กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 30 ธันวาคม 2552 01:00

เกาะติดอสังหาฯดิ้นหนี หลุมดำ เศรษฐกิจ และ กฎหมาย

กฎหมาย, สวล., สิ่งแวดล้อม, มาบตาพุด, มหานคร, เพซ ดีเวลลอปเมนท์

ภาพตัวอย่างโครงการ "มหานคร" ของบริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

นับถอยหลังลั่นระฆังส่งท้ายปี วัว 2552 ...เป็นปีที่ทำให้วงการอสังหาฯต้องออกแรงดิ้นหนี หลุมดำ ฝ่าวงล้อมวิกฤติทั้งจากเศรษฐกิจ การเมือง

และอุบัติเหตที่เกิดจากกระบวนการทำงานที่ (ผิด) พลาดไปหน่อย เมื่อสำนักงานคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ(สวล.) เข้ามาจัดระเบียบ "ดัดหลังพวกซิกแซ็ก" แบบไม่มีข้อยกเว้น!!! ปัญหาที่ว่า...นี้คงมียาวข้ามปี 2553 เป็นที่คาดการณ์กันว่า สวล.จะต้องเข้มสุดๆ ด้วยการวางแนวปฎิบัติเช่นเดี่ยวกับ 65 โครงการมาบตาพุด

ปัญหาก่อสร้างผิดกฎหมายควบคุมอาคาร ไม่ผ่านกฎหมายสิ่งแวดล้อม ที่พูดกันตามจริงนั้นล้วนมีเกือบทุกโครงการ ประเภทคอนโดมิเนียม โดนหมด ต่างกันเพียงแค่ "มาก -น้อย " บางโครงการยื่นสวล.ไปแล้วไม่ผ่านก็ต้องมาปรับแบบ แก้แบบใหม่ บางโครงการไม่รู้ไปทำอีท่าไหน ก่อสร้างจนเสร็จ ถึงเวลาโอนให้ลูกค้าไม่ได้ต้อง "ทุบ" ต้อง "รื้อ" ใหม่ให้ถูกต้อง

ตัวอย่างเช่น กลุ่มแสนสิริ ที่ต้องเร่งกู้ภาพลักษณ์หลัง สินค้าคอนโดภายใต้แบรนด์ "พลัส" สะดุด ปมปัญหานี้ แสนสิริสั่งลดบทบาทการเป็นบริษัทพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของ พลัส พร็อพเพอร์ตี้ ทันทีเหลือเพียง ดำเนินธุรกิจเซอร์วิส แมเนจเมนท์เพียงอย่างเดียว...

ด้าน บมจ.ปริญสิริ เป็นอีกหนึ่งบริษัทที่มีปัญหาคล้ายกับพลัส ที่ขณะนี้ได้สางปมปัญหาไปได้เกือบ 100% ในปี 2553 ที่จะถึงนี้คงเห็นภาพลักษณ์ใหม่ หลังจากที่ได้ Re Branding โฉมใหม่ที่จะเปิดตัวในเร็วๆ นี้จะสื่อถึงความกระฉับกระเฉงต้องตาต้องใจกับ ลูกค้ามากขึ้น ไม่ว่าจะเป็น การเปลี่ยนโลโก้ใหม่ คอนเซ็ปท์ของสินค้าในโครงการที่จะเน้นพื้นที่สีเขียวมากขึ้นกว่ากฎหมายกำหนด

ปัญหาที่ติดขัดกฎระเบียบที่ต้องแก้ ..หรือ ตีความกันนั้นใช่จะมีเพียงกฎหมายสวล.เท่านั้น แต่หากรวมถึง การเข้ามาทำงานด้านการออกแบบอาคารของสถาปนิกต่างชาติ ที่ระหว่างที่รอเปิดเสรีตามข้อตกลงเอฟทีเอ จะมีผลในปี 2558 หรืออีก 5 ปีข้างน้านั้น ระหว่างนี้ก็มีบางอาคารที่ถูกจับตามองพร้อมกับทำการตรวจสอบข้อมูล หลังจากที่สภาสถาปนิก พิจารณาแล้วเบื้องต้นว่า (อาจ) เข้าข่ายใช้สถาปนิกต่างชาติเป็นผู้ออกแบบอาคาร "มหานคร" อาคารที่สูงที่สุดในน่านฟ้ากรุงเทพฯ ที่เจ้าของโครงการ บริษัท เพซ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด พร้อมที่จะผลักดันให้โครงการเป็นแลนด์มาร์คของประเทศไทย โชว์ศักยภาพเหนือประเทศคู่แข่ง

ขณะนี้ คณะกรรมการสภาสถาปนิก ได้มีมติให้แจ้งความกับพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจนครบาลลุมพินี ท้องที่ที่เกิดเหตุ ซึ่งเจ้าหน้าที่ฝ่ายกฎหมายเป็นผู้รับมอบอำนาจแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อดำเนินคดีกับผู้มีส่วนร่วมหรือมีส่วนเกี่ยวข้องในการกระทำความผิด อันเป็นการกระทำฝ่าฝืนพระราชบัญญัติสถาปนิก พ.ศ.2543 ในโครงการมหานครทั้งหมด ต่อพนักงานสอบสวนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยถ้อยแถลงของสภาสถาปนิกระบุว่า มีผู้ต้องหาที่ต้องรับผิดชอบในฐานะนิติบุคคลและบุคคลธรรมดา ทั้งหมด 23 ราย

ทั้งนี้ สภาสถาปนิกได้ตรวจสอบจากระเบียบสภาสถาปนิกแล้ว ไม่พบว่า นายโอเล เซียเรน ได้รับใบอนุญาตประกอบวิชาชีพสถาปัตยกรรมควบคุมจากสภาแต่อย่างใด การที่นายโอเล เซียเรน แสดงตนว่า เป็นผู้ออกแบบโครงการมหานคร จึงเป็นการกระทำที่เข้าข่ายเป็นการกระทำฝ่าฝืน พระราชบัญญัติสถาปนิกฯ มาตรา 45 มีโทษตามมาตรา 71
ในกรณีนี้ แม้จะยังไม่สรุปผลออกมาชัดเจนว่า "ถูก" หรือ "ผิด" แต่ทางผู้บริหารเจ้าของโครงการ สรพจน์ เตชะไกรศรี ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เพซฯ ก็ออกโรงชี้แจงว่าการออกแบบครั้งนี้บริษัทได้ใช้สถาปนิกอินเฮ้าส์

นั่นเป็นตัวอย่างปัญหาที่เกิดจากตัวบทกฎหมายที่ผู้ประกอบการเจ้าของโครงการ ต้องคิดแก้เกมไว้ ... แต่หากหันกลับมาดูผลกระทบธุรกิจอสังหาฯ ต่อวิกฤติเศรษฐกิจโลก ปัญหาการเมืองภายในประเทศแล้ว ขอบอกว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ปี 2552 ค่อนซึม จะคึกคักหน่อยก็ในช่วงไตรมาส 3 และ 4 ของปี ในขณะที่ปี 2553 พบว่าผู้ประกอบการต่างก็กังวลปัญหาการเมืองว่าจะเป็นตัวฉุดธุรกิจ

Tags : กฎหมาย สวล. สิ่งแวดล้อม มาบตาพุด มหานคร เพซ ดีเวลลอปเมนท์

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 5

ครับ นั่นแหล่ะครับ ปัญหาจริงๆๆ ที่เกิดขึ้นกับโครงการ อยากซื้อไหมหล่ะครับ เฟส 3 ยังว่างให้พวกคุณจับจอง แล้วยังมีเฟสใหม่ๆๆ จะได้มาเป็นเพื่อนกันครับ อิอิ

ความคิดเห็นที่ 4

หลุมดำ เกิดจาก ผู้ บริหาร หมกเม็ด โลภมาก

ดูอย่าง property perfect โครงการ Perfect Place สุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิ ทีหมกเม็ดทางเข้า และ ที่ ส่วนกลางทะเลสาบ จน ลูกบ้าน perfect place รวมตัวกัน เรียกร้อง นี่ก็เป็นตัวอย่างแกะดำ ของวงการอสังหาฯ

ถ้าใครคิดจะซื้อ ควรคิดให้รอบคอบ หรือserch จาก google: Perfect Place สุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิ จะเห็นความเน่าเฟะของโครงการที่หมกเม็ดอยู่ภายใน

ความคิดเห็นที่ 3

ลูกบ้าน perfect place รวมตัวกัน
เป็นคนหนึ่งที่ได้ไปเข้าร่วมการประชุมนะคะ ทีมงานจัดการประชุมอย่างดีทีเดียว ผู้เข้าร่่วมประชุมร่วม 200 คน นอกจากนี้มีการแนะนำทีมงาน และเปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมฟังซักถามข้อสงสัยด้วยนะคะ เรื่องราวมีอยู่หลายเรื่องคะ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องความปลอดภัย ไม่มีบ่อบัดนำ้เสีย ฯลฯ แต่ขอยกตัวอย่างเรื่องที่คิดว่าเป็นเรื่องสำคัญและเร่งด่วนมากที่สุดตามความเข้าใจมาเล่าให้ฟังนะคะ นั่นก็คือเรื่องของภาระจำยอมในส่วนของถนนด้านหน้าโครงการ ทีมงานได้มีการแจกเอกสารที่น่าเชืื่อถือมากนะคะ(ต้องขออภัยที่ไม่สามารถบอกได้ว่าคืออะไร ไม่แน่ใจว่าสามารถบอกได้ไหม) เค้าแสดงให้เป็นถึงพื้นที่ส่วนหน้าโครงการทั้งหมด คือเดิมที่พื้นที่ถนนทางเข้าโครงการเคยเป็นของโครงการทั้งหมด ภายหลังได้แบ่งพื้นที่ดังกล่าวออกเป็นกลายๆส่วน เป็นต้นว่า

Quote:
พื้นที่ในส่วนที่ติดถนนก็คือตรงป้อมยาม ซึ่งเป็นพื้นที่ที่ทำเลดีที่สุดเนื่องจากติดถนนอ่อนนุชลาดกระบัง พื้นที่ส่วนนี้โครงการได้ขายให้กับบริษัทหนึ่งซึ่งเป็นบริษัทลูก แล้วจดเป็นภาระจำยอมโดยมีสัญญาเช่า 10 ปี เป็นจำนวนเงิน 8.8 ล้านบาท โดยสัญญาจะหมดลงในปี 2557 ซึ่งตอนนี้โครงการได้บีบให้ลูกบ้านเฟสแรกจดทะเบียนเป็นนิติบุคคล แล้วหลังจากนั้นเฟสต่างๆก็ค่อยๆจดเป็นนิติบุคคลกันไป มีคำถามเกิดขึ้นว่า พี้นที่ตรงนี้ เราลูกบ้านจะหาเงินที่ไหนมาเช่า ที่ดินนับวันมีแต่ราคาขึ้น คงไม่ใช่ 8.8 ล้านบาทแน่ แล้วถ้าเค้าไม่ให้เราเช่าแต่ขายให้คนอื่นอีกที หรือทำอาคารพาณิชย์ คอนโด หรือห้างสรรพสินค้า เราจะเข้าบ้านทางไหน ต้องเสียค่าผ่านทางมหาโหดหรือไม่ นั่นเป็นคำถามที่เกิดขึ้นในใจเราทุกคน (นั่งฟังแค่นี้ก็เครียดแล้วนะคะ ยังไม่หมดคะ)

Quote:
และอีกส่วนหนึ่งนะคะ ส่วนถนนหลังที่ผ่านป้อมยามมา เดิมถนนใหญ่กว่านี้มาก แต่ได้แบ่งที่ดินใหม่เป็น 2 ส่วน คือ
1.ที่ดินที่เจ้าของเป็นโครงการคือที่ดินลูกรังเล็กๆที่อยู่ทางขวาของถนนทางเข้าหลังจากผ่านป้อมยามมาแล้ว (เท่านั้นเอง)
2.ที่ดินส่วนถนนที่รถวิ่งอยู่ทั้งหมดโครงการได้ยกให้เป็น "ที่สาธารณประโยชน์" นั่นหมายความว่าบุคคลที่ 3 นั่นคือใครก็ได้สามารถใช้ที่ดินนี้ได้ และสามารถผ่านเข้าออกได้ ไม่ว่าจะเป็นรถขายของ ขายกับข้าว เพราะตามกฎหมายถือว่าเป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินสำหรับพลเมืองใช้ร่วมกัน ความปลอดภัยอยู่ที่ไหนคะ บ้านราคาไม่ใช่ถูกๆ แพงมากด้วย

Quote:
เป็นไงคะพื้นที่ทั้งหมดเดิมทีก็เป็นของโครงการนั่นแหละคะ เค้าก็ได้แบ่งด้วยเหตุผลประการใดไม่ทราบ แต่ทำให้ลูกบ้านเสียผลประโยชน์อย่างใหญ่หลวง ส่วนเรื่องพื้นที่ที่จะประชุมนั้นตามกฎหมายแล้วสามารถใช้ประชุมได้ ที่ประชุมจึงมีมติให้ใช้ที่แห่งนั้นประชุมในครั้งต่อไป ส่วนค่าส่วนกลางรู้สึกว่าจะผิดนะคะ
เห็นอย่างนี้แล้วยังอยากจะอยู่ที่หมู่บ้านที่ทางเข้าไม่ใช่ของเราไหมคะ และถามเซลล์ไปก็เท่านั้นล่ะคะ มีหน้าที่โกหกไปวันๆ ที่สำคัญโกหกไม่เหมือนกันอีกต่างหาก และต้องขออภัยที่ยกตัวอย่างมาให้แค่เรื่่่องเดียว เพราะคิดว่าเรื่องนี้ใหญ่มากในความรู้สึกจริงๆ ส่วนเรื่องอื่นๆรบกวนผู้ที่เข้าร่วมประชุมท่านอื่นหรือทีมงานมาเล่าให้ฟังนะคะ สำหรับข้อมูลข้างบนถ้าผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้นะคะ

ความคิดเห็นที่ 2

Perfect Place สุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิ ทางเข้าโครงการ เป็นภาระจำยอม บ่อบำบัดไม่มี น้ำท่วมทุกปี มีหมาจรจัด ลานจอดรถทรุด ผนังแตกร้าว ผู้บริหารไม่จริงใจ หมกเม็ด

ถ้าจะซื้อคิดให้หนัก ลูกบ้านกำลังทำเรื่องฟ้องสคบ
ผู้บริหาร propertyperfect เจ้าของโครงการไม่ลงมาแก้ปัญหา

ความคิดเห็นที่ 1

โครงการ Perfect Place สุขุมวิท 77-สุวรรณภูมิของ propert perfevt ไม่โปร่งใส เฮ้อ! เหนื่อยใจกับโครงการนี้จริงๆเลย เวรกรรมจริงๆที่มาเจอโครงการสร้างภาพ ปกปิดความเน่าเฟะของเจ้าหน้าที่ และ ที่ส่วนกลาง
ปีใหม่นี้ก็ไม่รู้จะโดนขโมยขึ้นบ้านกันรึเปล่าก็ไม่รู้ โชคดีปีนี้ไม่ได้ไปไหน เดี๋ยวอยู่เฝ้าบ้านให้ละกันนะคะ
ผมว่า ถ้าผู้บริหารไม่มาแก้ปัญหา ก็ ควรที่จะ

1 ทำป้าย หน้าโครงการ เพื่อคนอื่น จะได้ไม่ซื้อ

2 ทำเรื่องร้องเรียน ไปยัง สคบ.

3 ประกาศ ทาง website ต่างๆ คนื้อ จะได้ระวัง

4 ทำเรื่องร้องเรียน ไปยัง ตลาดหลักทรัพย์ ผู้บริหารไม่โปร่งใส ขาดจรรยาบั

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement