กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 12 มีนาคม 2553 07:39

สินเชื่อบ้านก่อนปิดมาตรการพุ่ง20%คาดธุรกิจQ2เริ่มชะลอตัว

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

วงการอสังหาฯ เชื่อการเมืองวุ่นกระทบธุรกิจระยะสั้น แบงก์เกียรตินาคิน คาดผู้บริโภคแห่โอนบ้านก่อนมาตรการหมดอายุ ส่งผลต่อไตรมาส 2 ซื้อ-ขายชะลอ

ขณะที่ศูนย์ข้อมูลอสังหาฯ ระบุยอดสินเชื่อกู้ซื้อบ้านไตรมาส 1/2553 โต 20% ชี้การเมืองร้อนแรงไม่ใช่เหตุผลหลักทำผู้บริโภคไม่ซื้อบ้าน

นายธวัชไชย สุทธิกิจพิศาล กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน (KK) กล่าวในงานสัมมนาเรื่อง "อนาคตตลาดอสังหาริมทรัพย์ นโยบายและกลยุทธ์ในปี 2553" ว่า ภาพรวมตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553 จะยังคงทรงตัวต่อเนื่องจากปีก่อน แต่ก็อาจจะมีการเร่งการโอนให้ทันกับมาตรการด้านการลดภาษี ค่าธรรมเนียมการโอน จดจำนองที่จะหมดอายุในวันที่ 28 มี.ค.2553 ซึ่งหลังจากนั้นจะมีการชะลอตัวลงช่วงไตรมาส 2 ปี 2553

ส่วนหนึ่งมาจากการเร่งโอนในช่วงก่อนหน้า และผลกระทบจากความไม่สงบทางการเมืองซึ่งจะทำให้ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจซื้อแต่เป็นเพียงช่วงสั้น หลังจากนั้นก็น่าจะกลับเข้าสู่ภาวะปกติหากปัญหาการเมืองไม่รุนแรงหรือบานปลาย

“การชุมนุมที่เกิดขึ้นของกลุ่มเสื้อแดงน่าจะเป็นเพียงช่วงสั้นๆ ส่งผลกระทบด้านจิตวิทยา และเชื่อว่ารัฐบาลรับมือกับสถานการณ์ได้” นายธวัชไชยกล่าว พร้อมระบุว่า ส่วนมาตรการการรักษาความปลอดภัยของธนาคารนั้น ธนาคารทุกแห่งมีมาตรการอยู่แล้วและอาจจะมีความเข้มงวดขึ้น

สำหรับผู้ประกอบการอสังหาฯ รายกลาง-เล็กซึ่งเป็นกลุ่มลูกค้าหลักที่ธนาคารให้การสนับสนุนสินเชื่อโครงการนั้นในปีนี้ก็มีการลงทุนเพิ่ม โดยตั้งแต่ต้นปีมาปล่อยไปแล้ว 20 โครงการรวมมูลค่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งทั้งปีธนาคารตั้งเป้าปล่อยสินเชื่อประมาณ 1.6-1.7 หมื่นล้านบาทเติบโตจากปี 2553 ประมาณ 10-15%

ด้านนายสัมมา คีตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวว่า จากการเร่งการโอนกรรมสิทธิ์เพื่อให้ทันกับมาตรการ "ภาษี" ส่งผลให้การยื่นขอสินเชื่อกู้ซื้อบ้านในช่วงไตรมาส 1 ปี 2553 น่าจะเติบโตทั้งระบบประมาณ 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน แต่หลังจากนั้นก็น่าจะชะลอไประยะหนึ่ง หลังจากหมดมาตรการหนุน ส่วนการชุมนุมด้านการเมืองที่เกิดขึ้นในขณะนี้ ส่วนตัวมองไม่ใช่เป็นปัจจัยหลักที่กระทบกับกำลังซื้อเพราะผู้บริโภคที่ซื้อบ้านหรือซื้ออสังหาฯ จะมองในระยะยาว 

ทั้งนี้ ตลาดอสังหาฯ ที่จะเติบโตได้ดีนั้นจะอยู่ที่ระดับราคาไม่เกิน 3-4 ล้านบาท แต่ก็ยอมรับว่าระดับราคาดังกล่าวมีการแข่งขันกันสูง ขณะเดียวกันกลุ่มบ้านเอื้ออาทร และบ้านบีโอไอ จะออกมาสู่ตลาดจำนวนมาก ส่วนหนึ่งเพราะมีผู้ประกอบการรายใหญ่ลงมาเล่นในตลาดบ้านบีโอไอเพิ่มขึ้น

Tags : มาตรการ สัมมา คีตสิน

advertisement

advertisement

advertisement