AREA นำข้าราชการ เอกชนไทยดูงานสหรัฐ ทำความเข้าใจเรื่องเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง หวังเป็นแนวให้รัฐไทยพิจารณาภาษีที่ดินรอบใหม่
จากการที่ประเทศไทย (อาจ) มีภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเพื่อนำมาใช้นั้น ในสหรัฐอเมริกา มีการดำเนินการอย่างไร ต่อไปนี้เป็นประสบการณ์ที่ ดร.โสภณ พรโชคชัย ได้นำคณะข้าราชการและภาคเอกชนไทยไปดูงานในสหรัฐอเมริกา เพื่อให้เห็นอารยธรรมการเก็บภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งในสหรัฐอเมริกา เรียกว่า ภาษีทรัพย์สิน
ในการบริหารราชการส่วนภูมิภาคและส่วนท้องถิ่นของสหรัฐอเมริกานั้น ได้แบ่งพื้นที่ของประเทศออกเป็น 50 มลรัฐ ในแทบทุกมลรัฐ จะมีองค์การปกครองส่วนท้องถิ่น ที่เรียกว่า County ซึ่งมีอยู่รวมกันประมาณ 7,000 แห่ง และในแต่ละ County จะมี City หรือ Town คือนครหรือเมือง ซึ่งอาจมีขนาดเล็ก ๆ ไม่กี่ร้อยคนจนถึงเป็นแสนคน อย่างไรก็ตามในบางมลรัฐอาจมีระบบอื่น ๆ ที่ไม่ได้เรียกว่า County ก็ได้ แต่มีการแบ่งระดับขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นคล้าย ๆ กัน
วาชูเคาน์ตี้ (Washoe County) มลรัฐเนวาดา
วาชูเคาน์ตี้ประกอบด้วยนครรีโนและนครอื่นๆ มีขนาดประมาณ 4.6 ล้านเอเคอร์หรือประมาณ 16,000 ตร.กม. หรือเท่ากับสิบเท่าของกรุงเทพมหานคร ทรัพย์สิน ประกอบด้วยสังหาริมทรัพย์ 33,000 รายการ อสังหาริมทรัพย์ 171,000 รายการ ซึ่งมีทั้งที่อยู่อาศัย อสังหาริมทรัพย์เชิงพาณิชย์และอื่น ๆ ฝ่ายประเมินค่าทรัพย์สินของ Washoe County สามารถสร้าง CAMA เพื่อประเมินค่าทรัพย์สินได้ปีละ 100,000 รายการจาก 171,000 รายการ และในอนาคตคาดว่าจะสามารถประเมินใหม่ได้ทุกปี
ในวาชูเคาน์ตี้นี้ ใช้มูลค่าตลาดเป็นฐาน โดยให้นำมาคิดเพื่อการเสียภาษีเพียง 35% ของราคาตลาด เช่น ถ้าทรัพย์สินราคา 1 ล้านบาท ก็จะคิดเพื่อการเสียภาษีเพียง 350,000 บาท เป็นต้น อัตราภาษีที่เสียก็ประมาณ 3% สำหรับที่อยู่อาศัย และไม่เกิน 8% สำหรับทรัพย์สินที่สร้างรายได้ จึงเสียภาษีประมาณ 10,500 บาทต่อปีสำหรับทรัพย์สินที่มีราคา 350,000 บาท หรือประมาณ 1-2% ของมูลค่าตลาด
ผลของการประเมินค่าทรัพย์สินนี้ได้รับการยอมรับจากประชาชนเจ้าของทรัพย์สิน และแทบไม่มีใครไม่ยอมจ่ายภาษีเลย (เก็บได้ราว 99.6%) ในกรณีผู้ที่ขัดขืน ก็อาจถูกฟ้องบังคับขายทอดตลาดได้ จึงไม่มีใครพยายามไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย
เจ้าหน้าที่ในสำนักงานประเมินค่าทรัพย์สินนั้นมี 85 คน มีงบประมาณราว 7.1 ล้านดอลลาร์ต่อปี หรือประมาณ 250 ล้านบาท และส่วนใหญ่ใช้เพื่อการพนักงาน นอกจากนี้สำนักประเมินฯ ยังมีงบประมาณค่าใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาเทคโนโลยีต่าง ๆ อีกราว 1 ล้านดอลลาร์ต่อปี และสามารถจัดเก็บภาษีได้ประมาณ 470 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (15,000 ล้านบาท) โดย 20 ล้านดอลลาร์เก็บจากสังหาริมทรัพย์ และอีก 450 ล้านดอลลาร์เก็บจากอสังหาริมทรัพย์
เมืองนอร์ฟอร์ค มลรัฐแมสซาชูเซ็ต
เมืองนอร์ฟอล์คตั้งอยู่ห่างจากนครบอสตันไปทิศตะวันตกเฉียงใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร ในมลรัฐแมสซาชูเซ็ตต์ เป็นเมืองขนาดเล็กที่มีบ้านเพียง 2,895 หน่วย แต่มีแปลงที่ดินทั้งหมดเกือบ 4,000 แปลง เมืองนี้จัดเก็บภาษีทรัพย์สินประเภทอสังหาริมทรัพย์ได้ 520 ล้านบาท และสังหาริมทรัพย์ได้ 12 ล้านบาท รวม 532 ล้านบาท คิดเป็น 55%ของงบประมาณทั้งปีซึ่งเป็นเงิน 960 ล้านบาท (532 ล้านที่เก็บได้ + 428 ล้านได้รับการอุดหนุนของมลรัฐ)
อัตราภาษีทรัพย์สินทั้งสังหาริมทรัพย์และอสังหาริมทรัพย์คือ 1.193% เช่นถ้าใครมีบ้านราคา 1 ล้านบาท ก็ต้องเสียภาษี 11,930 บาท การที่เก็บเก็บภาษีท้องถิ่นในรูปแบบภาษีทรัพย์สินน้อยเช่นนี้ สะท้อนให้เห็นว่าท้องถิ่นไทยขึ้นกับรัฐบาลส่วนกลางในการจัดสรรงบประมาณเป็นอย่างมาก และนี่อาจเป็นสาเหตุสำคัญที่ประชาธิปไตยที่ทุกฝ่ายควรมีส่วนร่วมไม่มีโอกาสหยั่งรากในผืนแผ่นดินไทย
ชาวบ้านผู้เป็นเจ้าของบ้านในเมืองต่าง ๆ ในสหรัฐอเมริกาสามารถแย้งราคาที่ทางราชการประเมินเพื่อการเสียภาษีให้ตนได้ แต่ปรากฏว่ามีน้อยรายมากที่แย้ง อย่างที่เมืองนอร์ฟอล์คนี้ มีแย้งเพียง 30 รายหรือ 0.1% ของบ้านทั้งหมด
นครแองเคอะริจ มลรัฐอลาสก้า
นครแองเคอะริจนี้มีพื้นที่รวมกัน 4,921 ตร.กม. หรือ 1,900 ตร.ไมล์ แต่ส่วนใหญ่ 94% เป็นภูเขา มีประชากรประมาณ 270,000 คน มีแปลงที่ดินเพื่อการอยู่อาศัยรวมกันประมาณ 94,000 แปลง (ส่วนมากบ้านหนึ่งหลังมี 1 แปลง) รวมมูลค่าของที่อยู่อาศัยได้ประมาณ 880,000 ล้านบาท หรือตกเป็นเงินแปลงละ 9.362 ล้านบาท
ในนครแห่งนี้ ท้องถิ่นจัดเก็บภาษีทรัพย์สินประมาณ 1% ของมูลค่าตลาดเช่นกัน คือเก็บได้ประมาณ 8,800 ล้านบาทต่อปีมาใช้จ่ายเพื่อการพัฒนาท้องถิ่น ที่น่าสนใจอย่างหนึ่งก็คือ ระบบทะเบียนทรัพย์สินโดยเฉพาะอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งจัดทำโดยระบบสารสนเทศทางภูมิศาสตร์นั้น สามารถนำมาใช้ได้โดยหน่วยงานแทบทุกแห่ง ทั้งตำรวจดับเพลิง หน่วยงานสาธารณูปโภค แม้แต่นายหน้าอสังหาริมทรัพย์ ทำให้ระบบนี้มีผู้ช่วยออกค่าใช้จ่ายจำนวนมาก ซึ่งต่างจากประเทศไทยที่เราพัฒนาแบบ “แยกส่วน” ทำให้เกิดความสูญเปล่า ขาดประสิทธิภาพเท่าที่ควรแล้ว ยังอาจเป็นช่องทางในการทุจริตกับโครงการ GIS ขนาดใหญ่ด้วย
การจัดเก็บภาษีทรัพย์สินหรือในประเทศไทยเรียกว่าภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้าง (เพราะเราจำกัดเฉพาะอสังหาริมทรัพย์) นั้น สามารถเป็นจริงได้ และสามารถดำเนินการให้เป็นประโยชน์ต่อทุกฝ่ายได้ หากได้เริ่มทดลองใช้แล้ว ย่อมจะทำให้เห็นคุณค่าจากผลดีของการเสียภาษี (หากภาษี ไม่ถูกใครฉ้อราษฎร์บังหลวงเสียก่อน)!
Tags : เอเจนซี่ ฟอร์ เรียลเอสเตท แอฟแฟร์ส • AREA

ความคิดเห็นที่ 1
Lin Zhu Hai , 17 กรกฎาคม 2552 13:38
1) เห็นด้วยกับการจัดเก็บภาษีอสังหาริมทรัพย์ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ที่ดินที่เก็งกำไร เป็นที่หลบซ้อนและลงทุนหรือฟอกเงินของนักคอร์รับชั่น นักค้าของผิดกฎหมาย
เป็นต้นเหตุทำให้เกิดการบุกรุกที่ป่า แล้วนำไปขายให้นักคอร์รับชั่น ซ้ำแล้วซ้ำเล่า
เป็นที่มาของคำว่า "Land Lord"
2) ในสหรัฐฯ ภาษีอสังหาริมทรัพย์ บริหารจัดการโดยองค์กรบริหารส่วนท้องถิ่น ที่มาจากการเลือกตั้ง ถูกผู้เสียภาษีตรวจสอบการใช้เงินจากภาษี โดยมีอัยการที่ประชาชนเลือกตั้งเป็นผู้กำกับและฟ้องร้อง และมีการจัดตั้งองค์กรภาคประชาชนในการตรวจสอบการใช้เงินภาษีดังกล่าว และฝ่ายค้านก็ทำหน้าที่ตรวจสอบ
3) สำหรับประเทศไทย ต้องแก้ไข การบังคับใช้กฎหมาย จะต้องมีกฎหมายเลือกตั้งอัยการประจำองค์กรบริหารท้องถิ่น มีหน้าที่ตรวจสอบการปฎิบัติหน้าที่และดำเนินคดีกับผู้บริหารองค์กรบริหารท้องถิ่นนั้นๆ
เพราะไม่สามารถพึ่ีงพาตำรวจหรืออัยการหรือสำนักตรวจเงินแผ่นดินได้
4) ในสหรัฐฯ คาดว่า รายได้จากภาษีอสังหาริมทรัพย์
- กว่าร้อยละ 90 ถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
- ร้อยละ 9 ถูกนำไปใช้สุรุ่ยสุร่าย
- ร้อยละ 1 มีการคอร์รับชั่น
5) ในประเทศไทย คาดว่า รายได้จากภาษีท้องถิ่น
- กว่าร้อยละ 50 ถูกนำไปใช้เพื่อการพัฒนาท้องถิ่น
- ร้อยละ 10 ถูกนำไปใช้สุรุ่ยสุร่าย
- ร้อยบะ 40 มีการคอร์รับชั่น
นี่คือ เหตุผล ต้องมีกฎหมายรองรับให้มีการเลือกตั้งอัยการประจำท้องถิ่น รับเรื่องร้องทุกข์จากผู้เสียภาษี ตรวจสอบการใช้เงินภาษี และดำเนินคดีผู้บริหารท้องถิ่นที่กระทำผิดกฎหมาย