ทายาท ตระกูล "สวาทยานนท์" เจ้าของอาคารมหานทุน รับ "เจริญ สิริวัฒนภักดี" ส่งคนทาบซื้อสิทธิเช่าที่ 10 ไร่ ย่านเพลินจิต
นายกรวิชญ์ สวาทยานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มหาทุนพลาซ่า จำกัด เจ้าของอาคารสำนักงานในเมือง อาคารมหาทุนพลาซ่า ย่านเพลินจิต เปิดเผยว่าขณะนี้ กลุ่มคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ทาบทาบเพื่อขอซื้อสิทธิ์การเช่าที่ดินจำนวน 10 ไร่ พร้อมอาคารมหาทุนพลาซ่าเพื่อต้องการนำที่ดินมาพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุถึงรายละเอียดได้ โดยอาคารมหาทุนกำลังอยู่ในระหว่างการ รีโนเวทพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันอาคารดังกล่าวสร้างรายให้ครอบครัวต่อปีประมาณ 40-60 ล้านบาท
นายกรวิชญ์ กล่าวว่า อาคารมหาทุนพลาซ่า เป็นธุรกิจของครอบครัวซึ่งเป็นการลงทุนเองทั้งหมด ส่วน อาคารไทย ทีซีซี ที่สาทรนั้นเป็นที่เช่าจากสมาคมไทย-จีน ซึ่งก็ได้ต่ออายุการเช่าเพิ่มอีก 10 ปีรวมแล้วเหลือเวลาเช่าประมาณ 29 ปี ดำเนินการภายใต้บริษัท ศรีสยาม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นการร่วมทุนกับตระกูล “ศรีเฟื้องฟุ้ง”
ลุยอสังหาฯ กำไรขั้นต่ำ 20%
นายกรวิชญ์ กล่าวว่า นโยบายในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทนั้น จะประกอบด้วย การซื้อที่ดินใหม่มาพัฒนาและนำเอาที่ดินที่มีอยู่ในมืออาทิ ย่านพระประแดง และสุขสวัสดิ์ มาพัฒนา ในรูปแบบของการตั้งบริษัทใหม่ ดูแลเป็นรายโครงการๆไป โดยวิธีการเลือกลงทุนของกลุ่มจะเน้นการลงทุนในช่วงธุรกิจขาลง เพราะมีต้นทุนต่ำ โดยแต่ละโครงการต้องมีรายได้กลับเข้ามาไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งถือว่าได้ผลตอบแทนที่คุ้มกว่านำเงินไปฝากธนาคาร เฉลี่ยต่อปีทางครอบครัวมีรายได้จากธุรกิจอสังหาฯกว่า 200 ล้านบาท
ตามแผนการพัฒนาที่ดิน บริษัทฯ ตั้งเป้าสำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ปีละ 2-3 โครงการๆละ 200-300 ล้านบาท ยกเว้นที่ดินย่านพระราม 3 เนื้อที่ 3 ไร่ เยื้องโรงแรม มณเทียร ซึ่งเดิมจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน แต่ล่าสุดมีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม สูง 30 ชั้น 700 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,000 ล้านบาท ตามแผนจะเปิดในปี 2553 โดยนอกจากโครงการลงทุนในกรุงเทพแล้ว ยังได้เข้าไปลงทุนโครงการจัดสรรย่านพัทยามาต่อเนื่องรวม 19 โครงการ และในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 3 โครงการ ๆละ30-40 ไร่ จำนวน 80-100 ยูนิตราคาขายเริ่มต้น 5.3 ล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง
Tags : สวาทยานนท์ • สิริวัฒนภักดี • เพลินจิต
ความคิดเห็นที่ 7
ใหญ่ซะอย่างจะทำไม , 7 กรกฎาคม 2552 14:13
คณะกรรมการบริษัท BJC ไม่ปฏิบัติตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน
กรณี การขายหุ้นของบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ถือโดยบริษัทย่อย จำนวน 1,828,200 หุ้น เมื่อ 30 มีนาคม 2550
-แจ้งเท็จว่าขายหุ้นให้บุคคลภายนอกไป คือบริษัท มหาสุข จำกัด
-สุดท้ายผู้ถือหุ้นสงสัยไปคัดรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ กลับกลายเป็น บริษัท ทีซีซีโฮลดิ้ง จำกัด
กล้าโกหกแจ้งเท็จต่อผู้ถือหุ้น กลต. และตลาด
แถมผู้ถือหุ้นเดินไปยื่นเอกสารรับรองของบริษัท มหาสุข จำกัด ให้ประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ดูเพื่อเป็นหลักฐาน กลับถูกปัดเอกสารออกและบอกว่าไม่ขอร่วมสังคกรรมด้วย และยังขุ๋จะฟ้องผู้ถือหุ้นที่เอาเรื่องนี้มาสอบถามซะอีก
แสบไหมล่ะ
ความคิดเห็นที่ 6
ต้องรอฟ้าดินลงโทษอย่างเดียว , 7 กรกฎาคม 2552 14:10
คนรวยบางคนมีอำนาจ เกาะติดผู้มีบารมี คอยเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่รัฐ
หลบเลี่ยง โกงภาษี โกงผู้ถือหุ้น ใครก็ทำอะไม่ได้
ความคิดเห็นที่ 5
น่าภูมิใจแล้วหรือ , 7 กรกฎาคม 2552 14:08
สมบัติของประเทศชาติ กลายมาเป็นสมบัติของตัวเอง
ทรัพย์สินของผู้ถือหุ้นโดยรวม กลายมาเป็นสมบัติของตัวเอง
อย่างนี้ แม้จะรวยเท่าไร ก็มิอาจพ้นคำครหานินทาได้
ลูกน้อง = สมุนโจร
ภรรยา(สามี) = เมีย(ผัว) โจร
ลูก = ลูกโจร
ความคิดเห็นที่ 4
ต้องโชว์แต่ของสวยหรูและกลัวผู้ถือหุ้นโวยวาย ประจาน , 7 กรกฎาคม 2552 14:06
การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบมจ. นิวอิมพีเรียลโฮเต็ล จัดที่อื่น แทนที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์คที่เคยจัดเป็นประจำทุกปีตอนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์
สงสัย พวกผู้ถือหุ้นไม่มีเกียรติเพียงพอที่จะจัดขึ้นที่ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค และพอดีอาจจะตรงกับงานช้างๆ ที่แสดงหน้าตาของพวกๆ ท่านเท่านั้น ว่าท่านมีเมตตา เอี้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีใจที่เป็นแต่เรื่องกุศล เลยไม่มีห้องว่างพอที่จะจัดประชุม
ความคิดเห็นที่ 3
ไม่จริงคนรวยไม่โกง , 7 กรกฎาคม 2552 14:02
-ขายโรงแรมเดิมที่ถนนวิทยุพร้อมที่ดิน ประมาณ 4 ไร่ เข้าบริษัทในเครือที่ท่านและญาติมีส่วนเป็นผู้ถือหุ้น โดยอ้างว่าเพื่อนำเงินไปสร้างโรงแรมพลาซ่าแอทธินี
ปัจจุบัน ที่ดิน นั้นได้กลายเป็นโครงการ Athenee Residence และโรงแรมพลาซ่าแอทธินี ก็ถูกขายออกให้กับกลุ่มและบริษัทในเครือของท่านในราคาที่ถูกมาก
-ขายโรงแรม 2 โรงแรมในซอยสุขุมวิท 24 และ 26 แก่ผู้ที่บอกว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ เช่า 2 โรงแรม กลับโดยเสียค่าเช่าในอัตราที่สูงมากซึ่งไม่น่าจะมีกำไรได้เลย และสุดท้าย 2 โรงแรม นี้ก็มีส่วนกลายเป็นของท่านด้วย
-ขาย บ.ลำปางธานี บริษัทย่อย ซึ่งเป็นเจ้าของ ที่ดินเชียงใหม่ 313 ไร่ แก่ บริษัทในเครือของท่าน ราคาแค่ 60 ล้านบาท ทั้งที่ต้นทุนของที่ดินเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านบาท
-ท่าน ญาติของท่าน และบริษัทในเครือมีการทำเทนเดอร์โยนหุ้นขายให้กันเอง 2 ครั้ง ได้ส่วนต่างเป็นเงินที่เอาไปลงบันทึกขาดทุนจากการขายเงินลงทุนเพื่อประหยัดภาษีเป็นเงิน น่าจะประมาณไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าอาจมีการกดราคาในตลาดเพื่อผลประโยชน์นี้ แต่ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเกือบทั้งหมดขาดทุน
ความคิดเห็นที่ 2
พฤติกรรมในอดีตของใครบางคนที่กำลังถูกปิดบังอยู่ , 7 กรกฎาคม 2552 14:01
มีการขายทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท เช่น โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โรงแรมที่แม่ฮ่องสอน โรงแรมอิมพีเรียลที่สมุย 2 แห่ง และ โรงแรมที่เขมร เป็นต้น โดย
ไม่แจ้งรายละเอียด ของทรัพย์สินที่จะขาย ให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าเพื่อที่จะได้มีเวลาพิจารณาว่าสมควรหรือเหมาะสมหรือไม่
แจ้งเหตุผลที่ขายทรัพย์สินไม่ค่อยตรงกับความจริง และไม่ตรงกับแนวทางที่ได้ปฏิบัติ คือ แจ้งในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2546 บริษัท นิวอิมพีเรียล โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) วันที่ 24 เมษายน 2546ว่า บริษัทยังมีหนี้สินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีความประสงค์ขายทรัพย์สินของบริษัท เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวมาชำระหนี้เงิน * ้ แต่ทำไมต้องขายทรัพย์สินเกือบทั้งหมด และ ถ้าดูงบการเงินจะเห็นว่าผลการดำเนินงานดีขึ้นเป็นลำดับ
มีรายการที่เกี่ยวโยงกัน คือ มีรายการตกลงเข้าทำรายการซื้อและขายทรัพย์สินระหว่างบริษัท นิวอิมพีเรียล โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทย่อย กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่แจ้งถึงรายละเอียดถึง บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยมีกรรมการบางท่านแอบไปจดทะเบียนบริษัทเตรียมไว้ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น และ อนุมัติขายสินทรัพย์เหล่านั้น เพื่อซื้อทรัพย์สิน
ขายทรัพย์สินในราคาที่ต่ำกว่าที่ควร และวิธีการขายก็ไม่น่าจะโปร่งใส ทำให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์จากส่วนต่างของราคาที่ควรจะขายได้
เงินที่เหลือจากการขายทรัพย์สินและคืนเงิน * ้ จำนวน 3,000 กว่าล้านบาท เอาไปเพิ่มทุนในบริษัทย่อยที่ขายทรัพย์สินออกไปหมดแล้ว และให้บริษัทย่อยเอาไปซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นใหญ่อีก (แต่อ้างว่ามีผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องการขาย)
ความคิดเห็นที่ 1
สักวันกรรมต้องตามสนอง , 7 กรกฎาคม 2552 13:59
กรณี บมจ.นิวอิมพีเรียลโฮเต็ล
ใครโกงเอาไว้ ขอให้กรรมสนอง
รวยอย่างไร ก็ปิดกรรมชั่วที่ทำเอาไว้ไม่ได้