กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 24 มิถุนายน 2553 16:14

อสังหาฯ จีนร้อนแรง สวนทางอเมริกาทรุดฮวบ

อสังหาฯ อเมริกา, จีน

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

AREA รายงานตลาดอสังหาริมทรัพย์อเมริกายังน่าเป็นห่วง แต่อสังหาฯ จีนกลับสุดร้อนแรง ราคาบ้านปรับตัวสูงขึ้น จนประชาชนทั่วไปไม่สามารถซื้อได้

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการบริหาร ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก. เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA) รายงานว่า ได้รวบรวมข้อมูลตลาดอสังหาริมทรัพย์ต่างประเทศโดยเฉพาะประเทศมหาอำนาจ เช่น สหรัฐอเมริกา และจีน เพื่อให้นักลงทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ของไทยได้เห็นถึงความเคลื่อนไหวต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด

โดยในตลาดสหรัฐอเมริกา ราคาบ้านทั่วประเทศ ช่วงเดือนล่าสุดที่สำรวจพบคือเดือนมีนาคม – เมษายน 2553 มีราคาเพิ่มขึ้น 0.8% ในขณะที่เดือนก่อนหน้า (กุมภาพันธ์ – มีนาคม 2553) มีอัตราการเพิ่มเบาบางมากเพียง 0.1%  อย่างไรก็ตามภาพรวมของตลาดที่อยู่อาศัยของสหรัฐอเมริกายังอยู่ในภาวะ “ขาลง” อย่างต่อเนื่อง

ในช่วงเดือนมีนาคม – เมษายน นี้ มีเพียงกลุ่มมลรัฐบางแห่งที่ราคายังลดลง อันได้แก่ กลุ่มมลรัฐทางภาคกลางค่อนไปทางตะวันออกเฉียงใต้ (เคนตักกี้ ถึง อลาบามา) กลุ่มมลรัฐนิวอิงแลนด์ (เมน เวอร์มอนท์ ถึง คอนเน็กติกัต) และกลุ่มมลรัฐแอตแลนติกตอนกลาง (นิวยอร์ค นิวเจอร์ซี และเพนซิลเวเนีย) จะสังเกตได้ว่า มลรัฐแปซิฟิกที่เคยตกต่ำสุดขีดในอดีตและมีแคลิฟอร์เนียเป็นมลรัฐนำ ปรากฏว่า หรือราคาเป็นบวกมา 3 เดือนต่อเนื่องกันแล้ว

นอกจากนั้นสำนักงานการเงินเคหะการแห่งสหรัฐอเมริกา ยังรายงานว่า ราคาที่อยู่อาศัยในรอบ 1 ปีที่ผ่านมา ยังลดลง 1.52% กลุ่มมลรัฐที่ลดลงมากที่สุดได้แก่ มลรัฐมอนตานา เนวาดา อริโซนา และนิวเม็กซิโก เป็นต้น  ในทางตรงกันข้ามกลุ่มมลรัฐที่มีราคาเพิ่มขึ้นมากสุด กลับเป็นกลุ่มมลรัฐแปซิฟิก อันได้แก่ ฮาวาย    อลาสกา วอชิงตัน ออรีกอน และแคลิฟอร์เนีย

สำหรับในประเทศจีนนั้น ปรากฏว่า ราคาบ้านกลับแพง จนกระทั่งชาวบ้านไม่สามารถซื้อบ้านได้เท่าที่ควร ในไต้หวันเคยมีการเดินขบวนมากมายเพื่อประท้วงการที่ราคาบ้านเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง  ในช่วง 3 เดือนนับจากนี้ มีผู้สนใจซื้อบ้านประมาณ 15.5% ซึ่งนับว่าเป็นสัดส่วนที่ตกต่ำลงกว่าแต่ก่อนที่มีผู้สนใจซื้อบ้านมากกว่านี้

อย่างไรก็ตามราคาบ้านในจีน ช่วงปีที่ผ่านมาเพิ่มขึ้นอย่างมาก จนรัฐบาลจีนต้องออกมาตรการหยุดยั้งการเก็งกำไร ด้วยการส่งเสริมให้มีการซื้อบ้านหลังแรกเป็นหลัก ไม่ส่งเสริมการซื้อบ้านหลังที่สองซึ่งมักเป็นไปเพื่อการเก็งกำไร  แม้มีมาตรการนี้ออกมาจากรัฐบาล ราคาบ้านในจีนก็ยังเติบโตต่อเนื่อง ทั้งนี้เนื่องจากเศรษฐกิจจีนยังเติบโตอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นเอง

ธนาคารกลางของจีนได้สำรวจพบว่า ผู้ซื้อบ้านในจีนก็ยังเก็งว่าราคาบ้านยังจะเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง แม้ว่าราคาเฉลี่ยของบ้านในจีนจะลดลง 0.1% ในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม 2553  ดังนั้นจึงยังมีผู้ซื้อและผู้ทำโครงการอสังหาริมทรัพย์โดยเฉพาะกลุ่มที่อยู่อาศัยกันอย่างมากมายในช่วงที่ผ่านมา  โดยสังเกตได้อย่างหนึ่งว่า การขายที่อยู่อาศัยในจีนนั้น ขายและปิดโครงการได้อย่างรวดเร็ว

สังเกตได้ว่าเศรษฐกิจที่ดี เช่น จีน ย่อมทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นของราคาบ้าน ในขณะที่เศรษฐกิจตกต่ำ เช่น สหรัฐอเมริกา ย่อมทำให้ราคาบ้านไม่ค่อยขยับ  เศรษฐกิจจึงเป็นปัจจัยกำหนดธุรกิจที่อยู่อาศัย ไม่ใช่ธุรกิจที่อยู่อาศัยเป็นตัวกระตุ้นเศรษฐกิจแต่อย่างใด  ที่อยู่อาศัยก็เหมือนทรัพย์อื่นใด ในยามเศรษฐกิจดี ก็จะมีคนหาซื้อมามากมาย แต่ในยามเศรษฐกิจตกต่ำ ก็อาจต้องจำนอง จำนำ ขายทอดตลาด  อสังหาริมทรัพย์จึงเป็นตัวแปรตามภาวะเศรษฐกิจ ไม่ใช่ตัวกระตุ้นเศรษฐกิจ ยกเว้นกระตุ้นเศรษฐกิจของผู้อยู่ในวงการ

Tags : อสังหาฯ อเมริกา จีน

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement