กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก
ad a1

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 9 กันยายน 2553 01:00

เทรนด์อสังหาฯโลก 'กรีนบิวดิ้ง' มาแรง รับกระแสสิ่งแวดล้อม

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นายกสมาคมสถาปนิกฯ ชี้แนวโน้มอสังหาฯ "กรีนบิวดิ้ง" เพื่อสังคมมาแรง แนะกทม.ออกกม.หนุนผู้ประกอบการซื้อที่จอดรถสาธารณะ แทนการสร้างในอาคาร

นายทวีจิต จันทรสาขา นายกสมาคมสถาปนิกสยาม ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวในงานเสวนา ““Home Development Today & Tomorrow” จัดโดยบริษัท ธารารมณ์ เอ็นเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน) ถึงทิศทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยและการออกแบบในอนาคตว่า เทรนด์ของโลกจากนี้ไปจะให้ความสำคัญด้านการเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น และหลายประเทศได้บังคับเป็นข้อกฎหมาย ด้วยการกำหนดเป็นมาตรฐานการก่อสร้างสำหรับประเทศเพื่อนบ้านไทย

เช่น มาเลเซีย และสิงคโปร์ ก็ได้กำหนดเป็นมาตรฐานขึ้นมา ทั้งยังได้นำวัสดุก่อสร้างจากการรื้ออาคารเก่ากลับมาใช้ใหม่ และในประเทศไทยเองก็เริ่มที่ดำเนินการในรูปแบบดังกล่าวนี้เช่นกัน

นอกจากนี้ แนวทางการพัฒนาที่อยู่อาศัยยังให้ความสำคัญกับการลดความหนาแน่นของการอยู่อาศัย ภายใต้แนวคิด “ความหนาแน่นของที่อยู่อาศัยและอยู่กันอย่างมีความสุข” และมีการพัฒนาในรูปแบบผสมผสานสนองตอบไลฟ์สไตล์ของคนในยุคปัจจุบัน รวมถึงจะต้องมีการออกแบบให้สามารถใช้ประโยชน์ได้ทุกพื้นที่ เช่น บ้านในญี่ปุ่น 70% ไม่มีหลังคาแต่จะทำเป็นดาดฟ้าและใช้ประโยชน์ได้เต็มที่

ส่วนด้านกฎหมายที่เกี่ยวกับการก่อสร้างที่ปัจจุบันจะเป็นกฎหมายที่ห้ามนั้น ภาครัฐควรหันมาออกกฎหมายในรูปส่งเสริมแทน เช่น  การออกกฎหมายพื้นที่จอดรถของคอนโดมิเนียมติดรถไฟฟ้าหากไม่ต้องการสร้างที่จอดรถจำนวนมากๆ ให้สามารถบริจาคเงินให้แก่หน่วยงานกลางเพื่อทำการจัดซื้อจัดทำพื้นที่จอดรถสาธารณะแทน และผู้ประกอบการเองสามารถนำส่วนพื้นที่จอดรถไปพัฒนาเพิ่มพื้นที่ขายได้ ซึ่ง กทม.น่าจะพิจารณาปรับเปลี่ยนในการแก้ไขกฎหมายหรือกำหนดในผังเมืองฉบับใหม่

ด้าน นายกิตติ พัฒนพงศ์พิบูลย์ ประธานสมาคมสินเชื่อที่อยู่อาศัย  กล่าวว่า แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นในปีนี้ เชื่อว่าจะไม่มีผลกระทบต่อผู้กู้มากนัก เนื่องจากปรับขึ้นไม่มากแต่หากมีการปรับขึ้นเกินกว่า 1% จะทำให้ผู้กู้ได้รับผลกระทบ

โดยเฉพาะผู้ยื่นขอสินเชื่อใหม่ เพราะการคิดค่าผ่อนต่องวดจะอยู่บนพื้นฐานของอัตราดอกเบี้ยใหม่ สิ่งที่ต้องระวังก็คือ การแข่งขันการจัดแคมเปญดอกเบี้ยกู้ของธนาคาร และธนาคารแห่งประเทศไทยควรจะมีการออกกฎเกี่ยวกับการกำหนดเงินดาวน์ขั้นต่ำ รวมถึงบังคับให้สถาบันการเงินคำนวณอัตราดอกเบี้ยสุทธิที่จะต้องจ่ายเพื่อให้ประชาชนได้รับทราบ

Tags : สมาคมสถาปนิกสยาม กรีนบิวดิ้ง

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement