กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 24 ธันวาคม 2552 14:00

บสก.คาดดอกเบี้ยต่ำดันบ้านมือสองปี 53 รุ่ง

บสก., บ้านมือสอง

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.)

TOOLS
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

บสก.เผยปี 53 อัตราดอกเบี้ยยังต่ำหนุนผู้ซื้อบ้านมือสอง โตตามเศรษฐกิจฟื้น ล่าสุด จับมือธนาคารไทยเครดิตฯ สนับสนุนสินเชื่อกู้ซื้อทรัพย์มือสอง

นายบรรยง วิเศษมงคลชัย กรรมการผู้จัดการ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (บสก.) กล่าวว่า แนวโน้มการซื้อขายบ้านมือสองในปีหน้าคาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจ โดยมีปัจจัยเรื่องของดอกเบี้ยต่ำเป็นตัวสนับสนุน ประกอบกับความต้องการที่อยู่อาศัยในระดับกลางล่างที่ยังมีต่อเนื่อง ซึ่งถือว่าเป็นทางเลือกสำคัญของคนที่มีกำลังซื้อน้อยไม่สามารถซื้อบ้านมือหนึ่งได้ และเพื่อสนับสนุนด้านสินเชื่อรายย่อยให้กับผู้ซื้อทรัพย์รอการขายจึงได้จับมือร่วมกับธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน)

โดยธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) ได้สนับสนุนสินเชื่ออสังหาฯ เพื่อร่ายย่อยให้กับลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ของบริษัทบริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด หรือ บสก. ด้วยการเสนอวงเงินกู้สำหรับลูกค้าที่ต้องการรีไฟแนนซ์ และลูกค้าที่ซื้อทรัพย์ของบสก.ด้วยเงื่อนไขพิเศษ

นายมงคล ลีลาธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการ ธนาคารไทยเครดิตเพื่อรายย่อย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ธนาคารฯ มีแนวคิดที่จะจัดแพ็คเกจอัตราดอกเบี้ยต่ำให้กับลูกค้าชั้นดีของบสก. โดยประเมินจากประวัติการผ่อนชำระที่ผ่านมา หากเป็นลูกค้าที่มีวินัยที่ดี ธนาคารฯอาจจะเสนอแพ็คเกจอัตราดอกเบี้ย 6.5% ทันที

จากอัตราปกติที่จะเสนอให้กับลูกค้าทั่วไปของบสก.ที่ต้องการรีไฟแนนซ์และซื้อทรัพย์ของบสก. จะคิดอัตราดอกเบี้ยในปีแรกจะอยู่ที่ 7.5% แม้ว่าจะเป็นอัตราที่สูงเมื่อเทียบกับสถาบันการเงินอื่นๆ แต่ในปีที่ 2 อัตราดอกเบี้ยจะปรับลดลงมาอยู่ี่ที่ 7% และนับจากปีที่ 3 เป็นต้นไป จะอยู่ที่ 6.5% ตลอดอายุสัญญากู้สูงสุด 70 ปี (รวมอายุผู้กู้ต้องไม่เกิน 70ปี) ภายใต้วงเงินสินค้าสูงสุด 7.5 ล้านบาทต่อราย

ในปีหน้านี้ธนาคารจะขยายวงเงินสินเชื่ออสังริมทรัพย์เพื่อรายย่อยเพิ่มขึ้นเท่าตัวจากปี 2552 ที่ปล่อยสินเชื่ออสังหาฯ เพื่อรายย่อยอยู่ที่ 3,000 ล้านบาทจากวงเงินสินเชื่อของพอร์ตรวม 10,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 6,000 ล้านบาท และพอรต์สินเชื่อรวมขยายเป็น 20,000 ล้านบาท และสินเชื่อเช่าซื้อจะขยายเป็นเท่าตัวจาก 4,000 ล้านบาทในปัจจุบัน สินเชื่อเอสเอ็มอีจาก 3,000 ล้านบาท และสินเชื่อเพื่อซื้อทองจาก 500 ล้านบาท

สำหรับธนาคารไทยเครดิตฯ ปัจจุบัน เน้นการปล่อยสินเชื่อลูกค้ารายย่อย คิดเป็น 70% ของพอร์ต โดยมีรายได้หลักมาจากการฝากเงินของลูกค้าโดยมีบัญชีเงินฝากลูกค้า 20 ล้านบาทต่อบัญชีมีสัดส่วนเงินฝากสูงถึง 75% และรายละ 100 ล้านบาทมีสัดส่วน 8%

นายบรรยง กล่าวเสริมว่า ปัจจุบันลูกค้าที่ผ่อนซื้ออสังหาฯ กับบสก.จะมีระยะเวลาในการผ่อนเพียง 4 ปี และขณะนี้มีจำนวน 2,000 ราย ดังนั้นการร่วมมือในวันนี้จึงเป็นสิ่งที่ดีที่บสก.จะมอบให้กับลูกค้าของบสก.ที่ต้องการรีไฟแนนซ์ และลูกค้าที่ซื้อทรัพย์จากบสก. ซึ่งความร่วมมือดังกล่าวจะช่วยให้ลูกหนี้ของบสก.สามารถปรับปรุงโครงสร้างหนี้และกลับคืนสู่ระบบเศรษฐกิจปกติ

ทั้งนี้ ทรัพย์สินรอการขาย หรือ เอ็นพีเอของระบบสถาบันการเงิน ณ สิ้นเดือนธันวาคม 2552 จะอยู่ที่ 1.38 แสนล้านบาท ปีหน้าคาดว่าจะปรับลดลงเหลือ 1.2 แสนล้านบาท

ด้านพอร์ตของบสก.ปัจจุบันมีสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) อยู่ในความดูแลจำนวน 229,949 ล้านบาท และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) จำนวน 15,583 รายการ มูลค่า 39,655 ล้านบาท

Tags : บสก. บ้านมือสอง

ความคิดเห็น

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement

advertisement