กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 9 มิถุนายน 2553 01:00

อมตะคาดการเมืองนิ่งดันขายที่ดินโต 200%

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

อมตะ คาดรายได้ปีนี้โต 200% ระบุลูกค้ากลับซื้อที่ดินเพิ่ม เพื่อขยายธุรกิจภายหลังการเมืองภายในประเทศคลี่คลาย พร้อมตั้งงบลงทุนปีนี้ 1.2 พันล้าน

นางวราภรณ์ วัชรานุเคราะห์ ผู้อำนวยการฝ่ายการเงินการลงทุน บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน (AMATA) กล่าวว่า บริษัทคาดการณ์รายได้ปีนี้เติบโตประมาณ 200% โดยประเมินจากยอดขายที่ดินในปีนี้ ที่คาดไว้ที่ 900 ไร่ เพิ่มขึ้นจากยอดขายที่ดินปีที่แล้วที่ขายได้ 253 ไร่ โดยในช่วง 5 เดือนแรกที่ผ่านมา บริษัทมียอดขายที่ดิน 200 ไร่ แบ่งเป็นยอดขายที่จากนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร 116 ไร่ และยอดขายจากนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 86 ไร่ และแนวโน้มครึ่งปีหลังเชื่อว่าลูกค้าจะซื้อที่ดินเพื่อขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ส่วนกำไรสุทธิปี 2553 ก็เชื่อว่าจะเติบโตควบคู่ไปกับยอดขาย

โดยเฉพาะในไตรมาส 2/2553 บริษัทมียอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร กับลูกค้า 4 ราย คิดเป็น 48 ไร่ และยอดขายในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 2 ราย จำนวน 19 ไร่ รวม 67 ไร่

นอกจากนี้ ในช่วงปลายปีบริษัทจะมีการรับรู้รายได้จากพันธมิตรทางการค้าจากประเทศจีน คือฮัวลี่ (Holley) ซึ่งทำสัญญาซื้อที่ดินของบริษัทไปขายในประเทศจีน จำนวน 600 ไร่ ในเวลา 3 ปี ซึ่งหากครบกำหนดแล้วทางพันธมิตรยังขายที่ดินไม่หมด ก็จะรับซื้อที่ดินของบริษัทไป

ปัจจุบันบริษัทมียอดขายรอโอน (Backlog) จำนวน 364 ล้านบาท แบ่งเป็นยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะนคร 74 ล้านบาท และยอดขายที่ดินในนิคมอุตสาหกรรมอมตะซิตี้ 290 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีหน้า ตามอัตราการทำงานที่สำเร็จ (Percentage of completion)

นางวราภรณ์ กล่าวว่า ขณะนี้ ลูกค้าเริ่มกลับมาซื้อที่ดินเพื่อลงทุนและขยายธุรกิจตามปกติ หลังจากที่เคยชะลอการซื้อไปในช่วงที่ประเทศไทยเกิดความขัดแย้งทางการเมือง และกระทบกับภาพรวมเศรษฐกิจในประเทศและความเชื่อมั่นนักลงทุน โดยหลังจากผ่านช่วงที่เกิดความขัดแย้งมาแล้ว นักลงทุนกลุ่มที่กลับมาเป็นรายแรก ก็คือ กลุ่มนักลงทุนประเทศญี่ปุ่น จำนวน 4 ราย ซึ่งเป็นลูกค้าเดิม และกลุ่มลูกค้าจากประเทศจีน ที่อยู่ในอุตสาหกรรมยานยนต์

ทั้งนี้ บริษัทได้แบ่งลูกค้าที่กลับมาซื้อที่ดินกับบริษัทออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มลูกค้าเดิม ซึ่งเคยมีสัดส่วน 30% ของยอดขายในปี 2552 แต่ปัจจุบันเพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วน 50% ของยอดขาย ปัจจุบัน และกลุ่มที่ 2 คือ กลุ่มลูกค้าใหม่ ซึ่งเลือกประเทศไทยเป็นฐานการผลิต เพราะต้องการลดต้นทุนการขนส่ง เนื่องจากซัพพลายเออร์ส่วนมากอยู่ในประเทศไทย

สำหรับธุรกิจบริการสาธารณูปโภค ก็เชื่อว่าจะมีการเติบโตเช่นเดียวกัน โดยเชื่อว่ารายได้ธุรกิจนี้จะเติบโต 10% ในปีนี้ตามยอดลูกค้าที่เพิ่มขึ้น เช่นเดียวธุรกิจให้เช่าโรงงานที่เชื่อว่าจะมีการเติบโตเช่นเดียวกัน ประมาณ 20%

เธอกล่าวว่า ปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุน 1,200 ล้านบาท สำหรับพัฒนาธุรกิจ 1,000 ล้านบาท ลงทุนในธุรกิจใหม่ 100 ล้านบาท และซื้อที่ดินเพิ่ม 100 ล้านบาท

ก่อนหน้านี้ บริษัทได้แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2553  มีกำไรสุทธิ 106.44 ล้านบาท เทียบกับงวดเดียวกัน ปี 2552 มีกำไรสุทธิ 67.12 ล้านบาท ซึ่งมาจากการที่บริษัทขายที่ดินได้เพิ่มขึ้น

ส่วนการเคลื่อนไหวราคาหุ้นอมตะวานนี้ ปิดตลาดที่ 7 บาท ลดลง 0.05 บาท หรือ 0.71%

 

Tags : อมตะ คอร์ปอเรชัน

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement