กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 5 มีนาคม 2553 03:00

แอลพีเอ็นรับปีนี้กำไรวูบ เหตุรัฐเลิกมาตรการภาษี

แอล.พี.เอ็น., มาตรการอสังหาฯ

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

แอลพีเอ็น ยอมรับอัตรากำไรสุทธิปีนี้หดเหลือ 14-45% หลังรัฐยกเลิกมาตรการภาษีอสังหาฯ ยันยอดขายทั้งปีแตะ 1.3 หมื่นล้านบาท

นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า การที่รัฐบาลประกาศยกเลิกมาตรการภาษีอสังหาริมทรัพย์ภายในเดือน มี.ค.นี้ ส่งผลกระทบต่อความสามารถในการทำกำไรของบริษัทในปีนี้ โดยคาดการณ์ว่าอัตรากำไรสุทธิ (net profit margin) จะอยู่ที่ 14-15% ลดลงจากปีก่อนที่อัตรา 17%

สำหรับแนวโน้มรายได้ในไตรมาส 1/2553 เขากล่าวว่า อาจจะไม่โดดเด่นมากนัก เพราะในช่วงไตรมาส 4/2552 บริษัทมีบางโครงการที่เสร็จก่อนกำหนด จึงสามารถที่โอนโครงการได้ ซึ่งมีมูลค่าประมาณ 250 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทั้งปีรายได้จะเป็นไปตามเป้าเติบโตจากปีก่อน 20% อยู่ที่ 9.6 พันล้านบาท

โดยประเมินว่าในไตรมาส 2 /2553 จะมีรายได้ประมาณ 2.5 พันล้านบาท และไตรมาส 3/2553 อยู่ที่ 1.5 พันล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4/2553 คาดว่ารายได้จะเป็นช่วงที่ดีที่สุด และลบสถิติในช่วง 21 ปีที่ผ่านมา ที่คาดจะมีรายได้ประมาณ 4 พันล้านบาท

นายโอภาส กล่าวต่อว่า ยอดขายปีนี้ คาดว่าจะอยู่ที่ 1.3 หมื่นล้านบาท ซึ่งคาดว่าในไตรมาส 1 /2553 จะมียอดขายอยู่ที่ 4-5 พันล้านบาท โดยยอดขายในช่วง 5 สัปดาห์แรกของปีอยู่ที่ 1 พันล้านบาท ซึ่งก็เป็นไปตามเป้าหมาย โดยวันที่ 20 มี.ค.นี้ บริษัทมีแผนที่จะเปิดโครงการที่รัชโยธิน มูลค่า 2.9 พันล้านบาท พระราม 4 มูลค่าประมาณ 1.5 พันล้านบาท ซึ่งมูลค่ารวมอยู่ที่ 4.4 พันล้านบาท ทั้งนี้ หวังว่าจะสามารถปิดการขายได้ประมาณ 4 พันล้านบาท ส่งผลให้ยอดขายในช่วงไตรมาส 1/2553 อยู่ที่ประมาณ 4-5 พันล้านบาท

เขากล่าวอีกว่า ปัจจุบันมีงานในมือ (backlog) ประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท โดยรับรู้รายได้ในปีนี้ประมาณ 7.7 พันล้านบาท และในปี 2554 รับรู้รายได้ประมาณ 3.5 พันล้านบาท

"มาตรการภาษีที่หมดอายุ 28 มี.ค.นี้ บริษัทได้วางแผนมาตั้งแต่ช่วงปีก่อน เพื่อให้รายได้เติบโตอย่างสม่ำเสมอ โดยเร่งการก่อสร้างให้จบก่อนแผน ดังนั้น ในไตรมาส 1 ปีนี้ก็ไม่น่าเป็นกังวล เราก็ไม่ได้กังวลมาตรการภาษีว่าจะหมดอายุ เพราะว่าบริษัทปรับตัวรับมือ และมีการบริการจัดการโครงการเรียบร้อยแล้วตั้งแต่ปีก่อน" นายโอภาสกล่าว

นายโอภาส กล่าวว่า ตามแผนของบริษัทตั้งเป้าอัตรากำไรขั้นต้นไว้ไม่ต่ำกว่า 30% โดยในปีก่อนก็ทำได้ที่ประมาณ 31% ซึ่งแม้ว่าต้นทุนการก่อสร้างปรับเพิ่มขึ้นแต่บริษัทก็มีการบริหารจัดการในส่วนที่จะสามารถลดได้ จึงเชื่อว่าไม่น่าจะเป็นปัญหา

เขากล่าวต่อว่า บริษัทเตรียมเพิ่มงบลงทุนซื้อที่ดินเป็น 2.5 พันล้านบาท จากเดิมวางไว้ 2 พันล้านบาท ซึ่งเป็นการซื้อที่ดินภายใต้ บริษัท พรสันติ ที่บริษัทถือหุ้นอยู่ และขณะนี้ อยู่ระหว่างการเจรจาจัดซื้อที่ดินแปลงใหญ่มากกว่า 50 ไร่ คาดว่าจะมีข้อสรุปสิ้นเดือน มี.ค.นี้ โดยโครงการดังกล่าวจะเป็นการเปลี่ยนโมเดลการพัฒนาโครงการจากเดิมที่บริษัท พรสันติ จะเน้นทำทาวน์เฮ้าส์ เปลี่ยนมาเป็นการพัฒนาทุกรูปแบบทั้งบ้านเดี่ยว คอนโดมิเนียม และคอมมูนิตี้ มอลล์ด้วย ซึ่งจากการปรับโมเดลดังกล่าวจะทำให้อนาคตสัดส่วนรายได้ของบริษัทจะมาจากโครงการแนวราบมากขึ้น จากปัจจุบันที่รายได้ส่วนใหญ่มาจากโครงการคอนโดมิเนียม

"ปัจจุบันเรามีสัดส่วนรายได้จากคอนโดมิเนียม 100% สาเหตุที่จะปรับโมเดลให้มันหลากหลาย เพื่อเข้ามาช่วยขยายและเติมเต็มในส่วนของบริษัท ที่มีโครงการคอนโดมิเนียมอยู่แล้ว" นายโอภาส กล่าว 

Tags : แอล.พี.เอ็น. มาตรการอสังหาฯ

advertisement

advertisement

advertisement