กรุงเทพธุรกิจ

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 24 มิถุนายน 2552 08:33

กคช.เจาะไดเร็คเซลบ้านเอื้อฯ เป้าไตรมาส4ปิดยอดหมื่นยูนิต

บ้านเอื้ออาทร

TOOLS
คอลัมน์อื่นๆ

การเคหะฯ ประกาศลุยขายบ้านเอื้ออาทรส่งท้ายไตรมาส 4 งัดกลยุทธ์ไดเร็คเซลลุยเคาะประตูบ้านลูกค้า หวังดันยอดขายทะลุตามเป้าที่ตั้งไว้ 4.7หมื่นยูนิต

นายศิริโรจน์ ชาวปากน้ำ ผู้ช่วยผู้ว่าการ การเคหะแห่งชาติ (กคช.)  เปิดเผยถึงยอดขายบ้านเอื้ออาทร ตั้งแต่วันที่ 1 ต.ค.2551 จนถึงวันที่ 31 พ.ค.2552 ว่า มียอดขายแล้วทั้งสิ้น 25,247 ยูนิต และสำหรับยอดขายในเดือนมิ.ย.นี้ ทำได้เพิ่มอีก 10,000 ยูนิต รวมยอดขาย 35,247 ยูนิต  ทำให้การเคหะฯ มั่นใจว่า จะสามารถทำยอดขายจนปิดปีงบประมาณได้ตามเป้าที่ตั้งไว้ 47,000 ยูนิตอย่างแน่นอน

"เราจะมีการประชุมทีมงานเพื่อเตรียมความพร้อมกันอีกครั้ง เพื่อวางแผนการขายในช่วง 3 เดือนที่เหลือ เพื่อผลักดันยอดขายให้บรรลุได้ตามเป้าหมาย"

ทั้งนี้ การเคหะฯ จะใช้แผนการขายบ้านเอื้ออาทรในช่วง 3 เดือนที่เหลือแบบเชิงรุกถึงตัวลูกค้า เพื่อทำให้ยอดขายเป็นไปตามเป้าหมาย ด้วยการนำโครงการไปเสนอขายถึงที่ทำงานหรือที่บ้าน หรือที่เรียกว่าเคาะประตูบ้านลูกค้า อาทิ การเข้าขายยังโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อให้ลูกค้ากลุ่มเป้าหมายที่ต้องการซื้อบ้านแต่ไม่มีเวลามาได้เลือกบ้านที่การเคหะฯ ซึ่งจะเห็นอีกวิธีหนึ่งที่จะกระตุ้นให้เกิดการตัดสินใจซื้อ

นอกจากนี้การเคหะฯ ยังมีแผนการจัดงานกระตุ้นยอดขายอีกครั้งหนึ่งในช่วงเดือนส.ค. แต่การจัดงานคาดว่าอาจจะเป็นในลักษณะของมหกรรมเอื้ออาทร อย่างไรก็ตามจะมีการประชุมถึงวิธีการดำเนินการขายและความพร้อมของทีมขายที่ชัดเจนอีกครั้งหนึ่ง รวมทั้งแคมเปญพิเศษเพื่อดึงดูดลูกค้าให้เข้ามาจองในงานมากขึ้น

Tags : การเคหะแห่งชาติ บ้านเอื้ออาทร

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 1

ปัญหาของวิธีการการรณรงค์การขายทุกครั้งของการเคหะคือการไม่ชำระค่าเช่าซื้อของผู้เช่าซื้อภายหลังการรณรงค์ผ่านไป เนื่องจากการเคหะหวังทำยอดตัวเลขการจองอย่างเดียวทำให้การสกรีนคุณภาพลูกค้าบกพร่อง ปัญหาที่น่าสนใจคือเมื่อการเคหะต้องเอาอาคารที่ยึดคืนออกรณรงค์การขายใหม่ ต้นทุนการรณรงค์ขายอาคารหลังเดียวกันหลายครั้งต้นทุนการขายจะเป็นเท่าไร กรณีนี้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องน่าจะทะข้อมูลไว้เพื่อศึกษาด้วย

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement