จับตา"พฤกษาฯ"กรุยทางธุรกิจสู่เป้าหมายรายได้แสนล้านบาท ในปี 2560 รุกทำตลาดทั้งในและต่างประเทศ เทงบกว่า 7 พันล้านบาท ลุยซื้อที่ 50 แปลง
บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เป็นบริษัทอสังหาฯ ที่เติบโตอย่างโดดเด่นมาตลอด 2 ปี ทั้งกระแสเงินสด รายได้ ยอดขาย การเปิดตัวโครงการใหม่ ปรับพอร์ตสินค้ารักษาอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ในระดับ 35-36% พร้อมนำร่องตลาดอสังหาฯ ต่างประเทศ มุ่งสู่เป้าหมายธุรกิจด้วยรายได้ 1 แสนล้านบาท ในปี 2560 หรืออีก 8 ปีข้างหน้า
"ทุกอย่างที่ทำไว้เมื่อ 2 ปีก่อน มุ่งสู่เป้าหมายรายได้แสนล้านในปี 2017" ประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการ บริษัทพฤกษาฯ กล่าว และว่า การเดินทางสู่เป้าหมาย จะต้องขยายธุรกิจทั้งในและต่างประเทศในสัดส่วน 60 ต่อ 40 โดยในประเทศ ปัจจุบันดำเนินการอยู่ 88 โครงการ ยังมีจำนวนหน่วยเหลือขาย 11,642 หน่วย มูลค่ากว่า 20,688 ล้านบาท ไตรมาสสุดท้ายปีนี้ เปิดอีก 17 โครงการ รวมมูลค่า 1 หมื่นล้านบาท เป็นบ้านเดี่ยว 5 โครงการ ทาวน์เฮ้าส์ 9 โครงการ, คอนโด 2 โครงการ รวมถึงคอนโดมิเนียม ตรงข้ามสนามกีฬาศุภชลาศัย เนื้อที่ 3 ไร่เศษ จะพัฒนาเป็นคอนโด 8 ชั้น ราคาขายกว่า 1 แสนบาท/ตร.ม. มูลค่ารวม 1,500 ล้านบาท อีกโครงการที่เหลือจะเป็นการลงทุนในต่างประเทศ
ปี 2553 ตั้งเป้าซื้อที่ดินเพิ่มอีก 50 แปลงใช้เงินลงทุนกว่า 7,000 ล้านบาท รับแผนเปิดตัวโครงการใหม่ ที่คาดว่าจะมีไม่น้อยกว่า 48 โครงการ รวมมูลค่ากว่า 2-3 หมื่นล้านบาท มีทั้งกรุงเทพฯ-ปริมณฑล และต่างจังหวัด
ส่วนการขยายลงทุนในต่างประเทศ เดินหน้าตามแผนและจะชัดเจนมากขึ้นในปี 2553 หลังจากได้ขยายฐานลูกค้าไปยัง อินเดีย เวียดนาม จีน และ อินโดนีเซีย โดยในอินเดีย บริษัทได้เซ็น MOU ไป 2 โครงการ โครงการที่ 2 อยู่ระหว่างยื่นรายงานผลกระทบสิ่งแวดล้อม คาดจะเปิดตัวในไตรมาสสองปี 2553 มูลค่าโครงการ 1,300 ล้านบาท
สำหรับเวียดนาม มีโอกาสเปิดตัวโครงการได้กลางปีหน้าเช่นกัน ส่วนในจีนและอินโดนีเซีย อยู่ระหว่างศึกษาโครงการ และมีแผนจะขยายการลงทุนไปที่มัลดีฟส์ หลังจากศึกษาความต้องการตลาดพบว่ามีความต้องการอยู่ 1,000 หน่วย คาดว่าจะใช้เงินลงทุนไม่น้อยกว่า 10 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
ตั้งเป้าขายปีหน้า 3 หมื่นล้าน
การไต่ระดับยอดรายได้ในปี 2560 ที่ 1 แสนล้านบาท พฤกษาจะต้องมีอัตราการเติบโตต่อปีกว่า 20% โดยในปี 2552 คาดยอดขายรวมเกินเป้าอยู่ที่ 2 หมื่นล้านบาท จากปัจจุบันมียอดขายที่ 1.8 หมื่นล้านบาท ขณะที่รายได้ในปีนี้อยู่ที่ 1.8 หมื่นล้านบาท บริษัทมี Backlog รอรับรู้รายได้ต่อเนื่องไปอีก 1-2ปี ประมาณ 1.2 หมื่นล้านบาท คาดการรับรู้รายได้ในไตรมาส 4/2552 จะโอนและรับรู้รายได้จาก 4โครงการ 1.ไอวี่ ริเวอร์ ราษฎร์บูรณะ 2.เดอะ ซี้ด 3 แห่ง มูลค่าโดยรวม 4,200 ล้านบาท คาดรับรู้ในไตรมาส 4 ปีนี้ 3,000 ล้านบาท นอกเหนือจากแนวราบที่ 4,000ล้านบาท
จากการวางแผนเปิดโครงการอย่างต่อเนื่อง รวมทั้งยอดขายจากโครงการเก่า พฤกษาฯตั้งเป้ายอดขายในปี 2553 เกือบ 3 หมื่นล้านบาท
ดึงเอาท์ซอร์สกำจัดจุดอ่อน
นายประเสริฐ ยอมรับว่าการรุกเข้าตลาดคอนโดไฮเอนด์ เป็นเรื่องใหม่สำหรับพฤกษา ซึ่งเข้าตลาดนี้ไม่เกิน 2 ปี ยังต้องการความชำนาญ แต่หากประเมินสถานการณ์ว่า ใช้กำลังคนของบริษัทเข้าไปทำเองแล้วไม่คุ้ม สู้ต้นทุนคู่แข่งไม่ได้จะใช้มืออาชีพจากข้างนอกเข้ามาทำทันที เช่น โครงการ ไอวี่ ทองหล่อ เป็นโครงการแรกที่พฤกษาจ้าง บริษัท อาร์ทีเอช คอนสตรัคชั่น บริษัทก่อสร้างและที่ปรึกษามาดำเนินการให้ รวมมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท
Tags : พฤกษา เรียลเอสเตท
