กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ โชว์กำไรงวด 9 เดือนปี 2552 ปรับตัวเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนเกือบ 20% จากมีรายได้จากการขายปรับตัวเพิ่มขึ้น
จากการรวบรวมผลการดำเนินงานงวด 9 เดือน สิ้นสุด ณ วันที่ 30 ก.ย.2552 ของกลุ่มอสังหาริมทรัพย์จำนวน 12 บริษัท ปรากฏว่า มีการปรับตัวเพิ่มขึ้น 19.94% โดยสามารถทำกำไรสุทธิรวมกันได้ถึง 11,033.86 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำกำไรสุทธิได้เพียง 9,199.58 ล้านบาท
ทั้งนี้ บมจ.รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ มีกำไรปรับตัวเพิ่มขึ้นมากถึง 619.24% จากเดิม ขาดทุน 8.52 ล้านบาท เป็นกำไร 44.24 ล้านบาท ขณะที่ บมจ.แผ่นดินทอง พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ กำไรลดลง 292.94% จากเดิมปี 2551 ทำกำไรสุทธิได้ 31.45 ล้านบาท แต่งวด 9 เดือนปีนี้มีผลขาดทุน 60.65 ล้านบาท
ส่วนงวดไตรมาส 3 ปีนี้ สามารถทำกำไรเพิ่มขึ้น 10.94% โดยมีกำไรสุทธิรวมกัน 4,074.91 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อน ทำกำไรสุทธิได้ 3,672.97 ล้านบาท
แลนด์แอนด์เฮ้าส์กำไรพุ่ง 34.7%
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการ บมจ.แลนด์แอนด์เฮ้าส์ แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2552 สิ้นสุด 30 ก.ย.2552 ว่า บริษัทและบริษัทมีกำไรสุทธิ 1,159.48 ล้านบาท ขณะที่งวดเดียวกันของปีก่อน บริษัทและบริษัทย่อยมีกำไรสุทธิ 860.69 ล้านบาท กำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 298.79 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 34.72%
สาเหตุจากยอดขายเพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 1,456.83 ล้านบาท โดยเพิ่มขึ้นจาก 3,566.61 ล้านบาท เป็น 5,023.44 ล้านบาท เพราะไตรมาส 3 ปีนี้ มีการโอนคอนโดมิเนียมจำนวน 1,162 ล้านบาท รวมทั้งยอดขายทาวน์เฮ้าส์เพิ่มขึ้นจาก 149 ล้านบาท เป็น 492 ล้านบาท ขณะที่ยอดขายบ้านเดี่ยวค่อนข้างทรงตัว
เอเชี่ยนฯ กำไรหด 24%
นายพิเชษฐ วิภวศุภกร กรรมการผู้อำนวยการ บมจ.เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ เปิดเผยผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ของบริษัทและบริษัทย่อยว่า กำไรสุทธิไตรมาส 3 ปีนี้ จำนวน 341.1 ล้านบาท ลดลง 24.6% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 452.5 ล้านบาท เพราะกำไรขั้นต้นลดลงจาก 34.3% ในไตรมาส 3 ปี 2551 เป็น 32.6% เนื่องจากการรับรู้รายได้จากโครงการคอนโดมิเนียมมีสัดส่วนลดลงจาก 50% ของรายได้รวม เป็น 43% ซึ่งโครงการคอนโดมิเนียม มีอัตรากำไรขั้นต้นสูงกว่าโครงการบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮ้าส์
ส่วนค่าใช้จ่ายการขายและบริหารเพิ่มขึ้น 26.4% จากงวดเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ 358.7 ล้านบาท เพราะค่าโฆษณาเพิ่มขึ้นจากการเปิดโครงการคอนโดมิเนียม 4 โครงการ มูลค่ารวม 10,500 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2552 โดยไตรมาส 3 บริษัททำยอดขาย 4 โครงการนี้ ได้ทั้งสิ้น 6,700 ล้านบาท
จากสาเหตุดังกล่าว บริษัทจึงมีกำไรสุทธิลดลงจาก 452.5 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2551 เป็น 341.1 ล้านบาท ในไตรมาส 3 ปี 2552 นี้ แม้งบรวมบริษัทจะมีผลกำไรลดลง แต่งบเดี่ยวของบริษัทมีกำไรเพิ่มขึ้น 134.92% โดยมีกำไรสุทธิ 887.056 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อนมีกำไรสุทธิ 337.603 ล้านบาท
ลลิลรายได้ขายเพิ่ม 16.7%
ส่วน บมจ.บริษัท ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ โชว์กำไรไตรมาส 3 มีกำไรเพิ่มขึ้น 27.17 ล้านบาท โดยมีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 89.80 ล้านบาท คิดเป็นเพิ่มขึ้น 43.38% เพราะมีรายได้จากการขาย 391.447 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 56.053 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 16.71% นอกจากนี้บริษัทยังสามารถลดค่าใช้จ่ายการขายและบริหารลง 5.63 ล้านบาท จากเดิมมีค่าใช้จ่าย 43.89 ล้านบาทเหลือ 38.26 ล้านบาท หรือ 12.83%
ควอลิตี้ เฮ้าส์ รายได้เพิ่มขึ้น 1%
ด้าน บมจ.ควอลิตี้ เฮ้าส์ กล่าวถึงผลการดำเนินงานของบริษัท และบริษัทย่อยว่า บริษัทมีรายได้รวมงวด 9 เดือน 8,430 ล้านบาท ขณะที่ช่วงเดียวกันของปีก่อน มีรายได้รวม 8,345 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 85 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 1% ส่วนรายได้รวมสำหรับไตรมาส 3 ของปี 2552 ทำได้ 3,200 ล้านบาท ส่วนงวดเดียวกันของปีก่อนมีรายได้รวม 3,024 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจำนวน 176 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 6%
นอกจากนี้ในไตรมาส 3 ปีนี้ บริษัทยังมีส่วนแบ่งกำไรจากบริษัทร่วม 118 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 21 ล้าน หรือ 22% ส่วนยอดสะสม 9 เดือนปีนี้ มีกำไร 321 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 61 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 23%
"ยอดโอนที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากไตรมาส 3 ปีนี้ สภาพตลาดการขายอสังหาริมทรัพย์ปรับตัวดีขึ้น ประกอบกับไม่มีเหตุการณ์ความรุนแรงทางการเมือง จึงส่งผลให้ความเชื่อมั่นของผู้บริโภคเพิ่มขึ้น นอกจากนี้การชะลอตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศจากผลกระทบของวิกฤติเศรษฐกิจโลกเริ่มมีการปรับตัวดีขึ้น"
อีสเทอร์น สตาร์ กำไรลดลง 31 ล.
ขณะที่ บมจ.อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท แจ้งว่า ไตรมาสที่ 3 ปี 2552 บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 3.45 ล้านบาท โดยไตรมาสเดียวกันของปีก่อน บริษัทมีกำไรสุทธิรวม 34.60 ล้านบาท หรือลดลง 31.15 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสเดียวกันของปีก่อน
สาเหตุหลักเนื่องมาจากรายได้จากการขายและบริการในไตรมาส 3 ปี 2552 ลดลง 105.97 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทรับรู้รายได้จากการขายคอนโดมิเนียมโครงการหนึ่งลดลง 138.29 ล้านบาท ขณะที่.ต้นทุนขายและบริการลดลง 42.56 ล้านบาท เนื่องจากมีการรับรู้รายได้จากการขายและบริการลดลง ส่วนค่าใช้จ่ายในการบริหารปี 2552 เพิ่มขึ้นจากปี 2551 จำนวน 3.25 ล้านบาท ขณะที่ค่าใช้จ่ายการขายลดลงจากปี 2551 จำนวน 12.15 ล้านบาท
ทั้งนี้บริษัทได้โอนกรรมสิทธิ์ห้องชุดโครงการ เดอะ สตาร์ เอสเตท แอท พระราม 3 ส่วนที่เหลือทั้งหมด จำนวน 26 ห้องชุด มูลค่าสัญญารวม 110.01 ล้านบาท เสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3 ปี 2552 นี้
ส่วน บมจ.ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ แจ้งผลการดำเนินงานไตรมาส 3 ปี 2552 ปรากฏว่า มีกำไรสุทธิทั้งสิ้น 89.80 ล้านบาท ซึ่งเพิ่มขึ้น 27.17 ล้านบาทจากช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 43.38% เนื่องจากรายได้จากการขายเท่ากับ 391.447 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนจำนวน 56.053 ล้านบาท หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 16.71%
ขณะที่ต้นทุนขายเท่ากับ 226.852 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากงวดเดียวกันของปีก่อน 25.808 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 12.84% ซึ่งเป็นการเพิ่มขึ้นตามรายได้จากการขายที่เพิ่มขึ้นมา เมื่อพิจารณาถึงอัตรากำไรขั้นต้น บริษัทยังคงรักษาอัตรากำไรขั้นต้นได้ดี โดยในไตรมาส 3 ปี 2552 บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้น 42.05% ปรับตัวดีขึ้นจากช่วงเดียวกันของปีก่อนซึ่งอยู่ที่ 40.06% ด้านค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร 38.260 ล้านบาท ลดลงจากงวดเดียวกันของปีก่อน 5.631 ล้านบาท หรือลดลง 12.83%
Tags : รสา พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์ • แลนด์แอนด์เฮ้าส์ • เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ • ลลิลพร็อพเพอร์ตี้ • ควอลิตี้ เฮ้าส์ • อีสเทอร์น สตาร์ เรียล เอสเตท