กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 3 กรกฎาคม 2552 13:22

เจริญ ส่งคน ทาบซื้อสิทธิ์เช่า มหาทุนพลาซ่า

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

ทายาท ตระกูล "สวาทยานนท์" เจ้าของอาคารมหานทุน รับ "เจริญ สิริวัฒนภักดี" ส่งคนทาบซื้อสิทธิเช่าที่ 10 ไร่ ย่านเพลินจิต

นายกรวิชญ์ สวาทยานนท์ ผู้จัดการทั่วไป บริษัท มหาทุนพลาซ่า จำกัด เจ้าของอาคารสำนักงานในเมือง อาคารมหาทุนพลาซ่า ย่านเพลินจิต เปิดเผยว่าขณะนี้ กลุ่มคุณเจริญ สิริวัฒนภักดี ได้ทาบทาบเพื่อขอซื้อสิทธิ์การเช่าที่ดินจำนวน 10 ไร่ พร้อมอาคารมหาทุนพลาซ่าเพื่อต้องการนำที่ดินมาพัฒนาโครงการขนาดใหญ่ แต่ขณะนี้ยังไม่สามารถระบุถึงรายละเอียดได้ โดยอาคารมหาทุนกำลังอยู่ในระหว่างการ รีโนเวทพื้นที่ ซึ่งปัจจุบันอาคารดังกล่าวสร้างรายให้ครอบครัวต่อปีประมาณ 40-60 ล้านบาท

นายกรวิชญ์ กล่าวว่า อาคารมหาทุนพลาซ่า เป็นธุรกิจของครอบครัวซึ่งเป็นการลงทุนเองทั้งหมด ส่วน อาคารไทย ทีซีซี ที่สาทรนั้นเป็นที่เช่าจากสมาคมไทย-จีน ซึ่งก็ได้ต่ออายุการเช่าเพิ่มอีก 10 ปีรวมแล้วเหลือเวลาเช่าประมาณ 29 ปี ดำเนินการภายใต้บริษัท ศรีสยาม พร็อพเพอร์ตี้ จำกัด เป็นการร่วมทุนกับตระกูล “ศรีเฟื้องฟุ้ง”

ลุยอสังหาฯ กำไรขั้นต่ำ 20%

นายกรวิชญ์ กล่าวว่า นโยบายในการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทนั้น จะประกอบด้วย การซื้อที่ดินใหม่มาพัฒนาและนำเอาที่ดินที่มีอยู่ในมืออาทิ ย่านพระประแดง และสุขสวัสดิ์ มาพัฒนา ในรูปแบบของการตั้งบริษัทใหม่ ดูแลเป็นรายโครงการๆไป โดยวิธีการเลือกลงทุนของกลุ่มจะเน้นการลงทุนในช่วงธุรกิจขาลง เพราะมีต้นทุนต่ำ โดยแต่ละโครงการต้องมีรายได้กลับเข้ามาไม่น้อยกว่า 20% ซึ่งถือว่าได้ผลตอบแทนที่คุ้มกว่านำเงินไปฝากธนาคาร เฉลี่ยต่อปีทางครอบครัวมีรายได้จากธุรกิจอสังหาฯกว่า 200 ล้านบาท

ตามแผนการพัฒนาที่ดิน บริษัทฯ ตั้งเป้าสำหรับการเปิดตัวโครงการใหม่ปีละ 2-3 โครงการๆละ 200-300 ล้านบาท ยกเว้นที่ดินย่านพระราม 3 เนื้อที่ 3 ไร่ เยื้องโรงแรม มณเทียร ซึ่งเดิมจะพัฒนาเป็นอาคารสำนักงาน แต่ล่าสุดมีแผนจะพัฒนาเป็นคอนโดมิเนียม สูง 30 ชั้น 700 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 1.5 ล้านบาท รวมมูลค่า 1,000 ล้านบาท ตามแผนจะเปิดในปี 2553 โดยนอกจากโครงการลงทุนในกรุงเทพแล้ว ยังได้เข้าไปลงทุนโครงการจัดสรรย่านพัทยามาต่อเนื่องรวม 19 โครงการ และในปีนี้จะเปิดเพิ่มอีก 3 โครงการ ๆละ30-40 ไร่ จำนวน 80-100 ยูนิตราคาขายเริ่มต้น 5.3 ล้านบาท จับกลุ่มลูกค้าระดับกลาง

Tags : สวาทยานนท์ สิริวัฒนภักดี เพลินจิต

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 7

คณะกรรมการบริษัท BJC ไม่ปฏิบัติตามประกาศตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เรื่องหลักเกณฑ์ วิธีการ และการเปิดเผยเกี่ยวกับการได้มาและจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ของบริษัทจดทะเบียน และรายการที่เกี่ยวโยงกัน
กรณี การขายหุ้นของบริษัท เบอร์ลี่ยุคเกอร์ จำกัด (มหาชน) ที่ถือโดยบริษัทย่อย จำนวน 1,828,200 หุ้น เมื่อ 30 มีนาคม 2550

-แจ้งเท็จว่าขายหุ้นให้บุคคลภายนอกไป คือบริษัท มหาสุข จำกัด

-สุดท้ายผู้ถือหุ้นสงสัยไปคัดรายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ กลับกลายเป็น บริษัท ทีซีซีโฮลดิ้ง จำกัด
กล้าโกหกแจ้งเท็จต่อผู้ถือหุ้น กลต. และตลาด

แถมผู้ถือหุ้นเดินไปยื่นเอกสารรับรองของบริษัท มหาสุข จำกัด ให้ประธานกรรมการตรวจสอบ เพื่อให้ดูเพื่อเป็นหลักฐาน กลับถูกปัดเอกสารออกและบอกว่าไม่ขอร่วมสังคกรรมด้วย และยังขุ๋จะฟ้องผู้ถือหุ้นที่เอาเรื่องนี้มาสอบถามซะอีก

แสบไหมล่ะ

ความคิดเห็นที่ 6

คนรวยบางคนมีอำนาจ เกาะติดผู้มีบารมี คอยเลี้ยงดูเจ้าหน้าที่รัฐ
หลบเลี่ยง โกงภาษี โกงผู้ถือหุ้น ใครก็ทำอะไม่ได้

ความคิดเห็นที่ 5

สมบัติของประเทศชาติ กลายมาเป็นสมบัติของตัวเอง

ทรัพย์สินของผู้ถือหุ้นโดยรวม กลายมาเป็นสมบัติของตัวเอง

อย่างนี้ แม้จะรวยเท่าไร ก็มิอาจพ้นคำครหานินทาได้

ลูกน้อง = สมุนโจร

ภรรยา(สามี) = เมีย(ผัว) โจร

ลูก = ลูกโจร

ความคิดเห็นที่ 4

•การประชุมสามัญผู้ถือหุ้นบมจ. นิวอิมพีเรียลโฮเต็ล จัดที่อื่น แทนที่โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์คที่เคยจัดเป็นประจำทุกปีตอนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์

สงสัย พวกผู้ถือหุ้นไม่มีเกียรติเพียงพอที่จะจัดขึ้นที่ โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค และพอดีอาจจะตรงกับงานช้างๆ ที่แสดงหน้าตาของพวกๆ ท่านเท่านั้น ว่าท่านมีเมตตา เอี้อเฟื้อเผื่อแผ่ มีใจที่เป็นแต่เรื่องกุศล เลยไม่มีห้องว่างพอที่จะจัดประชุม

ความคิดเห็นที่ 3

-ขายโรงแรมเดิมที่ถนนวิทยุพร้อมที่ดิน ประมาณ 4 ไร่ เข้าบริษัทในเครือที่ท่านและญาติมีส่วนเป็นผู้ถือหุ้น โดยอ้างว่าเพื่อนำเงินไปสร้างโรงแรมพลาซ่าแอทธินี
ปัจจุบัน ที่ดิน นั้นได้กลายเป็นโครงการ Athenee Residence และโรงแรมพลาซ่าแอทธินี ก็ถูกขายออกให้กับกลุ่มและบริษัทในเครือของท่านในราคาที่ถูกมาก

-ขายโรงแรม 2 โรงแรมในซอยสุขุมวิท 24 และ 26 แก่ผู้ที่บอกว่าไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้อง และ เช่า 2 โรงแรม กลับโดยเสียค่าเช่าในอัตราที่สูงมากซึ่งไม่น่าจะมีกำไรได้เลย และสุดท้าย 2 โรงแรม นี้ก็มีส่วนกลายเป็นของท่านด้วย

-ขาย บ.ลำปางธานี บริษัทย่อย ซึ่งเป็นเจ้าของ ที่ดินเชียงใหม่ 313 ไร่ แก่ บริษัทในเครือของท่าน ราคาแค่ 60 ล้านบาท ทั้งที่ต้นทุนของที่ดินเมื่อ 10 กว่าปีที่แล้วอยู่ที่ประมาณ 140 ล้านบาท

-ท่าน ญาติของท่าน และบริษัทในเครือมีการทำเทนเดอร์โยนหุ้นขายให้กันเอง 2 ครั้ง ได้ส่วนต่างเป็นเงินที่เอาไปลงบันทึกขาดทุนจากการขายเงินลงทุนเพื่อประหยัดภาษีเป็นเงิน น่าจะประมาณไม่น้อยกว่า 500 ล้านบาท ซึ่งเป็นที่น่าสงสัยว่าอาจมีการกดราคาในตลาดเพื่อผลประโยชน์นี้ แต่ทำให้ผู้ถือหุ้นรายย่อยเกือบทั้งหมดขาดทุน

ความคิดเห็นที่ 2

มีการขายทรัพย์สินทั้งหมดของบริษัท เช่น โรงแรมอิมพีเรียลควีนส์ปาร์ค โรงแรมพลาซ่า แอทธินี โรงแรมที่แม่ฮ่องสอน โรงแรมอิมพีเรียลที่สมุย 2 แห่ง และ โรงแรมที่เขมร เป็นต้น โดย

• ไม่แจ้งรายละเอียด ของทรัพย์สินที่จะขาย ให้ผู้ถือหุ้นทราบล่วงหน้าเพื่อที่จะได้มีเวลาพิจารณาว่าสมควรหรือเหมาะสมหรือไม่

• แจ้งเหตุผลที่ขายทรัพย์สินไม่ค่อยตรงกับความจริง และไม่ตรงกับแนวทางที่ได้ปฏิบัติ คือ แจ้งในที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2546 บริษัท นิวอิมพีเรียล โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) วันที่ 24 เมษายน 2546ว่า “ บริษัทยังมีหนี้สินอยู่เป็นจำนวนมาก จึงมีความประสงค์ขายทรัพย์สินของบริษัท เพื่อนำเงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวมาชำระหนี้เงิน * ้“ แต่ทำไมต้องขายทรัพย์สินเกือบทั้งหมด และ ถ้าดูงบการเงินจะเห็นว่าผลการดำเนินงานดีขึ้นเป็นลำดับ

• มีรายการที่เกี่ยวโยงกัน คือ มีรายการตกลงเข้าทำรายการซื้อและขายทรัพย์สินระหว่างบริษัท นิวอิมพีเรียล โฮเต็ล จำกัด (มหาชน) หรือบริษัทย่อย กับบุคคลที่เกี่ยวโยงกันไม่ว่าจะทางตรงหรือทางอ้อม แต่ไม่แจ้งถึงรายละเอียดถึง บุคคลที่เกี่ยวโยงกัน โดยมีกรรมการบางท่านแอบไปจดทะเบียนบริษัทเตรียมไว้ก่อนการประชุมผู้ถือหุ้น และ อนุมัติขายสินทรัพย์เหล่านั้น เพื่อซื้อทรัพย์สิน

• ขายทรัพย์สินในราคาที่ต่ำกว่าที่ควร และวิธีการขายก็ไม่น่าจะโปร่งใส ทำให้ผู้ถือหุ้นเสียประโยชน์จากส่วนต่างของราคาที่ควรจะขายได้

• เงินที่เหลือจากการขายทรัพย์สินและคืนเงิน * ้ จำนวน 3,000 กว่าล้านบาท เอาไปเพิ่มทุนในบริษัทย่อยที่ขายทรัพย์สินออกไปหมดแล้ว และให้บริษัทย่อยเอาไปซื้อหุ้นจากผู้ถือหุ้นใหญ่อีก (แต่อ้างว่ามีผู้ถือหุ้นรายย่อยต้องการขาย)

ความคิดเห็นที่ 1

กรณี บมจ.นิวอิมพีเรียลโฮเต็ล

ใครโกงเอาไว้ ขอให้กรรมสนอง

รวยอย่างไร ก็ปิดกรรมชั่วที่ทำเอาไว้ไม่ได้

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement