แบงก์บีบเจ้าของโครงการ "มหานคร" ใส่ทุนเพิ่ม 1.5 พันล้าน ก่อนปล่อยกู้ สรพจน์ เตชะไกรศรี รับผลตอบแทนการลงทุนลดลง ต่างชาติคืนห้องกว่า 500 ล.
นายสรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับประมาณการผลตอบแทนจากการลงทุนในโครงการ “มหานคร” ใหม่ลดลง หลังจากที่ธนาคารที่ให้การสนับสนุนโครงการได้ขอปรับเงื่อนไขการปล่อยกู้ใหม่ ด้วยการพิจารณาจากยอดขายที่เดิมทางโครงการต้องมียอดขาย 30% มาเป็น 50% แต่เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาเกิดปัญหาทางการเมือง ทำให้ลูกค้าต่างชาติที่จองห้องชุดคืนห้องพร้อมกับขอเงินคืนกว่า 10 ยูนิตรวมมูลค่า 400-500 ล้านบาท
นอกจากนั้นการที่ค่าเงินบาทแข็งค่า ก็มีผลกระทบต่อกลุ่มลูกค้าต่างชาติ โดยเฉพาะชาวยุโรป ทำให้บริษัทหันมาเจาะกลุ่มลูกค้าเป้าหมายในประเทศและเอเชีย ซึ่งต้องใช้เวลาในการขาย ดังนั้นบริษัทจึงเจรจากับสถาบันการเงินที่สนับสนุนใหม่ โดยได้ข้อสรุปคือการคงสัดส่วนการขายไว้เท่าเดิมคือ 30% แต่กรรมการบริษัทจะต้องนำเงินส่วนตัวใส่เข้าไปเพิ่มคิดเป็นวงเงิน 1,500 ล้านบาท ทำให้ลดวงเงินที่ต้องกู้ธนาคารเหลือ 5,500-6,000 ล้านบาท จากเดิม 7,000 ล้านบาท หลังจากที่ก่อนหน้านี้ได้ใส่เงินเข้าไปแล้วรอบหนึ่งกว่า 3,000 ล้านบาท
ด้านความคืบหน้าโครงการมหานครซึ่งมีมูลค่า 1.8 หมื่นล้านบาท ด้านการขายมียอดขายแล้ว 50 ยูนิต หรือคิดเป็น 15% ซึ่ง 70% เป็นกลุ่มลูกค้าคนไทย ตั้งเป้ายอดขาย 25-30% ภายในสิ้นปีนี้
สำหรับโครงการนี้ได้ผ่านการขออนุญาตเรื่องสิ่งแวดล้อม (อีไอเอ) แล้ว ขณะที่แบบการก่อสร้างคาดว่าจะยื่นกับสำนักการโยธา กทม. ในอีก 2 เดือนข้างหน้า และจะเริ่มลงมือการก่อสร้างในส่วนที่เป็นฐานรากต้นปีหน้า คาดว่าจะแล้วเสร็จกลางปี
นายสรพจน์ กล่าวถึงภาพรวมตลาดคอนโดมิเนียมระดับซูเปอร์ลักชัวรี่ ราคาเฉลี่ย 2 แสนบาท/ตร.ม. ว่าช่วงที่ผ่านมาไม่ดีนัก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการเมืองและเศรษฐกิจโลก ทำให้บริษัทต้องลดราคาขายโครงการมหานคร และโครงการศาลาแดง เรสซิเดนเซส 5-10% ภายในงานดิสคัฟเวอรี่ เพซ ที่จัดขึ้น ระหว่างวันที่ 1-7 ก.ย.ที่สยามพารากอน คาดว่าจะมียอดขาย 10 ยูนิต มูลค่า 500-600 ล้านบาท
ส่วนการโรดโชว์ต่างประเทศ เช่น ฮ่องกง ยังไม่ได้รับผลการตอบรับที่ดี จึงต้องนำโครงการมาทำตลาดเพื่อเจาะกลุ่มลูกค้าคนไทยเป็นหลัก และเชื่อว่าหลังจากผ่านต้นปี 2554 หรือหลังจากการเลือกตั้งใหม่สถานการณ์จะดีขึ้น
Tags : โครงการมหานคร
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น