กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 1 มิถุนายน 2553 15:54

ยูนิเวนเจอร์ปรับร่นเวลาก่อสร้างลดต้นทุน 5-10%

ยูนิเวนเจอร์

นางอรฤดี ณ ระนอง ประธานอำนวยการ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) และด้านนายธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ยูนิเวนเจอร์สั่งปรับแผนลดเวลาก่อสร้างอาคารสูง 20 ชั้น จาก 18 เดือนเหลือ 12 เดือน หวังลดต้นทุนให้ได้ 5-10% รับแผนขายคอนโดฯ ราคาเดิม 1.5 ล้าน

นางอรฤดี ณ ระนอง ประธานอำนวยการ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผลประกอบการไตรมาส 1 ประจำปี 2553 ว่า บริษัทฯ มีรายได้รวม 1,082 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 535% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา และมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 77.6 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 102.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสแรกของปีที่ผ่านมา โดยรายได้และการเติบโตส่วนใหญ่มาจากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ จากการโอนคอนโดมิเนียมยู สบาย พระราม 4 – กล้วยน้ำไท และโครงการยู ดีไลท์ @ บางซื่อ สเตชั่น ส่วนธุรกิจสังกะสีอ๊อกไซด์ ที่เดิมเป็นธุรกิจหลัก เมื่อไตรมาส 1 ที่ผ่านมา ทำยอดขายได้ 3,277 ตัน เพิ่มขึ้น 769 ตัน หรือคิดเป็นมูลค่า 255.7 ล้านบาท เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2552
 
ผลประกอบการในปี 2553 จะมีภาพที่ชัดเจนแล้วว่ารายได้จากธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลายเป็นรายได้หลักแทนรายได้จากธุรกิจสังกะสีอ๊อกไซด์ โดยสัดส่วนรายได้ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปีนี้อยู่ที่ 51% ธุรกิจสังกะสีอ๊อกไซด์ 45% อื่นๆ 4% จากปีที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้ธุรกิจสังกะสีอ๊อกไซด์อยู่ที่ 59% อสังหาริมทรัพย์ 35% และอื่นๆ 6%

ด้านนายธนพล ศิริธนชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท ยูนิเวนเจอร์ จำกัด (มหาชน) กล่าวต่อว่า ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จะกลายเป็นตัวขับเคลื่อนองค์กร โดยบริษัทฯ จะเน้นเปิดตัวโครงการใหม่ประมาณ 3,000 ล้านบาท เพื่อสร้างสมดุลให้กับรายได้ในอนาคต โดยปีนี้ตั้งเป้ามียอดรับรู้รายได้อยู่ที่ 2,200 ล้านบาท รายได้ส่วนใหญ่มาจากการโอนคอนโดมิเนียม ยู ดีไลท์ @ บางซื่อ สเตชั่น เป็นหลัก ส่วนโครงการที่ห้วยขวาง และจตุจักร จะเริ่มสร้างรายได้ในปี 2553

ขณะที่ในช่วงครึ่งปีหลังเตรียมเปิดตัวคอนโดมิเนียม 2 โครงการใหม่ มูลค่ารวม 3,000 ล้านบาท เพื่อสร้างฐานรายได้ให้กับปี 2554 ซึ่งในปี 2554 จะเริ่มมีรายได้จากการปล่อยเช่าอาคารสำนักงานเกรดเอ พาร์ค เวนเจอร์ อัตราเช่า 700-800 บาทต่อตารางเมตร พื้นที่ 28,000 ตารางเมตรด้วย ซึ่งโครงการใหม่ที่กล่าวถึงอยู่ระหว่างเจรจาหาพื้นที่ตั้งงบซื้อที่ดินไว้ 400 ล้านบาทต่อโครงการ

อย่างไรก็ตาม จากปัจจัยเหตุการณ์การเมืองที่รุนแรงในช่วงกลางเดือนพ.ค.2553 ที่ผ่านมา คาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อความต้องการที่อยู่อาศัยและอาคารสำนักงานในเมือง มั่นใจว่าทำเลใจกลางเมืองยังคงร้อนแรง สะท้อนได้จากราคาที่ดินที่ไม่ปรับตัวลดลงเลย และในบางทำเลยังปรับเพิ่มขึ้นด้วย เพราะมีความต้องการจากผู้ประกอบการรายใหญ่

นายธนพล กล่าวอีกว่า ปีนี้บริษัทฯ ยังมีแผนปรับแผนงานก่อสร้างด้วยการร่นระยะเวลาให้เร็วขึ้น เพื่อเป็นกลยุทธ์สำคัญในการลดต้นทุนอื่นๆ รองรับต้นทุนที่ดินและก่อสร้างที่เพิ่มขึ้น แต่ยังคงรักษาระดับราคาที่ขายไว้ที่ 1.5-2 ล้านบาทเช่นเดิม เพราะหากไม่ลดค่าใช้จ่ายในส่วนระยะเวลาการก่อสร้างแล้ว อาจส่งผลต่อราคาขายที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจะกระทบต่อการตัดสินใจซื้อของกลุ่มเป้าหมาย

“จากปัจจุบันบริษัทฯ ใช้เวลาก่อสร้างอาคารสูง 20 ชั้น ประมาณ 15-18 เดือน จะลดให้เหลือ 12 เดือน ซึ่งคาดว่าจะช่วยลดต้นทุนได้ไม่น้อยกว่า 5-10%” นายธนพล กล่าว

เขายังกล่าวอีกว่า วิธีการก่อสร้างรูปแบบใหม่ที่จะช่วยร่นระยะเวลาก่อสร้างจะเริ่มเห็นได้ชัดเจนกับ 2 โครงการที่อยู่ระหว่างขายในปัจจุบัน คือ ห้วยขวาง และจตุจักร หากมีแนวโน้มที่ดีจะเริ่มใช้กับโครงการใหม่ๆ ต่อไป โดยปัจจุบันบริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 30% และกำไรสุทธิ 12%

Tags : ยูนิเวนเจอร์

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement