สนข.แนะทำเลทองอสังหา ส่วนต่อขยายแนวรถไฟฟ้าใหม่ สะพานใหม่-คูคต ขณะที่ส่วนต่อขยายสีชมพู ปากเกร็ด แจ้งวัฒนะ รามอินทรา เหมาะสร้างบ้านจัดสรร
นายสรพงศ์ ไพฑูรย์พงษ์ นักวิเคราะห์นโยบายและแผนชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานระบบรถไฟฟ้า สำนักงานนโยบาย และแผนการขนส่งและจรราจร (สนข.) กล่าวว่า การพัฒนาขนส่งมวลชนมีความคืบหน้าไปมาก โดยในปี 2557-2559 จะมีเครือข่ายโครงการรถไฟฟ้าเพิ่มเป็น 230 กิโลเมตร ทยอยเกิดขึ้น ซึ่งบริเวณพื้นที่แนวรถไฟฟ้าดังกล่าวราคาได้ปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว รวมถึงมีการลงทุนไปก่อนหน้า หากจะลงทุนในช่วงนี้คงไม่ทัน
อย่างไรก็ตาม ยังมีทำเลทองที่น่าสนใจสำหรับผู้ลงทุนและผู้ประกอบการ ซึ่งสนข. อยู่ระหว่างการศึกษาโครงข่ายรถไฟฟ้า และพร้อมจะเสนอครม. อีก 3-4 สาย ซึ่งจะเป็นส่วนต่อขยาย โดยจะอยู่ในงบประมาณกระตุ้นเศรษฐกิจระยะ 2 หรือ SP2 เช่น ส่วนต่อขยายสะพาน - คูคต ที่มีพื้นที่อีกจำนวนมาก และคาดว่าจะดำเนินการในปี 2562 ซึ่งราคาที่ดินยังไม่สูงมาก
นอกจากนั้นยังมีโครงการส่วนต่อขยายสายสีชมพูตลอดแนวเชื่อมต่อสายสีม่วง ช่วงติวานนท์-ปากเกร็ด -แแจ้งวัฒนะ รวมถึงฝั่งขวาแนวถนนรามอินทรา-สุวรรณภูมิยังเหมาะกับการทำบ้านจัดสรร
นายวสันต์ คงจันทร์ กรรมการผู้จัดการ เอเจนซี ฟอร์ เรียลเอสเตส แอฟแฟร์ส กล่าวว่า ในช่วว 2-3 ปีที่ผ่านมา ทำเลอสังหาริมทรัพย์แนวรถไฟฟ้าจะฮอทมากที่สุด โดยส่วนใหญ่จะนิยมซื้อคอนโดมิเนียมเป็นหลัก ทั้งอ่อนนุช พหลโยธิน สาทรตัดใหม่ ซึ่งราคาได้ปรับตัวขึ้นมาแล้ว อย่างไรก็ตามในปีนี้ได้เกิดการเปลี่ยนแปลง โดยหลังจากมีโครงการรถไฟฟ้าบางใหญ่-ตลิ่งชัน ทำให้ผู้บริโภคเปลี่ยนไปซื้อบ้านเดี่ยว ทาวน์เฮ้าส์ในแนวรถไฟฟ้าชั้นนอกมากขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับระบบขนส่งมวลชนเป็นหลัก
ทั้งนี้แนวโน้มราคาบ้านจะปรับตัวสูงขึ้นจากต้นทุนที่สูงขึ้น ฉะนั้นในช่วงไตรมาสหลังของปีนี้ น่าจะเป็นจังหวะที่ควรซื้อบ้านในช่วงที่ราคาทรงตัวมากที่สุด
Tags : อสังหาริมทรัพย์ • ทำเลทอง • แนวรถไฟฟ้า
ความคิดเห็นที่ 4
ท่าเรือ/กาญ , 11 กรกฎาคม 2553 01:02
เห็นด้วยเพราะบ้านโป่ง-นครปฐม เมืองใกล้กัน ห่างกันไม่ถึง 20 กิโลเมตร คนกาญจนบุรี จะได้ต่อรถจากบ้านโป่งได้เลย
ความคิดเห็นที่ 3
เลค , 17 กันยายน 2552 14:30
หากมีการกำหนดราคาค่าโดยสารเป็นราคาเดียวตลอดสาย
ก็จะเป็นประโชน์ต่อผู้บริโภคที่อยู่ชานเมืองจริงๆ
ไม่โกหก
รถไฟชานเมืองควรขยายไปถึงสถานีรถไฟบ้านโป่ง จังหวัดราชบุรี
เพราะปัจุบัน มีประชาชนอาศัยอยู่อำเภอบ้านโป่ง เดินทางเช้าไปเย็นกลับ ไปทำงานราชการและเอกชนที่กรุงเทพเกือบ 1,000 ตนต่อวัน เข้าไปแล้ว
ความคิดเห็นที่ 2
นายสัณฑพงศ์ โสไกร , 16 กันยายน 2552 21:48
1.หาวิธีขยายเมืองไปที่ไม่ใช่ กทม.และไม่ต้องพาคนมากระจุกตัวแย่งกันกินใช้ปัญหามากมายไมดีกว่าหรือ
2.เงินภาษีเกษตรกรชาวนาก็เทลงที่นี่หมดเมื่อไหร่คน ตวจ.จะมีโอกาสบ้าง
3.โครงการไป ถามว่าใครรวย ก็นายทุนจัดสรร ชาวบ้านก็ตายเหมือนเดิม
4.ไม่เห็นด้วยทุกสาย ควรขยายความเจริญสู่เมืองรองไปทางด้านบน อีกหน่อย กทม.น้ำท่วมดินทรุด
5.ทุกวันนี้อสังฯก็ยังขายกันไม่ออกเอาอิฐดินหินที่ขนเข้า กทม.มาแล้วร้าง เก่า ชำรุดไม่มีการใช้งานมากมายธนาคายึดก็มากขายให้มันหมดก่อนไม่ดีหรือ
6.บ้านการเคหะยังไปไหน?ได้อีกจองลดแล้วลดอีกยังขายไม่ได้ การที่รัฐไปสร้างทำเลทองให้คนที่ทำธุรกิจประเภทนี้โดยทำให้ราคาสูงจากโครงสร้างทำเลที่เกิดจากเงินภาษีก็น่าจะคิดหาวิธีทำราคาตีกลับมาเป็นค่าส่วนลดคืนประชาชนมันจึงจะถูก เอาเงินภาษีไปสร้างคนรวยคือนายทุนกลุ่มนี้ รัฐไม่สงสารประชาชนหรือไง(หาวิธีประเมินค่าความเจริญที่รัฐจ่ายเพื่อชดเชยราคาให้ต่ำลงถึงจะดีครับท่าน)
7.ประชาชนคนซื้อบ้านเห็นด้วยก็ส่งไปหานายกฯก็ดีนะครับ
**จาก นายสัณฑพงศ์ โสไกร ปชช.3301800004283 ชมรมประชาอาสา**
ความคิดเห็นที่ 1
= = , 16 กันยายน 2552 21:42
***อสังหาริทรัพย์ที่จะเกิดตลอดแนวรถไฟฟ้านอกเมืองก็เพื่อจะให้ระบบแก้ปัญหาชุมชนแออัดใน กทม.อ่ะครับเพราะหากแรงงานเงินเดือนประจำมีรายได้เพียงพอที่จะผ่อนบ้านในวัยชีวิตที่เริ่มแก่เขาก็จะเลือกนอกเมืองเพราะในเมืองธุรกิจการค้าก็อยู่เต็มตลาดส่วนผู้ที่จะก้าวเข้ามาบริโภคตึกคอนโดเหล่านั้นก็แรงงานประจำจากส่วนไหนพอจะเดาออกไหมครับก็ส่วนที่นายทุนที่ดินปวดหัวอยู่อย่างชุมชนแออัดหรือเขาชอบเรียกกันว่าสลัมกลุ่มคนเหล่านี้ในอนาคตจะมาแทนที่กลุ่มแรงงานเงินเดือนประจำที่มีเงินเก็บก็จะหาหลักที่อยู่แน่นอนรอบนอกหลังเกษียรและแหล่งคนในสลัมปกติเขาจะมีอาชีพอยู่เรื่อยๆหากมีรายได้ดีขึ้นมาอีกหน่อยและพอดีกับที่อสังหาที่พักคอนโดใน กทม.เริ่มลดราคาลงนิดหน่อยเขาก็จะมาแทนทีให้เองและนายทุนที่ดินเหล่านั้นก็จะค่อยสร้างอะไรก็ได้แต่ก็ต้องสร้างอาชีพสร้างงานให้เขาทุกคนก่อนจะทำอะไรสำหรับนายทุนเหล่านั้นอ่ะครับเพราะปกติกลุ่มนี้คิดแต่กำไรแต่ลืมสังคมเลยไม่ค่อยหนับหนุนเท่าไร