โสสุโก้รับไทยเข็มแข็ง ราคาสินค้าเกษตรดันเศรษฐกิจท้องถิ่นรุ่ง คาดดีมานด์กระเบื้องปี 53 โตพรวด ลุยการเมืองนิ่ง พร้อมขยายกำลังผลิตเพิ่ม 20%
นายกิตติชัย ไกรก่อกิจ กรรมการผู้จัดการ บริษัท โสสุโก้ แอนด์ กรุ๊ป (2008) จำกัด ผู้ผลิตกระเบื้องปูพื้นและบุผนัง “โสสุโก้” ภายใต้เครื่องหมายการค้า “กระเบื้องคู่” และ “ต้นไม้คู่” ในเครือซีเมนต์ไทย (SCG) เปิดเผยว่า ปีนี้บริษัทฯ จะปรับแผนการทำตลาดหันมาเน้นการสร้างแบรนด์ในตลาดผู้บริโภคมากขึ้น จากเดิมที่จะเน้นการทำตลาดในกลุ่มนักวิชาชีพและธุรกิจ เช่น สถาปนิก วิศวกร และผู้รับเหมาก่อสร้าง โดยจะใช้งบการตลาดราว 15% ของเป้าหมายยอดขายในปีนี้ที่ตั้งเป้าการเติบโตไว้ที่ 8% จากยอดขายของปีที่ผ่านมา ซึ่งอยู่ที่ 4,598 ล้านบาท ลดลงจากปี 2551 ที่มีมูลค่า 4,651 ล้านบาทเล็กน้อย แบ่งเป็นตลาดในประเทศ 80% และตลาดต่างประเทศ 20%
บริษัทฯ มีความมั่นใจว่าจะสามารถสร้างยอดขายได้ตามเป้าหมาย เนื่องจากแนวโน้มความต้องการกระเบื้องที่สูงขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ โครงการไทยเข้มแข็งที่กระจายเม็ดเงินสู่ท้องถิ่น ราคาสินค้าเกษตรที่สูงขึ้นทำให้ตลาดต่างจังหวัดมีกำลังการซื้อที่สูงขึ้น ยังผลักดันให้ความต้องการสินค้ากระเบื้องเพิ่มขึ้น โดยปัจจุบันยอดขายบริษัทฯ มาจากตลาดต่างจังหวัด 60% และกรุงเทพฯ ปริมณฑล 40%
นอกจากนี้ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่คาดการณ์กันว่าจะเติบโตได้ที่ 10% ยังมีส่วนช่วยให้ตลาดกระเบื้องเติบโตตามไปด้วย โดยเฉพาะหากการเมืองไม่มีเหตุการณ์รุนแรงมากนัก เชื่อว่าตลาดจะฟื้นตัวจากปีที่แล้วมาก ซึ่งบริษัทฯ อยู่ระหว่างประเมินสถานการณ์ในช่วง 6 เดือนแรก หากบรรยากาศการซื้อขายกลับมาอย่างเห็นได้ชัด ก็พร้อมที่จะลงทุนขยายกำลังการผลิตเพิ่มอีก 20% คิดเป็นมูลค่าการลงทุน 500-600 ล้านบาท จากปัจจุบันมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 48 ล้านตารางเมตรต่อปี มีลวดลายให้เลือกประมาณ 3,000 ลาย ปีนี้จะพัฒนาลายใหม่ออกมาอีก 20-30 ลายต่อเดือน
ทั้งนี้ ภาพรวมกำลังการผลิตของทั้งตลาดกระเบื้องในปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 180 ล้านตารางเมตร แต่ตลาดมีความต้องการอยู่เพียง 125 ล้านตารางเมตร ซึ่งคาดว่าในปีนี้ความต้องการกระเบื้องของทั้งตลาดรวมจะเพิ่มขึ้นเป็น 138-140 ล้านตารางเมตร โดยผู้นำตลาดที่มียอดขายในเชิงปริมาณเป็นอันดับหนึ่งคือไดนาสตี้ และโสสุโก้ รองลงมาเป็น คอตโต้ ส่วนเชิงมูลค่า คอตโต้ เป็นอันดับหนึ่ง รองลงมาเป็น โสสุโก้ ไดนาสตี้ คัมพาน่า และยูเอ็มไอ
สำหรับตลาดต่างประเทศ บริษัทฯ จะขยายตลาดให้มากขึ้น โดยจะมองหาตลาดที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติเศรษฐกิจโลกน้อยที่สุด เช่น โซนตะวันออกกลาง แอฟริกา เพื่อชดเชยกับตลาดในโซนยุโรปและอเมริกาที่ความต้องการลดลงจากปัจจัยด้านเศรษฐกิจ ส่วนตลาดในภูมิภาคเอเชียยังคงเป็นตลาดหลัก เช่น พม่า มาเลเซีย ลาว กัมพูชา ศรีลังกา เกาหลี และออสเตรเลีย
Tags : โสสุโก้