ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาล่าสุดคือในระหว่างเดือนเมษายน พฤษภาคม 2552 เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1% นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจที่สะท้อนถึงปัจจัยบวกนอกบ้าน
ราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาล่าสุดคือในระหว่างเดือนเมษายน – พฤษภาคม 2552 เพิ่มขึ้นถึงเกือบ 1% แม้แต่ภาคพื้นมหาสมุทรแปซิฟิก และภาคพื้นมหาสมุทรแอตแลนติกใต้ ที่ดิ่งเหวมาโดยตลอด ก็กลับพุ่งกระฉุดถึงเกือบ 3% นี่เป็นประเด็นที่น่าสนใจยิ่งที่ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส รายงานเพื่อชี้ให้เห็นถึงปัจจัยบวกภายนอกประเทศที่จะส่งผลกระทบต่อประเทศไทย
องค์กรการเงินเคหการแห่งสหรัฐอเมริกา ได้เปิดเผยตัวเลขการเปลี่ยนแปลงราคาบ้านล่าสุด และจากข้อมูลเพิ่มเติมของผู้เชี่ยวชาญสหรัฐอเมริกา คือ ศาสตราจารย์ดักกลาส เว็บสเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอริสโซนา ซึ่งมาเยี่ยมเยียนประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาอาจมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2554
นับตั้งแต่เดือนเมษายน 2550 ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาตกต่ำลงโดยต่อเนื่อง มีเพียงช่วงเดือนมกราคม 2551 และเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ 2552 ที่ราคา ‘ผงก’ หัวขึ้นเล็กน้อย และมาถึงเดือนล่าสุดที่มีการรายงานผล คือเดือนพฤษภาคม 2552 ราคาที่อยู่อาศัยเฉลี่ยทั่วสหรัฐอเมริกา กลับเพิ่มขึ้น 0.9%
อาจกล่าวได้ว่า นับแต่เดือนธันวาคม 2551 เป็นต้นมา ราคาที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาทำท่าว่าจะหยุดยั้งการตกต่ำลงได้ และอยู่ในช่วงที่กำลัง ‘ปรับฐาน’ ใหม่ให้มีภาวะที่อย่างน้อยก็หยุดยั้งการตกต่ำลงอย่างต่อเนื่อง จึงคาดว่า นับแต่นี้ไป มีโอกาสที่ราคาที่อยู่อาศัยจะไม่ตกต่ำลงไปมากกว่านี้นัก ศาสตราจารย์ดักกลาส เว็บสเตอร์ แห่งมหาวิทยาลัยแห่งรัฐอริสโซนา ซึ่งมาเยี่ยมเยียนประเทศไทย และแสดงปาฐกถาพิเศษให้กับมูลนิธิประเมินค่าทรัพย์สินแห่งประเทศไทย เมื่อเร็ว ๆ นี้ระบุว่า ตลาดที่อยู่อาศัยในสหรัฐอเมริกาอาจมีแนวโน้มดีขึ้นในปี 2554 เป็นต้นไป กล่าวคือยังอาจเป็นไปได้ที่ราคาที่อยู่อาศัยจะยังอยู่ในสภาพทรง ๆ เช่นนี้ต่อไปอีกอย่างน้อย 16-18 เดือน ก่อนที่จะดีขึ้นในปี 2554
จากตัวเลขข้าง จึงทำให้ราคาที่อยู่อาศัยในช่วง 1 ปีล่าสุดในสหรัฐอเมริกา ปรับตัวลดลงเพียง 5.6% แต่หากเทียบกับเดือนที่แตะจุดสูงสุดคือ เดือนเมษายน 2550 ปรากฏว่าราคาที่อยู่อาศัยลดลงไป 11% สำหรับเมืองที่มีการลดลงสูงสุดก็คือเมืองเมอร์เซด (Merced) ซึ่งลดลงไปเกือบ 40%
เป็นที่น่าแปลกใจที่ภูมิภาคแปซิฟิก ซึ่งประกอบด้วยมลรัฐแคลิฟอร์เนีย วอชิงตัน และฮาวาย กลับมีราคาเพิ่มสูงขึ้นถึง 2.7% ในช่วงเดือนเมษายน – พฤษภาคม ศกนี้ ซึ่งนับว่าเป็นเรื่องที่น่าตื่นเต้น เพราะในช่วงที่ผ่านมา ภูมิภาคนี้มีการตกต่ำมากกว่าภูมิภาคอื่นโดยเฉลี่ย ในช่วงเดือนเมษายน 2550 – พฤษภาคม 2552 ราคาบ้านในภูมิภาคนี้ตกต่ำลงไปถึง 29%
แต่เดือนนี้กลับมีราคากระเตื้องขึ้นถึงขนาดนี้ หากราคาบ้านในสหรัฐอเมริกา สามารถเพิ่มขึ้นเดือนละ 1% ก็ย่อมแสดงว่ามีการเพิ่มขึ้นปีละ 12% ซึ่งสูงกว่าอัตราดอกเบี้ยเงินฝาก จึงอาจมองในแง่ลบได้ว่า ‘เชื้อ’ ของการเก็งกำไร จะ ‘คืนชีพ’ กลับมาใหม่อีกในอนาคต
ภูมิภาคอีกแห่งหนึ่งที่มีการเติบโตเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจนคือ ภาคพื้นมหาสมุทรแอดแลนติกใต้ ซึ่งประกอบด้วยมลรัฐฟลอริดา และอื่น ๆ ภูมิภาคนี้มีอัตราการเติบโตถึง 1.4% ในชณะที่ในช่วงเดือนเมษายน 2550 – พฤษภาคม 2552 ราคาได้ลดต่ำลงไปถึง 13% จะสังเกตได้ว่า ภูมิภาคใดที่มีการเติบโตสูงมาก มักทำให้ตกต่ำแรงมาก แต่ก็จะฟื้นตัวเร็วเช่นกัน ส่วนมลรัฐที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจนัก ราคาบ้านก็จะไม่ ‘หวือหวา’ แต่อย่างใด
หากราคาบ้านในสหรัฐอเมริกาปรับตัวสูงขึ้น ก็ย่อมแสดงถึงการกระเตื้องของภาวะเศรษฐกิจ ทั่วโลกต่างหวังว่าหากสหรัฐอเมริกามีภาวะเศรษฐกิจที่ดี ก็จะส่งผลทางบวกต่อเศรษฐกิจของประเทศกำลังพัฒนาด้วย
Tags : AREA • ราคาบ้าน • สหรัฐอเมริกา

ความคิดเห็นที่ 1
sopon , 29 กรกฎาคม 2552 03:40
ถ้าสนใจดูข้อมูลอสังหาริมทรัพย์
click ไปที่นี่ด้วยนะครับ
http://www.area.co.th