กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 26 มิถุนายน 2552 10:55

ทุนต่างชาติฝืด กระทบอสังหาริมทรัพย์ไทย

ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินผลกระทบจากเศรษฐกิจโลก ส่งผลให้ทุนต่างชาติชะลอการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ไทยปีนี้ ลดลง30-40%

วิกฤตการณ์ทางการเงินที่ขยายผลกระทบลุกลามไปยังสถาบันการเงินทั่วโลกหลายแห่ง จนก่อให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจถดถอยในหลายๆ ประเทศทั่วโลก ซึ่งประเทศไทยก็ได้รับผลกระทบด้วยเช่นกัน

สำหรับภาคอสังหาริมทรัพย์ของประเทศไทยนั้นก็ได้รับผลกระทบจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกเช่นกัน โดยเฉพาะตลาดอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยที่พัฒนาสำหรับชาวต่างชาติ ซึ่งในขณะนี้เริ่มประสบกับปัญหากำลังซื้อจากชาวต่างชาติที่เริ่มชะลอตัว และในบางทำเลถึงกับหยุดชะงักลง

นอกจากนี้เม็ดเงินจากต่างประเทศที่เข้ามาลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน ทั้งนี้การลงทุนและพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ในประเทศ นอกจากการพึ่งพาสินเชื่อจากสถาบันการเงินในประเทศแล้ว บางโครงการโดยเฉพาะการพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ขนาดใหญ่ที่ต้องใช้เงินลงทุนค่อนข้างมาก (เช่น การพัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ประเภทโรงแรม รีสอร์ท โครงการคอนโดมิเนียม เป็นต้น) มีการพึ่งพาแหล่งเงินทุนจากต่างประเทศ ไม่ว่าจะเป็นในรูปแบบการกู้ยืมจากสถาบันการเงินต่างประเทศ การขายหุ้นกู้ให้แก่สถาบันการเงินต่างประเทศ หรือการร่วมทุนกับนักลงทุนต่างประเทศ

โดยจะเห็นได้จากเงินลงทุนโดยตรงสุทธิจากต่างประเทศในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 3 เดือนแรกของปี 2552 มีมูลค่ากว่า 7,037.96 ล้านบาท หดตัวลงถึงร้อยละ 49.2 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบจากปัญหาวิกฤตการณ์การเงินครั้งรุนแรงที่ส่งผลต่อสภาพคล่องในระบบการเงินโลกนี้ต่อแนวโน้มการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ของไทย ดังนี้

- ธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่พัฒนาสำหรับกลุ่มลูกค้าชาวต่างชาติ สำหรับการพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ประเภทที่อยู่อาศัยสำหรับชาวต่างชาติส่วนใหญ่จะเน้นจับกลุ่มลูกค้าระดับบน โดยราคาสูงสุดอยู่ที่ประมาณ 150 ล้านบาท ตลาดอสังหาริมทรัพย์กลุ่มนี้จึงกำลังประสบกับภาวะยอดขายที่ชะลอตัว เนื่องจากลูกค้าชาวต่างชาติชะลอการซื้อที่อยู่อาศัยตากอากาศในไทยออกไป ขณะที่กำลังซื้อของคนในประเทศที่จะสามารถซื้อที่อยู่อาศัยในราคาระดับนั้นมีจำนวนที่จำกัด ทำให้ผู้ประกอบการเกิดความยากลำบากในการระบายสินค้า

ดังนั้นผู้ประกอบการที่กำลังประสบปัญหาต้องปรับตัวในการดำเนินธุรกิจอย่างมาก เช่น การขายโครงการต่อให้แก่ผู้ประกอบการรายอื่น การปรับลดราคาขายลง เพื่อจูงใจลูกค้า ในขณะที่ผู้ประกอบการบางรายได้ปรับกลยุทธ์หันมาเน้นกลุ่มลูกค้าในประเทศมากขึ้น โดยส่วนใหญ่จะเป็นคอนโดมิเนียมที่มีระดับราคาที่ไม่สูงมากนัก โดยอยู่ระหว่าง 3-10 ล้านบาท ซึ่งระดับราคานี้เป็นระดับราคาที่พอที่จะมีกำลังซื้อของคนในประเทศ

- ผลกระทบต่อธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเภทอื่นๆ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า โดยภาพรวมแล้วธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ไทย ได้รับผลกระทบโดยตรงจากวิกฤตเศรษฐกิจโลกในขอบเขตที่จำกัด เนื่องจากผู้ประกอบการที่พึ่งพาแหล่งทุนจากสถาบันการเงินที่มีปัญหายังเป็นสัดส่วนที่ไม่มากนัก อย่างไรก็ดีหากสถาบันการเงินเหล่านั้นจำเป็นต้องขายทรัพย์สินหรือถอนการลงทุนกลับไปก็อาจมีกลุ่มทุนรายใหม่เข้าไปถือหุ้นแทน โดยเฉพาะกลุ่มทุนไทยที่ยังคงมีสถานภาพทางการเงินที่แข็งแกร่งที่ยังคงรอจังหวะการเข้าซื้อ หรือเข้าไปถือหุ้นแทน เนื่องจากทรัพย์สินที่สถาบันการเงินต่างชาติรายใหญ่เข้ามาลงทุนในไทยส่วนใหญ่มีโอกาสในการสร้างรายได้ค่อนข้างดี

- แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศในอสังหาริมทรัพย์ไทย ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า แม้ว่าเศรษฐกิจในต่างประเทศเริ่มมีสัญญาณในทิศทางที่ดีขึ้น ซึ่งจะเห็นได้จากตัวเลขเศรษฐกิจบางตัวในหลายประเทศจะเริ่มมีสัญญาณการฟื้นตัวดีขึ้น ซึ่งน่าจะเป็นปัจจัยบวกต่อนักลงทุนในการกลับเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย โดยเฉพาะการเข้ามาร่วมลงทุนในโครงการที่เป็นทรัพย์สินที่มีศักยภาพในการสร้างรายได้ในอนาคต เนื่องจากในสายตาของนักลงทุนต่างชาติยังมองว่าราคาอสังหาริมทรัพย์ของไทยยังถูกกว่าเมื่อเทียบกับประเทศในแถบเดียวกัน เช่น สิงคโปร์ และฮ่องกง เป็นต้น ซึ่งจะสามารถให้ผลตอบแทนที่สูง และการที่ประเทศไทยสมบูรณ์ไปด้วยทรัพยากรธรรมชาติและสถานที่ท่องเที่ยวของไทยที่เป็นที่รู้จักในสายตาของนานาประเทศ จึงเป็นสิ่งจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติต้องการเข้ามาลงทุนพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย เพื่อรองรับตลาดชาวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวหรือต้องการเข้ามาพำนักในประเทศไทย

อย่างไรก็ตามภายใต้สถานการณ์ที่การฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกยังมีความเปราะบาง และยังคงต้องอาศัยระยะเวลาอีกยาวนานกว่าที่เศรษฐกิจโลกจะกลับมาฟื้นตัวในระดับศักยภาพอีกครั้ง ทำให้กระแสความสนใจลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทยในช่วงเวลาที่เหลือของปีนี้อาจยังไม่ฟื้นตัวขึ้นได้รวดเร็วนัก สำหรับตลาดที่อยู่อาศัยของชาวต่างชาติยังคงต้องขึ้นอยู่กับทิศทางการเมืองและบรรยากาศด้านการท่องเที่ยวของประเทศไทยเป็นสำคัญ

ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า  แนวโน้มการลงทุนจากต่างประเทศในอสังหาริมทรัพย์ไทยในปี 2552 น่าจะลดลงร้อยละ 30-40 จากมูลค่า 45,240.46 ล้านบาท ในปี 2551

อย่างไรก็ดี ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า หากสถานการณ์เศรษฐกิจโลกเริ่มกลับมาฟื้นตัวในระดับศักยภาพอีกครั้ง และการเมืองไทยเริ่มมีเสถียรภาพมากขึ้น คาดว่านักลงทุนต่างชาติน่าจะกลับเข้ามาลงทุนอสังหาริมทรัพย์ในไทย เนื่องจากอสังหาริมทรัพย์ไทยยังคงมีศักยภาพที่จะแข่งขันกับประเทศอื่นๆ ในแถบเดียวกัน ซึ่งปัจจัยที่ดึงดูดนักลงทุนหรือชาวต่างชาติให้เข้ามาซื้อที่อยู่อาศัยในไทย อาทิเช่น ความพร้อมในด้านระบบโครงสร้างพื้นฐานของประเทศไทยที่มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่องเพื่อให้เกิดความสะดวกสบาย และระบบสาธารณูปโภคที่พร้อมที่จะรองรับการเจริญเติบโต การที่ประเทศไทยมีสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นที่รู้จักในสายตาของนานาประเทศ และปัจจัยด้านราคาของที่อยู่อาศัยที่ยังสามารถแข่งขันได้  เป็นต้น

Tags : ทุนต่างชาติ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

***ไม่ฝืดแน่อ่ะครับเพราะหากโลจิสติกเกิดขึ้น และระบบเกษตรและชลประทานดีลองคิดดูดีดีครับกลุ่มชาวนาที่มีรายได้เพิ่มเขาจะเอาไปไหนก็หนีไม่พ้นให้ลูกและซื้อสินค้าตกแต่งบ้านและถ้าเหลือมากๆเขาก็จะท่องเที่ยวไทยจากระบบโลจิสติกที่ไวและทุกจุดของโลจิสติกยังมีความสามารถแฝงที่มีอยู่อีกอ่ะครับเพิ่มรายได้อีกแต่เอาไว้ก่อนเดี๋ยวส่งแนวไปให้ไม่งั้นงบจะไปลงที่เดียวชัวส์ความสามารถแฝงระบบนี้เยอะอ่ะครับ///เพราะหากระบบดีรอบนอกก็จะมีสินค้าอุปกรณ์สร้างบ้านราคาถูกตามไปด้วย รอดูภาคอีสานดีกว่าปีนี้ระบบชลประทานเขาให้เป็นอันดับ1ถ้าเกิด สส.เอาไปสร้างระบบท่อน้ำประปาอย่างเดียวก็พอจะรู้ว่า สส.ที่นั่นเริ่มอยากรีดไถแต่ถ้าสร้างดีอย่างจังหวัดสุพรรณรายได้ก็มีทั้งปีแถมได้สินค้าเกษตรราคาถูกและอุปกรณ์บ้านราคาถูกและการท่องเที่ยวที่พอใจไปที่ไหนก็ไปหยุดที่สถานีนั้นแล้วระบบท่องเที่ยวไทยก็จะเข้ามารอตั่งแต่รอรับจากที่นั่นแหละครับคิดง่ายๆระบบเดียวควบทั้งระบบเลยบอกไงอ่ะครับโลจิสติกอ่ะดีความสามารถแฝงเยอะ /// เส้นทางรถไฟอนเดิมใครเป็นคนวางแนวในอดีตอ่ะครับเห็นจากแผนที่ใหญ่แล้วเขาวางให้คนรุ่นหลังได้อย่างสมดุลเลยอ่ะครับแทบไม่ต้องทำอะไรแค่สร้างเลนรถไฟเพิ่มแค่นั้นเอง///รวมตรวจที่สระบุรี แยกลงอยุธยาเพื่อผลิตลงต่ออีกก็เมืองหลวง หรือแยกขึ้นอีสานจากสระบุรีก็ไปโคราชโคราชแยก2วนรอบได้ทั้งภาคเลยยังมีใต้และตะวันออกอีกที่แยกรอบนอกและในได้เป็น2เข้าเมืองและวิ่งรอบนอกเพื่อเก็บผลผลิตจากใต้อ่ะครับตะวันออกก็ชายฝั่งได้ทุกที่เข้าตัวเมืองและก็ยังมีเส้นไว้เฉพาะของหนักขึ้นบนสู่สระบุรีและจะตรงเข้าเหนือได้อีก คนที่วางแนวสมัยก่อนเก่งอ่ะครับยอมรับ

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement