กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 2 เมษายน 2553 03:00

เศรษฐา ทวีสินประกาศนั่งเก้าอี้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่แสนสิริเต็มตัว

แสนสิริ

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เอ็มดีแสนสิริ เศรษฐา ทวีสิน เผยดิวซื้อหุ้น 24.1% แล้วเสร็จ พร้อมเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่เต็มตัว ด้านยอดขายไตรมาสแรกปิดที่ 5.2 พันล. ยอดโอน 6.5 ล.

นายเศรษฐา ทวีสิน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ความคืบหน้าการเจรจาซื้อหุ้นของบริษัทฯ จากกองทุนต่างชาติในส่วนที่เหลือ เพื่อให้ครบตามที่ได้เคยแสดงเจตนาไว้นั้น  ขณะนี้ได้มีการดำเนินการเรียบร้อยแล้ว โดยในวันนี้ (1 เมษายน 2553) กลุ่มของตนได้ทำการซื้อหุ้นเพิ่มเติมจากกองทุนต่างชาติอีกจำนวน 139.9 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 5 บาท ซึ่งเมื่อรวมกับจำนวนหุ้นที่กลุ่มตนถืออยู่ ณ เดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จำนวน 215.4 ล้านหุ้น ทำให้ปัจจุบันกลุ่มนายเศรษฐา ได้ขึ้นเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของแสนสิริ ถือหุ้นรวมกันเป็นจำนวน 355.3 ล้านหุ้น หรือประมาณ 24.1% ของทุนที่ออกและจำหน่ายได้แล้วของบริษัทฯ 

ด้านแผนการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัทแสนสิริในช่วงไตรมาสแรกของปี 2553 สามารถสร้างยอดขายรวมได้ถึงประมาณ 5,200 ล้านบาท เกินจากเป้าหมายยอดขายไตรมาสแรกที่ตั้งไว้ประมาณ 5,000 ล้านบาท หรือคิดเป็น 25% ของยอดขายทั้งปีที่วางเป้าหมายไว้ที่ ประมาณ 22,000 ล้านบาท จึงเชื่อมั่นว่ากลุ่มบริษัทแสนสิริ จะสามารถสร้างยอดขายจากโครงการที่อยู่อาศัยปี 2553 ได้ตามเป้าหมาย

นอกจากนี้ ในปีนี้กลุ่มบริษัทแสนสิริยังมีพันธกิจที่สำคัญที่จะต้องส่งมอบที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าตามสัญญาเป็นมูลค่าเกือบ 17,500 ล้านบาท ซึ่งถือว่าเป็นยอดการโอนที่สูงมากในอันดับต้น ๆ ของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยในไตรมาสแรกสามารถส่งมอบที่อยู่อาศัยให้กับลูกค้าเป็นจำนวนมากถึง 1,191 ยูนิต มูลค่าประมาณ 6,500 ล้านบาท โดยเฉพาะในเดือนมีนาคม เพียงแค่เดือนเดียวมียอดการโอนสูงถึง 4,000 ล้านบาท สูงกว่าเป้าหมายยอดโอนไตรมาสแรกที่ตั้งไว้ประมาณ 5,200 ล้านบาท และมากกว่ายอดโอนในช่วงเดียวกันของปี 2552 ที่ผ่านมาคิดเป็น 126% โดยแบ่งเป็นยอดโอนโครงการคอนโดมิเนียมจำนวน 568 ยูนิต มูลค่าประมาณ 3,700 ล้านบาท โครงการบ้านเดี่ยวจำนวน 432 ยูนิต มูลค่า 2,100 ล้านบาท และโครงการทาวน์เฮาส์จำนวน 191 ยูนิต มูลค่าประมาณ 700 ล้านบาท

สำหรับแผนการดำเนินธุรกิจในช่วงไตรมาสที่ 2 ของกลุ่มบริษัทแสนสิริจะเน้นใช้กลยุทธ์การทำการตลาดภายใต้แนวคิด "THE  ICONIC LIVING" ซึ่งจะเป็นยุทธศาสตร์การทำการตลาดตลอดปี 2553 ในการเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของลูกบ้านหรือเข้าไปอยู่ในใจของผู้บริโภค

นอกจากนี้ ยังมีแผนเปิดตัวคอนโดมิเนียมระดับพรีเมียมที่ตอบรับไลฟ์สไตล์การอยู่อาศัยในชีวิตเมืองอย่างแท้จริง ขณะที่มียอดขายล่วงหน้าที่รอรับรู้รายได้ในอีก 1 – 3 ปี ประมาณ 15,000 ล้านบาท ซึ่งจะเป็นพื้นฐานสำคัญในการสร้างความมั่นคงระยะยาวให้กับบริษัทได้เป็นอย่างดี

สำหรับทิศทางตลาดอสังหาริมทรัพย์หลังรัฐบาลต่ออายุมาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ นายเศรษฐา ให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า การที่รัฐบาลขยายระยะเวลาสิ้นสุดมาตรการลดหย่อนภาษีอสังหาริมทรัพย์ออกไปอีกเป็นระยะเวลา 2 เดือน นับเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้บริโภคที่ต้องการซื้อที่อยู่อาศัย จะได้มีระยะเวลาในการเลือกที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบโจทย์ความต้องการและสามารถขยายเวลาการตัดสินใจซื้อได้เพิ่มขึ้น ในส่วนของผู้ประกอบการเองก็เป็นช่วงเวลาที่จะเร่งออกแคมเปญกระตุ้นการขาย เพื่อระบายสินค้าที่มีอยู่ ซึ่งจะช่วยให้ผู้ประกอบการมีกระแสเงินสดหมุนเวียนและลดภาระต้นทุน ทั้งนี้คาดว่าการซื้อขายที่อยู่อาศัยน่าจะมีความคึกคักอย่างต่อเนื่อง

Tags : แสนสิริ

advertisement

advertisement

advertisement