ผู้ประกอบการอสังหาฯ นายแบงก์ประเมินปีหน้าบ้านราคา 1.5-3 ล้านบาท ปรับขึ้นแน่ ผลจากมาตรการภาษีหมดอายุ และต้นทุนวัสดุก่อสร้างพุ่ง
นายอิสระ บุญยัง นายกสมาคมธุรกิจบ้านจัดสรร กล่าวในงานสัมมนา "เปิดทำเลทอง-ไขก๊อกสินเชื่อบ้าน" จัดโดยเครือเนชั่น ร่วมกับ 3 สมาคมอสังหาริมทรัพย์ ว่า
แนวโน้มราคาบ้านในปีหน้ามีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เนื่องจากผลจากมาตรการลดหย่อนภาษีที่จะหมดอายุในช่วงสิ้นเดือนมีนาคม 53 รวมทั้งต้นทุนวัสดุก่อสร้างที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะต้นทุนราคาปูนและเหล็กที่ปรับตัวสูงขึ้น รวมทั้งอัตราดอกเบี้ยที่จะน่าขยับเพิ่มขึ้น
"ต้นทุนเหล็กที่เคยอยู่ที่ 1.6 หมื่นบาทต่อตัน วันนี้ขยับขึ้นมาอยู่ที่ 1.9-2 หมื่นบาท เพิ่มขึ้น 10% ขณะที่ราคาปูนจากลูกละ 80 บาท ขึ้นมาเป็น 100 บาท เพิ่มขึ้นถึง 20% รวมถึงราคาน้ำมันจาก 50 เหรียญต่อบาร์เรล เพิ่มเป็น 70 เหรียญ และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอีกถ้าเศรษฐกิจฟื้นตัว ทำให้ภาคอสังหาริมทรัพย์มีต้นทุนการขนส่งเพิ่มขึ้น ส่งผลให้ราคาบ้านปรับตัวขึ้นแน่นอน โดยเฉพาะบ้านราคา 1.5-3 ล้านบาท มากกว่าบ้านราคา 1-1.2 ล้านบาท ที่ยังได้รับการสนับสนุนจากบีโอไอ"
สำหรับจังหวะการซื้อบ้านเพื่ออยู่อาศัย นายอิสระ แนะนำว่า ควรซื้อในช่วงปีนี้ เนื่องจากราคาบ้านยังไม่ปรับตัว รวมทั้งดอกเบี้ยยังไม่ขยับ อย่างไรก็ตาม ต้องดูศักยภาพการผ่อนชำระของครอบครัว
ส่วนการลงทุนในภาคอสังหาฯ ผู้ลงทุนยังได้รับผลตอบแทนจากค่าเช่าที่ดี แต่ต้องเลือกทำเลที่ดี เพราะการลงทุนในอสังหาฯ นั้นยังเอาชนะเงินเฟ้อได้ดี แต่มีข้อด้อยคือสภาพคล่องต่ำ ขายได้ยากกว่าทองคำ
ด้านนายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย กล่าวว่า ทิศทางการขยายตัวของสินเชื่อบ้านดีขึ้นมาก โดยครึ่งแรกของปีนี้ขยายตัว 2.2% และทั้งปีคาดว่าจะขยายตัว 7% และปีหน้าคาดขยายตัว 7.8%
การขยายตัวของสินเชื่อบ้านเป็นผลมาจากเป็นสินเชื่อที่มีความเสี่ยงต่ำ รวมทั้งไม่ได้รับผลกระทบจากวิกฤติโลก และปัจจัยลบด้านการเมือง ประกอบกับสินเชื่อบ้านเป็นการพึ่งพาการใช้จ่ายในประเทศ ทำให้แบงก์ต่างเร่งปล่อยสินเชื่อ
สำหรับทิศทางดอกเบี้ยในปีนี้ คาดว่า จะยังทรงตัวในระดับต่ำ แต่คาดว่าจะปรับตัวเพิ่มขึ้นในปีนี้ แต่จะไม่รวดเร็ว เนื่องจากสภาพคล่องในตลาดยังสูงถึง 7 ล้านล้านบาท จึงไม่น่าเป็นห่วงว่าดอกเบี้ยจะขึ้นในปีนี้ ทำให้ปีนี้เป็นจังหวะของคนซื้อบ้านราคาถูกกว่าปีหน้า ซึ่งผู้บริโภคควรซื้อบ้านในจังหวะที่ถูก และยังมีมาตรการทางภาษีซึ่งจะมีถึงสิ้นเดือนมีนาคม 53 แต่หลังจากนั้นคาดว่า อสังหาฯ จะปรับเพิ่มขึ้นจากต้นทุนทางภาษีที่จะถูกบวกเป็นต้นทุนราคาบ้านอีก 6-7%

ความคิดเห็นที่ 5
มองอีกมุม , 17 กันยายน 2552 22:02
ค่าก่อสร้างลดลง
http://www.bangkokbiznews.com/home/detail/property/market/20090907/75390/ราคาค่าก่อสร้างอาคารลดลง.html
ความคิดเห็นที่ 4
= = , 16 กันยายน 2552 21:20
***ถ้าบ้านจัดสรรหรืออสังหาริมทรัพย์ใช้พื้นที่แบบสี่เหลี่ยมพื้นผ้าแบ่งแนวตายยาวและนอนดูจะทำให้อย่างไงก็จะแพงในทุกทีถึงแม้จะมีแค่ที่ดินเปล่าๆในที่กันดานเลยอ่ะครับมันเป็นเทคนิคอยู่ ลองหาดูครับเพราะถ้าแบ่งตามนั้นก็จะนึกบ้านอสังหาริมทรัพย์อาเชียนได้ง่ายอยู่ว่าทำไมรูปร่างและตำแหน่งการจัดวางถึงเป็นแนวนั้นพอดีดูแนวจากประวัติศาสตร์มาก็พอจะนึกออกว่าทำไมบรรพบุรุษเราถึงแบ่งเขตแนวนั้นกันเยอะมากมันมีที่มาที่ไปและเหตุผลในตัวเองอยู่ครับ
ความคิดเห็นที่ 3
= = , 16 กันยายน 2552 21:16
***วิธีที่ทำให้ไม่ถูกลงก็มีนะครับจะถูกลงก็ทำแบบเดิมเหมือนบ้านเอื้ออาทรที่เป็นข่าวนั้นแต่จะไม่ถูกลงก็เพราะอุปกรณ์หรือส่วนประกอบบ้านมีความหลากหลายมากขึ้น เพราะที่บ้านถูกลงส่วนใหญ่ก็เพราะมีจำนวนเยอะแต่จำทำไม่ให้ถูกก็ต้องเลือกทำเลเอื้อและก็รูปแบบบ้านที่หรูเพราะวัสดุอุปกรณ์หรือของตกแต่งบางอย่างอาจจะแพงอย่างในกัมพูชาน่าจะมีหินพรุหรือหินแดงที่เป็นกำแพงหรือตกแต่งพนังทำเป็นศิลปะอีกและยังเป็นการให้เงินคืนเพื่อการบริโภคอีกต่อ
ความคิดเห็นที่ 2
เชียง แซ่หยุ่น , 16 กันยายน 2552 18:10
ฮาครับ ขายไม่ออกเลยออกมาขู่ ผมว่าปีหน้าจะถูกกว่านี้แน่ๆ สต้อกค้างยาว ยอดที่ได้ช่วงนี้คือยอดของก่อนช่วงปี 40 ส่วนใหญ่ เพราะคอนโด บ้านสร้างเสร็จและโอนกัน
ความคิดเห็นที่ 1
= = , 16 กันยายน 2552 17:05
***ส่วนใหญ่เหล็กสั่งจากไหนอ่ะครับถ้าสั่งจากญี่ปุ่นก็เปิดหุ้นให้นายทุนญี่ปุ่นถือสำหรับโรงงานผลิตไฟฟ้าและหลอมเหล็กสิครับดีออกและก็จะได้ราคารถที่ถูกลงอีกด้วยเพราะทั้งโตโยต้าและอีซุซุและฮอนด้าส่วนใหญ่ก็นายทุนต่างประเทศหากเขาถือหุ้นทำเหล็กด้วยต้นทุนเหล็กก็ยังจะคงที่ไม่แพงไปไหนอีกอย่าง10ปีก็นานอยู่ก็ต้องพึ่งพากันไปและถ้าคำนวนเวลาไม่ผิดเด็กไทยก็จะสามารถสำรวจต่างกาแลคซี่ที่อยู่นอกระบบที่เราอยู่ได้แล้วอ่ะครับคงต้องทำตัวเป็นดาวหางเพื่อสำรวจกาแลคซี่อื่นๆกันบ้างมั้งครับ = = คิดเพ้อเจ้อไกลเกินไปหรือเปล่านี่ผมแต่ไม่มีอะไรที่เป็นไปไม่ได้อยู่ที่ว่าจะทำหรือไม่ทำหรือจะอยู่รอให้ประชากรโลกล้นโลกแล้วเกิดภัยพิบัติต่างๆรุมเร้าเอาเองตามระบบนิเวทย์ของสิ่งมีชีวิตชนิดเดียวเยอะเกินสมดุลทำให้โลกต้องปรับสมดุลใหมรักษาตัวเอง ปัญหาโลกร้อนก็ไม่ใช่อะไรมากทุกประเทศพลาดเรื่องการควบคุมจำนวนประชากรตัวเองทุกประเทศเลยอย่างในไทยนี่ไม่ใช่อยู่ที่70ล้านแน่ๆสำรวจใหม่ดีดีเพราะเดี๋ยวนี้ ม.1ม.2 เขาก็ขยันปั๊มลูกหลานออกมาให้เป็นปัญหาสังคมกันทั่วประเทศแล้วล่ะครับลองไปสำรวจดูใหม่แต่ในไทยยังไม่กระเทือนมากมั้งครับเพราะจำนวนพื้นที่ผลิตอาหารยังมีเพียงพอแต่จะไม่พอในอนาคตไม่กี่ปีนี่แหละครับ