กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
  • สมัครสมาชิก

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 28 กรกฎาคม 2553 02:00

'อมตะ'เจรจา'ซีพี-ทีทีซีแลนด์'พัฒนาที่อยู่อาศัยในนิคมฯ

วิบูลย์ กรมดิษฐ์

วิบูลย์ กรมดิษฐ์

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ผู้บริหารอมตะเผยเจรจากลุ่มซีพีแลนด์กับทีทีซีแลนด์ เพื่อเข้าพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ให้เช่าในนิคมอุตสาหกรรมอมตะ หวังถือหุ้นแค่ 25%

นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่ปฏิบัติการ บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน กล่าวว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับบริษัททีทีซี แลนด์ ซึ่งเป็นบริษัทของนายเจริญ สิริวัฒนภักดี และ บริษัท ซี.พี.แลนด์ ซึ่งเป็นธุรกิจอสังหาฯ ในเครือของนายธนินท์ เจียรวนนท์ เพื่อให้เข้ามาพัฒนาโครงการที่อยู่อาศัย (Residential) ในนิคมอุตสาหกรรมของอมตะ

ทั้งนี้การเจรจาขั้นต้น พบว่าทั้ง 2 บริษัทให้ความสนใจ เพราะบริษัทอมตะ เปิดทางให้เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ในบริษัทใหม่ โดยผู้ร่วมทุนสามารถถือหุ้นในสัดส่วน 75% ขณะที่อมตะ จะถือหุ้นเพียง 25% ซึ่งทำให้มีโอกาสได้รับผลตอบแทนที่คุ้มค่า   

"เราเจรจากับบริษัทอสังหาริมทรัพย์หลายแห่ง เช่น ทีทีซี แลนด์ และ ซี.พี. แลนด์ เพื่อให้เข้ามาลงทุนในโครงการที่อยู่อาศัย ในนิคม ซึ่งก็ได้รับความสนใจมาก เพราะเห็นโอกาสทางธุรกิจ แต่ว่าต้องรอดูจังหวะ เวลา เพราะเรื่องการทำ Residential ต้องศึกษาว่าควรจะทำอย่างไร แต่เราก็ยังยืนยันในหลักการว่าจะไม่ทำในสิ่งที่ไม่ถนัด" นายวิบูลย์ กล่าว

เขากล่าวอีกว่า บริษัททีทีซี แลนด์ และ ซี.พี.แลนด์ จะเข้าไปพัฒนาที่ดิน ซึ่งเป็นโครงการที่อยู่อาศัยลักษณะเช่ามากกว่า เพราะในนิคมอุตสาหกรรมก็จะมีกลุ่มเป้าหมาย คือ นักลงทุนต่างชาติ ที่อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องซื้อขาย แต่อาจต้องการอยู่แบบเช่าระยะยาว แต่ทั้งนี้ต้องพิจารณากับดีมานด์ เพราะอาจจะมีผลต่อการตัดสินใจในการเริ่มโครงการ

ทั้งนี้ราคาหุ้นอมตะ ปรับตัวขึ้นมาสูงสุดที่ 12 บาทต่อหุ้น และเป็นราคาที่สูงสุดรอบ 2 ปี โดยราคาต่ำสุดที่ 3.04 บาท ณ 3 มี.ค.2552 ราคาเฉลี่ยอยู่ที่ 6.82 บาท แต่ตั้งแต่ต้นปีราคาได้ปรับตัวขึ้น 46.94%

ข้อมูลจากสำนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) พบว่าในแบบรายงานการถือครองหลักทรัพย์ผู้บริหารของบริษัทอมตะ พบว่าผู้บริหารได้ทยอยซื้อหุ้นในปีนี้ โดยซื้อที่ราคาต่ำกว่า 10 บาท ได้แก่ นายวิกรม กรมดิษฐ์ กรรมการผู้จัดการ ทำรายการ 2 ครั้ง ที่ราคา 6.60 บาทต่อหุ้น และ 7.06 บาทต่อหุ้น จำนวนรวม 3.70 ล้านหุ้นมูลค่ารวม 25 ล้านบาท มูลค่าหุ้นเพิ่มขึ้น 69%

นักวิเคราะห์ บล.ดีบีเอสวิคเคอร์ส (ประเทศไทย) กล่าวว่า บริษัทได้แนะนำซื้อให้ราคาพื้นฐาน 12 บาทต่อหุ้น เนื่องจากธุรกิจของบริษัทอมตะอยู่ในช่วงของการฟื้นตัว สำหรับยอดขายพื้นที่นิคมในรอบครึ่งแรกของปี 2553 เป็น 252 ไร่ ซึ่งใกล้เคียงกับยอดขายทั้งปี 2552 ที่ 254 ไร่แล้ว

บริษัทตั้งเป้าการขายปีนี้ไว้ที่ 900 ไร่ และกำลังเจรจากับลูกค้ารายใหญ่ๆ เช่น กลุ่มแคนาดอยล์ ซึ่งเป็นผู้ผลิตท่อเหล็กรายใหญ่ในจำนวน 400-500 ไร่ และกลุ่มโฮลลีย์ ซึ่งซื้อพื้นที่นิคมแล้วไปขายต่อให้ลูกค้าจีน โดยใน 2550 กลุ่มนี้เคยซื้อไป 600 ไร่

ส่วนในประมาณการยอดขายของฝ่ายวิจัยปี 2553 เป็น 400 ไร่ และปี 2554 เป็น 600 ไร่ ส่วนแนวโน้มผลการดำเนินงานในไตรมาส 2 ปี 2553 แม้ว่าจะมีแนวโน้มอ่อนลงเทียบกับไตรมาส 1 ปี 2553 แต่หากเทียบกับเดียวกันของปีก่อน ที่เป็นขาดทุนสุทธิแล้ว ก็ถือว่ามีการฟื้นตัวอย่างแข็งแกร่ง

เขากล่าวว่า ฝ่ายวิจัยคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2553 และ 2554 จะมีการฟื้นตัวได้ดีอย่างต่อเนื่อง อันเป็นผลพวงจากการฟื้นตัวของยอดขายพื้นที่นิคมที่ทำได้ดีขึ้นมาก จึงแนะนำซื้อ และให้ราคาพื้นฐาน 12 บาท ทั้งนี้ยังไม่ได้รวมผลดีจากโครงการใหม่ที่เวียดนามไว้ในราคาพื้นฐานของหุ้นอมตะ ซึ่งได้รับการอนุมัติให้ดำเนินโครงการได้จากรัฐบาลกลางของเวียดนามแล้ว แต่ยังอยู่ในขั้นตอนของการได้รับอนุมัติจากรัฐบาลท้องถิ่นของเวียดนาม

Tags : อมตะ คอร์ปอเรชัน วิบูลย์ กรมดิษฐ์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

Video

advertisement

advertisement

advertisement