กานดาฯ พร้อมลุยทำเลนอกพระราม 2 ประเดิมทำเลลำลูกกา ผุด 4 โครงการใหม่ลงตลาดปี 53 กว่า 50% เป็นบ้านบีโอไอ ชู 4 ห้องนอนสู้คู่แข่ง
นายอิสระ บุญยัง กรรมการผู้จัดการ บริษัท กานดา พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เปิดเผยถึงแผนการลงทุนในปี 2553 ว่า ปีนี้บริษัทฯ จะลงทุนขยายเฟสโครงการที่อยู่อาศัยและเปิดโครงการใหม่ รวมทั้งหมด 8 โครงการ คิดเป็นมูลค่า 2,358 ล้านบาท แบ่งเป็นการขยายเฟสต่อเนื่อง 4 โครงการ คิดเป็นสัดส่วน 33% ของการลงทุนทั้งหมด ประกอบด้วย โครงการสยามเนอเชอรัลโฮม, กานดา พาร์ค, บ้านสวนริมคลอง 3 และเดอะ เฟิร์ส โฮม
ส่วนอีก 4 โครงการเป็นการลงทุนให้กับโครงการใหม่ คิดเป็นสัดส่วน 77% ของการลงทุนทั้งหมด และสัดส่วน 50% ของโครงการใหม่ เป็นที่อยู่อาศัยตามเกณฑ์การสนับสนุนของบีโอไอ ราคา 1.2 ล้านบาท ประกอบด้วย กานดา พาร์ค ประชาอุทิศ จำนวน 51 ยูนิต ระดับราคา 3.1 ล้านบาทขึ้นไป ตามด้วย เดอะ เฟิร์ส โฮม ประชาอุทิศ 76 จำนวน 218 ยูนิต ระดับราคา 1.2-1.6 ล้านบาท เดอะ เฟิร์ส โฮม ลำลูกกา จำนวน 272 ยูนิต ระดับราคาเริ่มต้น 1.2 ล้านบาท และเดอะ เฟิร์ส โฮม ประชาอุทิศ 2 จำนวน 500 ยูนิต ระดับราคา 1.2 ล้านบาท
สำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ดังกล่าวบนทำเลลำลูกกา นับว่าเป็นการลงทุนในทำเลใหม่ที่นอกเหนือจากโซนประชาอุทิศ พระราม 2 ที่กลุ่มกานดาฯ ลงทุนอย่างต่อเนื่อง ซึ่งการเลือกทำเลย่านลำลูกกาเป็นทำเลใหม่ครั้งแรก เนื่องจากต้องการขยายไปยังทำเลใหม่ๆ และมองว่าทำเลดังกล่าวมีความต้องการด้านที่อยู่อาศัยสูง อีกทั้ง ยังอยู่บนทำเลวงแหวนรอบนอกที่สามารถเชื่อมต่อกับทำเลเดิมในโซนพระราม 2 ได้ จึงสะดวกในการขนส่งชิ้นส่วนสำเร็จรูปสำหรับการก่อสร้างที่อยู่อาศัย ซึ่งผลิตอยู่ในย่านพระราม 2
“จริงๆ เรามองไว้ทุกทำเลที่มีโอกาส แต่ต้องคำนึงถึงเรื่องโลจิสติกส์จากโรงงานพรีแฟบไปยังโครงการเป้าหมายด้วย”
อย่างไรก็ตาม ทำเลดังกล่าวแม้จะมีความต้องการสูง แต่การแข่งขันก็สูงไม่แพ้กัน โดยเฉพาะมีผู้ประกอบการยักษ์ใหญ่มหาชนเป็นเจ้าตลาดของทำเลนี้ ทำให้บริษัทฯ ต้องปรับตัวรับการแข่งขันบนทำเลใหม่ โดยจะนำโมเดลใหม่บ้าน 4 ห้องนอนมาใช้กับโครงการลำลูกกาเป็นครั้งแรก ซึ่งหลังจากนี้ กลุ่มกานดาฯ จะปรับฟังก์ชั่นที่อยู่อาศัยใหม่ให้เป็นแบบ 4 ห้องนอนทั้งหมดในทุกระดับราคา รวมถึง ระดับราคา 1.2 ล้านบาท ซึ่งเป็นบ้านที่เข้าเกณฑ์สนับสนุนของบีโอไอด้วย
ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้สำรวจความคิดเห็นของกลุ่มลูกค้าที่อยู่อาศัยในโครงการเดิมของเครือกานดาฯ เกี่ยวกับการใช้ประโยชน์ของห้องนอนชั้นล่าง ซึ่งเป็นแบบบ้านที่ใช้ในปัจจุบัน พบว่า ลูกค้า 72% ใช้ประโยชน์จากห้องนอนชั้นล่างเป็นห้องนอน ลูกค้า 18% ใช้เป็นห้องเก็บของ ลูกค้า 7% ใช้เป็นห้องทำงาน และใช้ประโยชน์อื่นๆ 3% ทำให้วิเคราะห์ได้ว่ากลุ่มลูกค้าต้องการที่อยู่อาศัยที่มี 4 ห้องนอน จึงเลือกที่จะมาปรับใช้กับการพัฒนาบ้าน และเชื่อว่าการทำบ้าน 4 ห้องนอนในทุกระดับราคาจะเป็นจุดขายสำคัญที่จะสู้กับคู่แข่งขันได้ โดยเฉพาะกับตลาดบ้านบีโอไอ ที่ยังไม่มีผู้ประกอบการรายใดใช้ฟังก์ชั่น 4 ห้องนอน
นอกจากนี้ ในการเปิดตัวโครงการใหม่บนทำเลลำลูกกา จะใช้กลยุทธ์การสร้าง “บ้านเปลือย” เป็นบ้านตัวอย่างเพื่อทำความเข้าใจถึงกระบวนการก่อสร้างกับลูกค้า ภายใต้แนวคิด การเรียนรู้ที่จะดูแลบ้านร่วมกัน โดยมองว่าปัญหาระหว่างลูกค้ากับผู้ประกอบการอสังหาฯ ในปัจจุบันได้เปลี่ยนจากปัญหาซื้อบ้านไม่ได้บ้าน เป็นซื้อบ้าน ไม่ได้บ้านคุณภาพแล้ว จึงต้องการสื่อสารถึงประเด็นดังกล่าวให้กลุ่มเป้าหมายได้เข้าใจ
เล็งควักกระเป๋า 200 ล.ผุดโรงงานพรีแฟบ
นายอิสระ กล่าวต่อว่า ในส่วนของโรงงานผลิตชิ้นส่วนสำเร็จรูปของการก่อสร้างที่อยู่อาศัยหรือพรีแฟบนั้น ปัจจุบันมีโรงงานชั่วคราว 2 พื้นที่ คือ ย่านพระราม 2 และย่านประชาอุทิศใกล้กับโครงการที่พัฒนาอยู่ แต่หากต้องการขยายการเติบโตและรองรับการขยายไปยังทำเลใหม่ๆ จำเป็นต้องอาศัยวิธีการผสมผสานระหว่างการมีโรงงานชั่วคราวบนพื้นที่โครงการกับโรงงานถาวร เพื่อผลิตชิ้นส่วน ที่สะดวกต่อการเคลื่อนย้าย ไปยังพื้นที่โครงการ
บริษัทฯ จึงวางแผนเพิ่มทุนให้กับบริษัทลูกที่ดูแลโรงงานพรีแฟบอีกเป็น 50 ล้านบาท เพื่อลงทุนสร้างโรงงาพรีแฟบแบบถาวร บนทำเลย่านพระราม 2 เนื้อที่กว่า 50 ไร่ ด้วยเม็ดเงินลงทุน 200 ล้านบาท แบ่งเป็นการซื้อที่ดิน 100 ล้านบาท และลงทุนก่อสร้างอีก 100 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะเพิ่มกำลังการผลิตได้เป็น 2,000 ยูนิตต่อปี จากปัจจุบันอยู่ที่ 1,000 ยูนิตต่อปี โดยการขยายโรงงานแห่งใหม่ครั้งนี้ เบื้องต้นจะยังรองรับความต้องการที่อยู่อาศัยของกลุ่มกานดาฯ เป็นหลัก
ด้านยอดขายในปี 2552 ที่ผ่านมา บริษัทฯ สามารถปิดการขายได้ 800 ล้านบาท เติบโตขึ้นจากปีก่อนหน้านี้เพียงเล็กน้อย แบ่งสัดส่วนเป็นบ้านเดี่ยว 35% และทาวน์เฮ้าส์ 65% ปีนี้ตั้งเป้าการเติบโตของยอดขายไว้ที่ 20% หรือคิดเป็นมูลค่า 1,000 ล้านบาท โดยมั่นใจว่าเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้น และผลจากการเปิดตัวโครงการใหม่ โดยสัดส่วนยอดขายในปีนี้จะถูกเทน้ำหนักไปที่ทาวน์เฮ้าส์ 80% และบ้านเดี่ยว 20%
Tags : กานดา • บ้านบีโอไอ
