กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2553 10:00

เอสซีจีก่อสร้างฮุบคิวคอน 51%

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ปูนซิเมนต์ไทยส่งบริษัทลูกเทคโอเวอร์ ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ 51% มูลค่ากว่า 800 ล้านบาท หวังเพิ่มขีดแข่งขัน

นายกานต์ ตระกูลฮุน กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัทปูนซิเมนต์ไทย หรือเอสซีจี แจ้งตลาดหลักทรัพย์ว่า บริษัทเอสซีจีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่บริษัทถือหุ้น 100% ได้ลงนามในบันทึกข้อตกลงเสนอซื้อหุ้นบริษัท ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ (Q-CON) จากกลุ่มผู้ถือหุ้นรายใหญ่ ในราคาหุ้นละ 4 บาท คิดเป็นมูลค่าซื้อ 816 ล้านบาท

สำหรับผู้ถือหุ้นใหญ่ 4 รายของคิวคอน ที่เอสซีจีฯ ซื้อหุ้น คือ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำนวน 40,997,300 หุ้น คิดเป็น 10.25% 2.บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ จำนวน 97,320,000 หุ้น คิดเป็น 24.33% บริษัท คิว.เอช.อินเตอร์เนชั่นแนล (บริษัทย่อยควอลิตี้ เฮ้าส์) จำนวน 5,805,000 หุ้น คิดเป็น 1.45% และ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ จำนวน 59,877,700 หุ้น คิดเป็น 14.97% รวมทั้งสิ้น 204 ล้านหุ้น คิดเป็น 51% ของจำนวนหุ้นที่จำหน่ายได้แล้วทั้งหมดของคิวคอน

เขากล่าวว่า การลงทุนในครั้งนี้จะทำให้บริษัทสามารถตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้าวัสดุก่อสร้างได้อย่างครบถ้วน ซึ่งจะเป็นการเพิ่มความสามารถในการแข่งขันในภาพรวมของบริษัทในธุรกิจผลิตภัณฑ์ก่อสร้างได้ดียิ่งขึ้น

บริษัท ควอลิตี้คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายคอนกรีตมวลเบาด้วยกำลังการผลิตรวมทั้งสิ้น 12 ล้านตารางเมตรต่อปี มีโรงงานผลิตในจังหวัดอยุธยาและระยองรวมทั้งสิ้น 4 โรงงาน

ด้านตลาดหลักทรัพย์วานนี้ (8 ก.พ.) ได้ปลดเอสพี หุ้นบริษัท ควอลิตี้ คอนสตรัคฯ ตั้งแต่เช้าวานนี้ หลังจากสั่งห้ามซื้อขายหุ้นตั้งแต่วันที่ 28 ม.ค.- 5 ก.พ.2553 ตามที่คิวคอนขอมา เนื่องจาก ผู้ถือหุ้นรายใหญ่อยู่ระหว่างเปลี่ยนแปลงโครงสร้างผู้ถือหุ้น

ขณะที่การเคลื่อนไหวราคาหุ้น คิวคอนวานนี้ ปิดตลาดที่ราคา 3.88 บาท เพิ่มขึ้น 0.72 บาท หรือ 22.78% มีมูลค่าการซื้อขาย 965.61 ล้านบาท

ด้านนางสุวรรณา พุทธประสาท กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ควอลิตี้ เฮ้าส์ กล่าวว่า การขายหุ้น ควอลิตี้ คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์ ให้กับบริษัทเอสซีจี ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง ราคา 4 บาท/หุ้น คิดเป็นเงินทั้งสิ้น 412.5 ล้านบาท คาดว่าจะรับรู้รายได้ไตรมาส 2 ปี 2553 หรืออย่างเร็วไตรมาส 1 ปี 2553 ซึ่งขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของสัญญา

"หลังจากที่เราขาย คิวคอน คงยังไม่เห็นการลงทุนในรูปแบบนี้อีก แต่การขายครั้งนี้ก็ถือว่าเป็นรูปแบบการลงทุนปกติ ที่เมื่อลงทุนแล้วไม่ได้ผลตอบแทนตามที่วางไว้ ก็ควรต้องพิจารณาขายหุ้น และเราก็มา โฟกัส ในธุรกิจเราอย่างเดียว ส่วนจะไปลงทุนลักษณะนี้อีกหรือไม่ ยังไม่ใช่ตอนนี้" นางสุวรรณา กล่าว

สำหรับปี 53 บริษัทตั้งเป้ารายได้เติบโต 30% หรือประมาณ 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการเติบโตค่อนข้างมาก เนื่องจากจะมีการรับรู้รายได้จากคอนโดมิเนียมที่เปิดไป 2 โครงการ คือที่สาทรและหลังสวน มากกว่า 3,000 ล้านบาท และมาจากโครงการเดิมที่จะทยอยรับรู้รายได้หลังจากเปิดขายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ยังมีปัจจัยการเมืองที่เป็นเรื่องน่ากังวล

ด้านนายภูมิพัฒน์ สินาเจริญ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวางแผนและพัฒนาธุรกิจ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ กล่าวว่า บริษัทจะได้รับเงิน 230 ล้านบาทจากการขายหุ้นคิวคอน 14.9% ซึ่งจะบันทึกเป็นกำไรในไตรมาส 1 ปี 2553 โดยสาเหตุที่ขายหุ้นหมด เนื่องจากไม่ใช่ธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งนี้เชื่อว่าบริษัท บริษัทเอสซีจีผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จะทำคำเสนอซื้อหุ้นจากนักลงทุนทั่วไป (เทนเดอร์-ออฟเฟอร์) แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน

ผลประกอบการ บริษัทควอลีตี้ คอนสตรัคชั่นโปรดัคส์งวด 9 เดือนปี 2552 บริษัทมีกำไรสุทธิ 16.66 ล้านบาท

จีสตีลเล็งดึงทุนสหรัฐถือหุ้น

ด้านแหล่งข่าวจากอุตสาหกรรมเหล็ก เปิดเผยถึงการปรับโครงสร้างองค์กรของบริษัทจีสตีล (GSTEEL) ว่าการแต่งตั้ง MR. AHAB GARAS และMR. RYUZO OGINO เข้าเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม (CO CEO) และการแต่งตั้งนาย Mr. ARI LEVY แต่งตั้งเป็น ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านบัญชีและการเงิน ไม่ใช่แค่การดึงมืออาชีพเข้ามาร่วมบริหารเท่านั้น แต่น่าจะมีเป้าหมายต้องการดึงกลุ่มทุนใหม่เข้ามาถือหุ้นซึ่ง ซีอีโอ และซีเอฟโอ คนใหม่คาดว่าจะเป็นตัวแทนของกลุ่มทุนจากสหรัฐที่จะเข้ามาถือหุ้น แต่ช่วงแรกจะเข้ามาดูแลการบริหารจัดการทั้งหมด เพื่อต้องการล้างภาพลักษณ์ของจีสตีล ว่าไม่ใช่ธุรกิจครอบครัวของลีสวัสดิ์ตระกูล

เขากล่าวว่า ขั้นตอนหลังจากนั้น กลุ่มทุนสหรัฐ ก็จะเข้ามาเพิ่มทุนในบริษัทในสัดส่วนมากพอสมควร คิดเป็นมูลค่ามากกว่า 2 พันล้านบาท โดยจะเป็นการออกหุ้นเพิ่มทุนใหม่และกลุ่มนายสมศักดิ์ ลีสวัสดิ์ตระกูล ก็ต้องยอมลดสัดส่วนลง ตามหุ้นเพิ่มทุนที่เข้ามาซึ่งดีลการเพิ่มทุนดังกล่าวมี บล.บัวหลวง เป็นที่ปรึกษาการเงิน

"การปรับทัพทีมผู้บริหาร ดึงมืออาชีพเข้ามา โดยเฉพาะเข้ามานั่งเป็นซีอีโอ และซีเอฟโอ น่าจะเป็นตัวแทนของเจ้าของเงินเพราะที่ผ่านมาจีสตีลเองก็มีการเจรจาหาพันธมิตรเข้ามาถือหุ้นมานานพอสมควร และการที่ขายเป็นหุ้นเพิ่มทุน เพราะต้องการเงินสดเข้ามาใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนมากกว่าเพราะขณะนี้จีสตีลมีปัญหาด้านสภาพคล่องและทางกลุ่มหุ้นใหญ่คือตระกูลลีสวัสดิ์ตระกูล ก็ต้องยอมลดสัดส่วนลง" แหล่งข่าวกล่าว

แหล่งข่าวกล่าวต่อว่า ข้อสังเกตที่ชัดเจนว่า กลุ่มผู้บริหารใหม่จะเข้ามามีบทบาททั้งการบริหารและมีส่วนในเชิงอำนาจการตัดสินใจก็คือ การที่คณะกรรมการของบริษัทจีสตีล มีมติอนุมัติแก้ไขอำนาจกรรมการลงนามผูกพันบริษัท จากเดิม นายสมศักดิ์ หรือคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล หรือนายยรรยง คุโรวาท หรือนายสิทธิชัย ลีสวัสดิ์ตระกูล ลงลายมือชื่อร่วมกับ พลตำรวจโทประกาศ ศาตะมาน หรือนายริวโซ โอกิโน หรือ ศ.ดร.อุทิส ศิริวรรณรวมเป็นสองคนและประทับตราสำคัญของบริษัท โดยแก้ไขใหม่เป็น MR. ARI LEVY หรือคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล หรือนายยรรยง คุโรวาท หรือนายริวโซ โอกิโน หรือพลตำรวจโทประกาศ ศาตะมานกรรมการ 2 ใน 5 คน ลงลายมือชื่อร่วมกันและประทับตราสำคัญของบริษัท

Tags : เอสซีจี คิวคอน

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement