ผู้ประกอบการอสังหาฯ ฟันธงตลาดปี 2553 จะเติบโตได้ตามเศรษฐกิจ หากการเมืองนิ่ง
เอกชนร่วมแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับตลาดอสังหาริมทรัพย์ในปี 2553 ในงานสัมมนาภายใต้หัวข้อ “อสังหาริมทรัพย์ไทยฟื้นแล้วจริงหรือ” ที่จัดขึ้นโดยบริษัท พร็อพเพอร์ตี้ ชานเนล จำกัด ผู้ดำเนินรายการ พร็อพเพอร์ตี้ ชานเนล ทางคลื่นวิทยุ 102 MHz ร่วมกับบริษัท โฮมบายเออร์ไกด์ จำกัด และเซ็นจูรี่ 21
นายขรรค์ ประจวบเหมาะ กรรมการผู้จัดการ ธนาคารอาคารสงเคราะห์ กล่าวถึงแนวโน้มของอสังหาฯ ในปี 2553 ว่า จะฟื้นตัวอย่างค่อยเป็นค่อยไป ไม่ได้หวือหวา และยังมีปัจจัยเสี่ยงจากอัตราเงินเฟ้อ แม้ว่าอัตราดอกเบี้ยยังต่ำ แต่ราคาน้ำมัน และราคาสินค้าต่างๆ ที่ปรับตัวสูงขึ้น อาจทำให้เกิดภาวะเงินเฟ้อมากขึ้น ความผันผวนของค่าเงินบาท และความมั่นคงทางการเมืองยังเป็นตัวแปรสำคัญ ขณะที่โครงการต่างๆ ของรัฐบาลล้วนใช้เงินกู้ทั้งสิ้น ซึ่งเงินเหล่านี้มีข้อจำกัดทั้งในด้านจำนวนวงเงินและระยะเวลาการชำระ
สำหรับตัวเลขที่อยู่อาศัยในปีนี้คาดว่าจะใกล้เคียงกับปีที่ผ่านมาอยู่ที่ประมาณ 8 หมื่นหน่วย ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่มากนัก เชื่อว่าเป็นซัพพลายที่เกิดจากความต้องการจริง ไม่เหมือนยุคปี 2540 ที่แตะถึง 1 แสนหน่วย
ภาพรวมที่อยู่อาศัย 2553 ปรับตัวดีขึ้น จากเศรษฐกิจไทยที่ดีขึ้น จ้างงานดีขึ้น ผู้บริโภคมีความมั่นใจมากขึ้น สินเชื่อใหม่ก็คาดว่าจะขยายตัวได้อีก 5% และอัตราดอกเบี้ยคาดว่าจะขยับขึ้นในช่วงครึ่งปีหลัง แต่สิ่งที่สำคัญ คือ การเมืองต้องนิ่ง
บิ๊กอสังหาฯ ฟันธงคอนโดฯ ปี 53 บูมรอบใหม่
นายโอภาส ศรีพยัคฆ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอล.พี.เอ็น.ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีนี้ถือว่าเป็นปีที่ดีอีกปีหนึ่งของแอล.พี.เอ็น.ฯ แต่ยอมรับว่าเป็นปีที่เหนื่อยมาก เพราะสถานการณ์พลิกผันตลอดเวลา ต้องปรับตัวตลอดเวลา และระมัดระวังมาก เพราะคาดการณ์สถานการณ์ได้ยากมาก หากย้อนกลับไปมองเมื่อต้นปี 2551 ทุกคนมองกันว่าจะเกิดเหตุการณ์ฟองสบู่หรือไม่
แต่กลับมีปัจจัยที่ไม่คาดการณ์ไว้ คือ ราคาวัสดุปรับตัวสูงขึ้นมาก และราคาน้ำมันทะลุเกินความคาดหมาย ทำให้คาดการณ์ตลาดเพื่อบริหารสต็อกได้ยาก ประกอบกับกลางปีที่แล้วเกิดวิกฤติการเงินโลก ตลาดจึงชะลอตัวลง ผู้ประกอบการที่ปรับตัวอย่างรวดเร็วเท่านั้นจึงอยู่รอด
สำหรับปีนี้ตัวเลขผู้เข้าเยี่ยมโครงการลดลงเล็กน้อย แต่อัตราการตัดสินใจต่ำมาก เพราะผู้บริโภคมองว่าราคาอสังหาฯ น่าจะลดตัวลง สะท้อนให้เห็นว่า ความต้องการยังมี แต่ผู้บริโภคชะลอการตัดสินใจลงอย่างมาก แต่ในช่วงครึ่งปีหลังสถานการณ์เริ่มปรับตัวดีขึ้น และปัจจุบันถือว่าเข้าสู่สภาวะปกติ วัดจากยอดขายของคอนโดมิเนียมของบริษัทฯ 2 โครงการ คือ โชคชัย 4 และปิ่นเกล้า ที่ได้รับการตอบรับที่ดี สามารถปิดการขายได้ตามเป้าหมาย
แนวโน้มตลาดในปีหน้าจึงเชื่อว่าตลาดคอนโดมิเนียมจะปรับตัวดีขึ้นจากปีนี้มาก เพราะความต้องการที่อยู่อาศัยในเมืองยังมีสูง ในขณะที่ปัจจัยด้านราคาน้ำมันที่ผันผวนยังสนับสนุนให้เกิดการเปลี่ยนแปลงความต้องการที่อยู่อาศัยจากแนวราบสู่แนวสูง
อย่างไรก็ตาม การที่ปัจจัยทางการเมืองยังเป็นตัวแปรสำคัญที่มีผลต่อบรรยากาศการซื้อขาย เศรษฐกิจและการตัดสินใจซื้อของผู้บริโภค ซึ่งหากปัจจัยทางการเมืองนิ่งตามการคาดการณ์ ตลาดก็จะเติบโตได้ตามการคาดการณ์เช่นกัน
ด้านนายวิษณุ สุชาติล้ำพงศ์ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า หลังจากเดือนเมษายนปีนี้ สถานการณ์เริ่มดีขึ้น และยอดขายเริ่มกลับมา โดยเฉพาะโครงการของผู้ประกอบการรายใหญ่ยอดขายในช่วงไตรมาส 3 ถือว่าดีมาก และเชื่อว่าจะขายดีต่อเนื่องในไตรมาส 4 ซึ่งสร้างความมั่นใจให้กับผู้ประกอบการ และผู้ประกอบการรายใหญ่ต่างวางแผนออกโครงการใหม่จำนวนมาก
แต่ปัจจัยเรื่องการเมือง มาบตาพุด และปัจจัยนอกประเทศ ดูไบ เกาหลีเหนือ เกาหลีใต้ ก็ยังน่าเสี่ยงถ้าจีดีพีปีหน้าไม่เป็นไปตามคาดการณ์ที่จะเติบโต 2.7-3.5% อาจต้องคิดหนัก
อย่างไรก็ตาม หากมีวิกฤติรอบใหม่ในปีหน้า เชื่อว่าตลาดจะไม่ล้มเหมือนในยุคปี 2540 เพราะปัจจุบันผู้ประกอบการรายใหญ่ 7-8 บริษัทที่วางแผนจะเปิดตัวโครงการจำนวนมาก มีหนี้สินต่อทุนต่ำ หากมีวิกฤติอีกครั้ง เกิดการแข่งขันอย่างรุนแรง ฟันราคา หากขายไม่ได้ตามเป้าหมาย กำไรลดลง แต่ยังอยู่ได้
Tags : อสังหาฯ