กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 16 กรกฎาคม 2552 13:24

ประสบการณ์เก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างในสหรัฐอเมริกา

เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส, AREA

ดร.โสภณ พรโชคชัย ประธานกรรมการ ศูนย์ข้อมูลวิจัยและประเมินค่าอสังหาริมทรัพย์ไทย บจก.เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส (AREA)

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

AREA นำข้าราชการ เอกชนไทยดูงานสหรัฐ ทำความเข้าใจเรื่องเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หวังเป็นแนวให้รัฐไทยพิจารณาภาษีที่ดินรอบใหม่

จากการที่ประเทศไทย (อาจ) มีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อนำมาใช้นั้น  ในสหรัฐอเมริกา มีการดำเนินการอย่างไร  ต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ที่ ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้นำคณะข้าราชการและภาคเอกชนไทยไปดูงานในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เห็นอารยธรรมการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในสหรัฐอเมริกา เรียกว่า ภาษีทรัพย์สิน

ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกานั้น ได้แบ่งพื้นที่ของประเทศออกเป็น 50 มลรัฐ  ในแทบทุกมลรัฐ จะมีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า County ซึ่งมีอยู่รวมกันประมาณ 7,000 แห่ง และในแต่ละ County จะมี City หรือ Town คือนครหรือเมือง ซึ่งอาจมีขนาดเล็ก ๆ ไม่กี่ร้อยคนจนถึงเป็นแสนคน อย่างไรก็ตามในบางมลรัฐอาจมีระบบอื่น ๆ ที่ไม่ได้เรียกว่า County ก็ได้ แต่มีการแบ่งระดับขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นคล้าย ๆ กัน
 
วาชูเคาน์ตี้ (Washoe County) มลรัฐเนวาดา 

วาชูเคาน์ตี้ประกอบด้วยนครรีโนและนครอื่นๆ  มีขนาดประมาณ 4.6 ล้านเอเคอร์หรือประมาณ 16,000 ตร.กม. หรือเท่ากับสิบเท่าของกรุงเทพมหานคร  ทรัพย์สิน ประกอบด้วยสังหาริมทรัพย์ 33,000 รายการ อสังหาริมทรัพย์ 171,000 รายการ ซึ่งมีทั้งที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และอื่น ๆ ฝ่ายประเมินค่าทรัพย์สินของ Washoe County สามารถสร้าง CAMA เพื่อประเมินค่าทรัพย์สินได้ปีละ 100,000 รายการจาก 171,000 รายการ และในอนาคตคาดว่าจะสามารถประเมินใหม่ได้ทุกปี

ในวาชูเคาน์ตี้นี้ ใช้มูลค่าตลาดเป็นฐาน โดยให้นำมาคิดเพื่อการเสียภาษีเพียง 35% ของราคาตลาด เช่น ถ้าทรัพย์สินราคา 1 ล้านบาท ก็จะคิดเพื่อการเสียภาษีเพียง 350,000 บาท เป็นต้น   อัตราภาษีที่เสียก็ประมาณ 3% สำหรับที่อยู่อาศัย และไม่เกิน 8% สำหรับทรัพย์สินที่สร้างรายได้ จึงเสียภาษีประมาณ 10,500 บาทต่อปีสำหรับทรัพย์สินที่มีราคา 350,000 บาท หรือประมาณ 1-2% ของมูลค่าตลาด

ผลของการประเมินค่าทรัพย์สินนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนเจ้าของทรัพย์สิน และแทบไม่มีใครไม่ยอมจ่ายภาษีเลย (เก็บได้ราว 99.6%) ในกรณีผู้ที่ขัดขืน ก็อาจถูกฟ้องบังคับขายทอดตลาดได้ จึงไม่มีใครพยายามไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย

เจ้าหน้าที่ในสำนักงานประเมินค่าทรัพย์สินนั้นมี 85 คน มีงบประมาณราว 7.1 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 250 ล้านบาท และส่วนใหญ่ใช้เพื่อการพนักงาน นอกจากนี้สำนักประเมินฯ ยังมีงบประมาณค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ อีกราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (15,000 ล้านบาท) โดย 20 ล้านดอลลาร์เก็บจากสังหาริมทรัพย์ และอีก 450 ล้านดอลลาร์เก็บจากอสังหาริมทรัพย์
 
เมืองนอร์ฟอร์ค มลรัฐแมสซาชูเซ็ต 

เมืองนอร์ฟอล์คตั้งอยู่ห่างจากนครบอสตันไปทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร ในมลรัฐแมสซาชูเซ็ตต์ เป็นเมืองขนาดเล็กที่มีบ้านเพียง 2,895 หน่วย  แต่มีแปลงที่ดินทั้งหมดเกือบ 4,000 แปลง  เมืองนี้จัดเก็บภาษีทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ได้ 520 ล้านบาท และสังหาริมทรัพย์ได้ 12 ล้านบาท รวม 532 ล้านบาท คิดเป็น 55%ของงบประมาณทั้งปีซึ่งเป็นเงิน 960 ล้านบาท (532 ล้านที่เก็บได้ + 428 ล้านได้รับการอุดหนุนของมลรัฐ)

อัตราภาษีทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์คือ 1.193% เช่นถ้าใครมีบ้านราคา 1 ล้านบาท ก็ต้องเสียภาษี 11,930 บาท  การที่เก็บเก็บภาษีท้องถิ่นในรูปแบบภาษีทรัพย์สินน้อยเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท้องถิ่นไทยขึ้นกับรัฐบาลส่วนกลางในการจัดสรรงบประมาณเป็นอย่างมาก และนี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมไม่มีโอกาสหยั่งรากในผืนแผ่นดินไทย

ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของบ้านในเมืองต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาสามารถแย้งราคาที่ทางราชการประเมินเพื่อการเสียภาษีให้ตนได้ แต่ปรากฏว่ามีน้อยรายมากที่แย้ง อย่างที่เมืองนอร์ฟอล์คนี้ มีแย้งเพียง 30 รายหรือ 0.1% ของบ้านทั้งหมด
 
นครแองเคอะริจ มลรัฐอลาสก้า 

นครแองเคอะริจนี้มีพื้นที่รวมกัน 4,921 ตร.กม. หรือ 1,900 ตร.ไมล์ แต่ส่วนใหญ่ 94% เป็นภูเขา มีประชากรประมาณ 270,000 คน มีแปลงที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยรวมกันประมาณ 94,000 แปลง (ส่วนมากบ้านหนึ่งหลังมี 1 แปลง) รวมมูลค่าของที่อยู่อาศัยได้ประมาณ 880,000 ล้านบาท  หรือตกเป็นเงินแปลงละ 9.362 ล้านบาท

ในนครแห่งนี้ ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีทรัพย์สินประมาณ 1% ของมูลค่าตลาดเช่นกัน คือเก็บได้ประมาณ 8,800 ล้านบาทต่อปีมาใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น  ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ ระบบทะเบียนทรัพย์สินโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจัดทำโดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์นั้น  สามารถนำมาใช้ได้โดยหน่วยงานแทบทุกแห่ง ทั้งตำรวจดับเพลิง หน่วยงานสาธารณูปโภค แม้แต่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ระบบนี้มีผู้ช่วยออกค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่เราพัฒนาแบบ “แยกส่วน”  ทำให้เกิดความสูญเปล่า ขาดประสิทธิภาพเท่าที่ควรแล้ว ยังอาจเป็นช่องทางในการทุจริตกับโครงการ GIS ขนาดใหญ่ด้วย

การจัดเก็บภาษีทรัพย์สินหรือในประเทศไทยเรียกว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เพราะเราจำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์) นั้น  สามารถเป็นจริงได้ และสามารถดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้  หากได้เริ่มทดลองใช้แล้ว  ย่อมจะทำให้เห็นคุณค่าจากผลดีของการเสียภาษี (หากภาษี ไม่ถูกใครฉ้อราษฎร์บังหลวงเสียก่อน)!

Tags : เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส AREA

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

1) เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ดินที่เก็งกำไร เป็นที่หลบซ้อนและลงทุนหรือฟอกเงินของนักคอร์รับชั่น นักค้าของผิดกฎหมาย
เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการบุกรุกที่ป่า แล้วนำไปขายให้นักคอร์รับชั่น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป็นที่มาของคำว่า "Land Lord"

2) ในสหรัฐฯ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ บริหารจัดการโดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ที่มาจากการเลือกตั้ง ถูกผู้เสียภาษีตรวจสอบการใช้เงินจากภาษี โดยมีอัยการที่ประชาชนเลือกตั้งเป็นผู้กำกับและฟ้องร้อง และมีการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้เงินภาษีดังกล่าว และฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ

3) สำหรับประเทศไทย ต้องแก้ไข การบังคับใช้กฎหมาย จะต้องมีกฎหมายเลือกตั้งอัยการประจำองค์กรบริหารท้องถิ่น มีหน้าที่ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่และดำเนินคดีกับผู้บริหารองค์กรบริหารท้องถิ่นนั้นๆ
เพราะไม่สามารถพึ่ีงพาตำรวจหรืออัยการหรือสำนักตรวจเงินแผ่นดินได้

4) ในสหรัฐฯ คาดว่า รายได้จากภาษีอสังหาริมทรัพย์
- กว่าร้อยละ 90 ถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
- ร้อยละ 9 ถูกนำไปใช้สุรุ่ยสุร่าย
- ร้อยละ 1 มีการคอร์รับชั่น
5) ในประเทศไทย คาดว่า รายได้จากภาษีท้องถิ่น
- กว่าร้อยละ 50 ถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
- ร้อยละ 10 ถูกนำไปใช้สุรุ่ยสุร่าย
- ร้อยบะ 40 มีการคอร์รับชั่น

นี่คือ เหตุผล ต้องมีกฎหมายรองรับให้มีการเลือกตั้งอัยการประจำท้องถิ่น รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียภาษี ตรวจสอบการใช้เงินภาษี และดำเนินคดีผู้บริหารท้องถิ่นที่กระทำผิดกฎหมาย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement