สัมมากร ฉลองครบรอบ 40 ปี เดินหน้าปรับภาพลักษณ์ใหม่ เผยแจงยอดขายในปีที่ผ่านมาโตกว่า 35 % พร้อมลุยเปิดตัว 2 โครงการใหญ่มูลค่ากว่า 2,100 ล้าน
นายกิตติพล ปราโมช ณ อยุธยา กรรมการผู้จัดการ บริษัท สัมมากร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ในปี 2553 นี้เป็นปีที่บริษัทดำเนินธุรกิจครบรอบปีที่ 40 โดยปัจจุบันมีโครงการหมู่บ้านสัมมากรมีทั้งหมด 9 โครงการ ได้แก่ โครงการสัมมากร ราชพฤกษ์ โครงการสัมมากร รามคำแหง โครงการสัมมากร นครอินทร์ โครงการสัมมากร รังสิตคลอง 2 และคลอง 7 โครงการสัมมากร นิมิตใหม่ โครงการสัมมากร มีนบุรี 1 และมีนบุรี 2 และโครงการสัมมากร บางกะปิ ซึ่งโครงการสัมมากร บางกะปิ ถือเป็นโครงการแรกของบริษัทฯ ที่ได้รับการตอบรับและความสำเร็จในการขายเป็นอย่างมาก
ทั้งนี้ โครงการสัมมากร บางกะปิ เปิดขายในปี 2517 เป็นโครงการใหญ่กว่า 1,000 ไร่ จำนวนกว่า 3,000 หลังคาเรือน และเป็นที่รู้จักแก่คนทั่วไปมาจนถึงปัจจุบัน จากโครงการทั้งหมดของสัมมากรที่ได้กล่าวไปข้างต้นจะสังเกตได้ว่าฐานลูกค้าส่วนใหญ่ของสัมมากรจะเป็นกลุ่มลูกค้าทางฝั่งตะวันออกของกรุงเทพฯ ซึ่งบริษัทฯ มีโครงการหมู่บ้านในแถบนี้ถึง 4 โครงการ และเป็นโครงการขนาดใหญ่ทั้งหมด
สำหรับผลประกอบการในปี 2552 ที่ผ่านมา ถึงแม้ว่าสภาพเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศไทยจะชะลอตัวลงก็ตาม แต่อัตราการเติบโตของบริษัทฯ เกินกว่าเป้าหมายที่วางไว้ โดยยอดขายปีที่ผ่านมาบ้านและที่ดินของบริษัทฯ เติบโตกว่า 35% เกินกว่าเป้าหมายเดิมที่วางการเติบโตไว้ที่ 15 %
นอกจากนี้ ในส่วนของพฤติกรรมการตอบรับของกลุ่มลูกค้านั้น ในปีที่ผ่านมาถือได้ว่าจำนวนของกลุ่มลูกค้าที่เข้าเยี่ยมชมโครงการสูงกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2551 ประมาณ 34% และมีกลุ่มลูกค้าใหม่ที่เข้ามาเยี่ยมชมโครงการจากการแนะนำของกลุ่มลูกบ้านเดิมประมาณ 10% ซึ่งจำนวนนี้บริษัทสามารถปิดการขายได้กว่า 90%
จากการเติบโตดังกล่าว นายกิตติพล มองว่า อาจเป็นผลมาจากการสนับสนุนด้านภาษีจากรัฐบาล กอรปกับภาวะเงินเฟ้อที่ติดลบมาหลายไตรมาส รวมทั้งภาวะดอกเบี้ยที่ลดต่ำลง ปัจจัยเหล่านี้จึงช่วยส่งผลให้ความสามารถในการซื้อของกลุ่มลูกค้าสูงขึ้นนั่นเอง
ด้านแผนการทำตลาดในปี 2553 นี้ บริษัทฯ ตั้งใจที่จะปรับภาพลักษณ์ขององค์กรให้มีความทันสมัยและมีชีวิตชีวามากขึ้น ทั้งในแง่ของการบริหาร และโครงการหมู่บ้านรูปแบบใหม่ ๆ ที่จะเกิดขึ้น แต่ทั้งหมดยังอยู่ภายใต้แนวคิด “เราไม่เพียงสร้างบ้าน...แต่เราสร้างสังคม” เช่นเดิม พร้อมกับตั้งเป้าเติบโตกว่าปีที่ผ่านมาประมาณ ..13...% โดยจะเปิดตัว 2 โครงการใหม่ ได้แก่ โครงการ Aqua Divina ขนาดประมาณ 65 ไร่ ราคาขายบ้านพร้อมที่ดินประมาณ 6-10 ล้านบาท ขนาดที่ดินประมาณ 70-100 ตารางวา ขนาดพื้นที่ใช้สอยตั้งแต่ 130 – 215 ตารางเมตร และโซนพิเศษ 120 ตารางวาขึ้นไป ราคาประมาณ 15-17 ล้านบาท ขนาดบ้านประมาณ 400 ตารางเมตร ซึ่งมีเพียง 12 แปลงเท่านั้น
ในโครงการเน้นบรรยากาศของสวนและทะเลสาบ แบบบ้านทันสมัยพื้นที่ใช้สอยครบถ้วน ซึ่งจะเปิดตัวประมาณเดือนกันยายนนี้ โครงการ Flora Divina ขนาดประมาณ 45 ไร่ เน้นขายบ้านขนาดตั้งแต่ 120-160 ตารางเมตร บนเนื้อที่ 50 ตารางวา ราคาขายบ้านพร้อมที่ดินประมาณ 3 ล้านบาท คาดว่าจะเปิดขายประมาณปลายปีนี้ โดยทั้ง 2 โครงการมีมูลค่าโครงการรวมกว่า 2100 ล้านบาท และโครงการ Pure Place ช้อปปิ้งมอลล์ขนาดใหญ่แบบครบวงจร โดยมีพื้นที่ขายกว่า 9,000 ตารางเมตร ใช้งบลงทุนประมาณ 350 ล้านบาท ซึ่งจะเปิดให้บริการในช่วงไตรมาสที่ 4 ของปีนี้เช่นกัน ซึ่งบริษัทคาดหวังว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากกลุ่มลูกค้าอีกเช่นเดิม
นอกจากนี้ ยังมีการทำกิจกรรมการตลาดและกิจกรรมส่งเสริมการขายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นยอดขายของทุกโครงการ อีกทั้งมีการจัดกิจกรรมพิเศษต่าง ๆ สำหรับลูกบ้านเพื่อสร้างสัมพันธ์ที่ดีระหว่างบริษัทและลูกบ้านมาโดยตลอด เช่นในวันที่ 6 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมาได้มีการจัดกิจกรรมเฉลิมฉลอง “ครบรอบ 40 ปีหมู่บ้านสัมมากร” ครั้งยิ่งใหญ่ ณ หมู่บ้านสัมมากร บางกะปิ โดยได้จัดกิจกรรมทั้งการออกร้าน เล่นเกมส์ และมินิคอนเสิร์ตเพื่อเป็นการขอบคุณสำหรับความไว้วางใจของลูกบ้านที่มีต่อบริษัทมาโดยตลอด
รวมถึง กิจกรรมที่จัดขึ้นเป็นประจำ เช่น กิจกรรมวันเด็ก กิจกรรมสอนทำขนมต่างๆ กิจกรรมสอนทำกระทง กิจกรรมสอนทำบุหงารำไป กิจกรรมส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ เช่น การออกแบบและร้อยลูกปัด กิจกรรมวาดรูป ซี่งทุกกิจกรรมล้วนได้รับการตอบรับจากลูกบ้านเป็นอย่างดี
นอกจากกิจกรรมที่กล่าวมาข้างต้นแล้ว ในปีนี้สัมมากรจะมีการจัดกิจกรรมเพื่อสังคมโดยร่วมกับสมาคมพัฒนาประชากรและชุมชน ซึ่งจะมีการจัดทำกิจกรรมช่วยเหลือประชาชนในหมู่บ้านตำบลหนองขวาง จังหวัดบุรีรัมย์ โดยมีการดำเนินงานเพื่อช่วยพัฒนาสังคม สิ่งแวดล้อม และสุขภาพอนามัย นอกจากนี้ยังส่งเสริมให้ชาวบ้านเข้าถึงแหล่งเงินทุน และพัฒนาความเป็นอยู่ของตัวเองให้ดีขึ้น
Tags : สัมมากร
