรนด์ของโลกจากนี้ไปจะให้ความสำคัญด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และหลายประเทศได้บังคับเป็นข้อกฎหมาย ด้วยการกำหนดเป็นมาตรฐานการก่อสร้างสำหรับประเทศเพื่อนบ้านไทย
เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็ได้กำหนดเป็นมาตรฐานขึ้นมา ทั้งยังได้นำวัสดุก่อสร้างจากการรื้ออาคารเก่ากลับมาใช้ใหม่ และในประเทศไทยเองก็เริ่มที่ดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวนี้เช่นกัน
นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยยังให้ความสำคัญกับการลดความหนาแน่นของการอยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด “ความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยและอยู่กันอย่างมีความสุข” และมีการพัฒนาในรูปแบบผสมผสานสนองตอบไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน รวมถึงจะต้องมีการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกพื้นที่ เช่น บ้านในญี่ปุ่น 70% ไม่มีหลังคาแต่จะทำเป็นดาดฟ้าและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่
ส่วนด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการก่อสร้างที่ปัจจุบันจะเป็นกฎหมายที่ห้ามนั้น ภาครัฐควรหันมาออกกฎหมายในรูปส่งเสริมแทน เช่น การออกกฎหมายพื้นที่จอดรถของคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าหากไม่ต้องการสร้างที่จอดรถจำนวนมากๆ ให้สามารถบริจาคเงินให้แก่หน่วยงานกลางเพื่อทำการจัดซื้อจัดทำพื้นที่จอดรถสาธารณะแทน และผู้ประกอบการเองสามารถนำส่วนพื้นที่จอดรถไปพัฒนาเพิ่มพื้นที่ขายได้ ซึ่ง กทม.น่าจะพิจารณาปรับเปลี่ยนในการแก้ไขกฎหมายหรือกำหนดในผังเมืองฉบับใหม่
ด้าน นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูลย์ ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นในปีนี้ เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้กู้มากนัก เนื่องจากปรับขึ้นไม่มากแต่หากมีการปรับขึ้นเกินกว่า 1% จะทำให้ผู้กู้ได้รับผลกระทบ
โดยเฉพาะผู้ยื่นขอสินเชื่อใหม่ เพราะการคิดค่าผ่อนต่องวดจะอยู่บนพื้นฐานของอัตราดอกเบี้ยใหม่ สิ่งที่ต้องระวังก็คือ การแข่งขันการจัดแคมเปญดอกเบี้ยกู้ของธนาคาร และธนาคารแห่งประเทศไทยควรจะมีการออกกฎเกี่ยวกับการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ รวมถึงบังคับให้สถาบันการเงินคำนวณอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่จะต้องจ่ายเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ
Tags : สมาคมสถาปนิกสยาม • กรีนบิวดิ้ง
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น