โจนส์แลงฯ เผยตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้า ผู้ประกอบการเริ่มดำเนินแผนก่อสร้างโครงการต่อ แม้ค่าเช่าจะยังมีโอกาสอ่อนตัวลงได้อีก
กิจกรรมการพัฒนาโครงการศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ เริ่มกลับมามีให้เห็นอีกครั้งในไตรมาสสองของปีนี้ หลังจากที่ไม่มีความเคลื่อนไหวในช่วงไตรมาสแรก ทั้งนี้ แม้ยังไม่มีความแน่ชัดว่า เศรษฐกิจไทยถึงจุดต่ำสุดแล้วหรือไม่ แต่การที่มีโครงการพัฒนาศูนย์การค้าใหม่และเจ้าของโครงการเริ่มชะลอการปรับลดค่าเช่า สะท้อนให้เห็นว่า ผู้ประกอบการเริ่มมีทัศนคติเชิงบวกมากขึ้นเกี่ยวกับแนวโน้มตลาดศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ ตามการรายงานจากบริษัทที่ปรึกษาอสังหาริมทรัพย์ โจนส์ แลง ลาซาลล์
นางสุพินท์ มีชูชีพ กรรมการผู้จัดการ โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “ในช่วงตลอดสามปีที่ผ่าน ตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทศูนย์การค้าของกรุงเทพฯ ได้รับผลกระทบอย่างมากจากความผันผวนทางการเมือง และภาวะตกต่ำของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจภายในประเทศ ซึ่งบั่นทอนความเชื่อมั่นผู้บริโภค”
สอดคล้องกับรายงานสถานการณ์ทางเศรษฐกิจจากธนาคารแห่งประเทศไทย ที่ระบุว่า ในไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมา ปริมาณการบริโภคยังคงปรับตัวลดลง แม้จำนวนคนที่เดินในศูนย์การค้าจะยังเท่าเดิม แต่มียอดขายลดลง
จากภาวะที่ความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลง ทำให้ในไตรมาสหนึ่งที่ผ่านมา ผู้ประกอบการศูนย์การค้าจำเป็นต้องลดค่าเช่าพื้นที่สำหรับผู้ประกอบการค้าภายในศูนย์ลงอีก โดยพื้นที่บริเวณชั้นล่างในศูนย์การค้าชั้นดีของกรุงเทพฯ มีค่าเช่าเฉลี่ยปรับตัวลดลงอีกเล็กน้อยจาก 2,080 บาทต่อตารางเมตรต่อเดือน ณ ต้นเดือนมกราคม มาอยู่ที่ตารางเมตรละ 2,046 บาท ณ สิ้นเดือนมีนาคม
นายแดน ตันติสุนทร หัวหน้าฝ่ายวิจัย โจนส์ แลง ลาซาลล์ กล่าวว่า “ตลอดกว่าสองปีที่ผ่าน อัตราค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ค่อยๆ ปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื่อง จากปัญหาความวุ่นวายทางการเมืองซึ่งส่งผลกระทบต่อสภาพเศรษฐกิจ ส่วนไตรมาสแรกของปีนี้ ผู้ประกอบการศูนย์การค้าได้ปรับลดค่าเช่าลงอีกเพื่อรักษาผู้ค้าที่เช่าไว้”
“อย่างไรก็ดี ในไตรมาสสองของปีนี้ พบว่า ผู้ประกอบการศูนย์การค้าในกรุงเทพฯ ได้พยายามไม่ปรับลดค่าเช่าลงอีก ทั้งนี้ อาจเพราะมองว่า บรรยากาศในตลาดศูนย์การค้าเริ่มมีทิศทางที่ดีขึ้นหลังจากที่ศูนย์การค้าต่างๆ ได้ออกแคมเปญโปรโมชั่นออกมามาก ในขณะเดียวกันกับที่รัฐบาลได้มีมาตรการต่างๆ ออกมาเพื่อกระตุ้นการบริโภคของประชาน ซึ่งทั้งหมดนี้ น่าจะช่วยกระตุ้นยอดการขายของศูนย์การค้าได้ นอกจากนี้ ในส่วนของศูนย์การค้าเอง พบว่ายังคงมีอัตราการว่างของพื้นที่เหลือเช่าต่ำ โดยเฉพาะศูนย์การค้าชั้นดี มีพื้นที่ว่างเหลือเช่าเฉลี่ยเพียง 5% ขณะเดียวกัน ผู้ค้าบางส่วนยังคงมีการขยายธุรกิจ”
เมื่อปลายปีที่แล้ว Forever 21 ซึ่งเป็นแบรนด์แฟชั่นจากอเมริกาได้เข้ามาเปิดสาขาขนาดพื้นที่ 3,450 ตารางเมตรที่เซ็นทรัล เวิลด์ พลาซ่า ส่วนในช่วงต้นปีนี้ The Loft ซึ่งเป็นแบรนด์ค้าปลีกของญี่ปุ่นประกาศแผนที่จะขยายขนาดพื้นที่ร้านที่สยามดิสคัฟเวอรี เซ็นเตอร์ เป็น 3,000 ตารางเมตร
ปัจจัยอีกประการหนึ่งที่บ่งชี้ให้เห็นถึงทัศนคติที่เป็นบวกมากขึ้นของผู้ประกอบการศูนย์การค้า ได้แก่ การเริ่มมีความเคลื่อนไหวเกี่ยวแผนกิจกรรมการพัฒนาโครงการใหม่ๆ เพิ่มขึ้นในช่วงไตรมาสสองของปีนี้
“จากปี 2551 ถึงไตรมาสหนึ่งของปีนี้ มีการประกาศแผนการก่อสร้างโครงการศูนย์การค้าใหม่ๆ ในกรุงเทพฯ เกิดขึ้นน้อยมาก เนื่องจากในช่วงดังกล่าว ระดับความเชื่อมั่นผู้บริโภคลดลงอย่างชัดเจน แต่ในไตรมาสสองของปีนี้ เริ่มมีความเคลื่อนไหวจากผู้ประกอบการศูนย์การค้าให้เห็น” นายแดนกล่าว
เซ็นทรัล พัฒนาประกาศว่าจะดำเนินการต่อสำหรับโครงการเซ็นทรัล พระราม 9 หลังจากโครงการไม่มีความคืบหน้ามาเป็นเวลานาน ส่วนโครงการเมกกะบางนาของสยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์และ IKEA ขนาดพื้นที่ 464,000 ซึ่งไม่มีความเคลื่อนไหวมาระยะหนึ่ง ได้เริ่มมีการเข้าเคลียร์พื้นที่สำหรับการก่อสร้างแล้วในขณะนี้
นางสุพินท์ กล่าวว่า “การก่อสร้างโครงการศูนย์การค้า โดยทั่วไปจะกินเวลาราว 1-3 ปีขึ้นอยู่กับขนาดของโครงการ ผู้ประกอบการศูนย์การค้าที่เริ่มดำเนินการก่อสร้างในขณะนี้ อาจคาดหวังว่าสภาพเศรษฐกิจน่าจะปรับตัวดีขึ้นในช่วงที่การก่อสร้างศูนย์การค้าของตนก่อสร้างแล้วเสร็จ”
ในส่วนของศูนย์การค้าในกลุ่มคอมมิวนิตี มอลล์ หรือเนเบอร์ฮูด มอลล์ ซึ่งเป็นศูนย์การค้าที่สร้างขึ้นเพื่อจับกลุ่มลูกค้าที่เป็นผู้อยู่อาศัยในชุมชนโดยรอบ พบว่า ยังคงมีการขยายตัว โดยในไตรมาสสองที่ผ่านมา สยามฟิวเจอร์ ดีเวลอปเมนท์ได้เปิดศูนย์การค้านวมินทร์ ซิตี อเวนิว เฟสหนึ่ง ขนาดพื้นที่ประมาณ 24,000 ตารางเมตร ส่วนในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีศูนย์การค้าในกลุ่มนี้อีกสามโครงการที่มีกำหนดจะก่อสร้างแล้วเสร็จ ได้แก่ โครงการโมโนโพลี พาร์ค ที่ถนนพระรามสาม ขนาดพื้นที่กว่า 6,700 ตารางเมตร โครงการเค วิลเลจ ที่สุขุมวิท 26 ขนาดพื้นที่ 18,000 ตารางเมตร และอีกโครงการของกลุ่มเอ็มบีเคบนถนนพระรามเก้า
แนวโน้ม
จากการคาดการณ์ว่า ระดับการบริโภคของภาคเอกชนจะยังคงปรับลดลงไปอีก จึงเป็นไปได้ว่าในช่วงที่เหลือของปีนี้ อัตราค่าเช่าพื้นที่ศูนย์การค้าอาจปรับตัวลดลงได้อีก นอกจากนี้ ศูนย์การค้าชั้นดีซึ่งพึ่งพาลูกค้าที่เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ยังได้รับผลกระทบจากจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่ลดลงด้วย
ในสถานการณ์ขณะนี้ ศูนย์การค้าในกลุ่มคอมมิวนิตี มอลล์ หรือเนเบอร์ฮูด มอลล์ มีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบน้อยกว่าศูนย์การค้าประเภทอื่น เนื่องจากเน้นการขายสินค้าบริการที่คนทั่วไปต้องกินต้องใช้ในชีวิตประจำวัน
Tags : โจนส์ แลง ลาซาลล์
