คาดตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้างปีนี้หดตัวครั้งแรกในรอบ 10 ปี โดยอาจหดตัว 1.5-3.5% จากกำลังซื้อที่ลดลง และหลากปัจจัยที่รุมเร้า
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า ในช่วงปี 2552 ตลาดค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งและซ่อมแซมที่อยู่อาศัยน่าจะมีมูลค่าประมาณ 307,500 – 300,000 ล้านบาท ขยายตัวร้อยละ 0.8 -1.5 จากที่ขยายตัวร้อยละ 7.3 ในปี 2551 สำหรับปัจจัยที่น่าจะมีส่วนช่วยสนับสนุนการขยายตัว น่าจะมาจากมาตรการลดหย่อนภาษีและค่าธรรมเนียมธุรกรรมด้านอสังหาริมทรัพย์ที่น่าจะทำให้ผู้ซื้อบ้านนำเงินส่วนที่ประหยัดลงจากการลดค่าใช้จ่ายเหล่านั้นมาใช้ในการซื้อสินค้าตกแต่งบ้านเพิ่มเติม
อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า ธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านปี 2552 น่าจะเผชิญกับท้าทายอย่างหนักในการดำเนินธุรกิจท่ามกลางปัจจัยลบรุมเร้า ซึ่ง คาดว่า เศรษฐกิจในปีนี้อาจจะหดตัวร้อยละ 1.5 ถึงหดตัวร้อยละ 3.5 ต่ำลงจากที่ขยายตัวร้อยละ 2.6 ในปี 2551 ซึ่งเป็นการหดตัวรายปีครั้งแรกนับตั้งแต่หลังวิกฤตเศรษฐกิจในปี 2540
และจากการที่เศรษฐกิจมีอัตราการเติบโตที่ติดลบทำให้จำนวนคนว่างงานอาจจะเพิ่มขึ้นถึง 1.5-1.7 ล้านคน คิดเป็นอัตราการว่างงานประมาณร้อยละ 4.0-4.5 นับเป็นอัตราที่สูงสุดตั้งแต่ช่วงหลังวิกฤติเศรษฐกิจปี 2540 ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ภาวะดังกล่าวบั่นทอนกำลังซื้อของผู้บริโภค ทำให้คาดว่าการใช้จ่ายของผู้บริโภคอาจจะขยายตัว 0.0 ถึงหดตัวร้อยละ 1.0 ในปีนี้ จึงอาจจะเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านในปีนี้ เนื่องจากขาดปัจจัยบวกที่จะเข้ามาสนับสนุนความต้องการในตลาด
สำหรับแนวโน้มธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้าง อุปกรณ์ตกแต่งบ้านในปี 2552 นี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มีความเห็นว่า การแข่งขันธุรกิจค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านน่าจะมีความรุนแรง โดยเฉพาะการทำตลาดที่เข้มข้นในการกระตุ้นยอดขายจากกลุ่มค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านสมัยใหม่ ทั้งนี้จะเห็นได้ว่า ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ได้เน้นกิจกรรมการตลาดอย่างหนัก อาทิ การจัดงานมหกรรมลดราคาสินค้า การจับมือร่วมกับสถาบันการเงิน เพื่อให้ลูกค้ามาสามารถผ่อนชำระสินค้าได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำหรือไม่คิดดอกเบี้ยภายในระยะเวลาที่กำหนด การจัดบริการส่งเสริมการขาย การให้คำปรึกษาและแก้ปัญหาให้แก่ลูกค้า เป็นต้น
นอกจากการใช้กลยุทธ์การตลาด เพื่อกระตุ้นยอดขายแล้ว ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจที่มียังคงมีความเสี่ยงสูง ทำให้ผู้ประกอบการกลุ่มนี้จึงต้องดำเนินธุรกิจ ให้สอดคล้องกับภาวะเศรษฐกิจที่เกิดขึ้นในขณะนี้ อาทิ การจัดระบบการบริหารสินค้า เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงการเก็บสินค้าไว้นานเกินไป รวมถึงการบริหารการจัดการระบบการขนส่งสินค้า (โลจิสติกส์) ให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น เพื่อประหยัดค่าขนส่ง ซึ่งต้นทุนที่ต่ำเป็นปัจจัยสำคัญที่ช่วยให้ธุรกิจมีความได้เปรียบในด้านราคา และการบริหารเวลาในการขนส่งสินค้าให้ถึงมือลูกค้าให้เร็วขึ้น เป็นต้น
ในขณะที่ผู้ประกอบการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านรูปแบบดั้งเดิม ต้องเผชิญกับยอดขายที่ชะลอลงแล้ว ผู้ประกอบการกลุ่มนี้ยังต้องเผชิญกับการแข่งขันที่รุนแรงจากกลุ่มผู้ประกอบการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านสมัยใหม่ ที่เร่งโหมแคมเปญการตลาดอย่างหนัก เพื่อกระตุ้นกำลังซื้ออยู่ในขณะนี้ แต่เนื่องจากผู้ประกอบการกลุ่มนี้มีข้อจำกัดที่ทำให้ไม่สามารถดำเนินกลยุทธ์การตลาดแข่งกับผู้ประกอบการค้าปลีกวัสดุก่อสร้างและอุปกรณ์ตกแต่งบ้านสมัยใหม่ อาทิ ข้อจำกัดด้านเงินทุน ช่องทางการขาย ต้นทุนสินค้าที่สูงกว่า ความหลากหลายสินค้าที่น้อยกว่า เป็นต้น ทำให้ผู้ประกอบการอาจจะหันมาเลือกใช้วิธีการปรับตัวในการดำเนินธุรกิจ เช่น การประเมินสถานะของกิจการ เพื่อเป็นประโยชน์ในการปรับเปลี่ยนรูปแบบการดำเนินธุรกิจให้สามารถแข่งขันได้ในภาวะวิกฤติเศรษฐกิจดังเช่นในปัจจุบัน
โดยการหาจุดแข็งหรือข้อได้เปรียบในการดำเนินธุรกิจ เพื่อนำมาวางแผนการตลาด และกำหนดกลยุทธ์ในการแข่งขันต่อไป เช่น การใช้ความได้เปรียบเป็นที่รู้จักคุ้นเคยของคนในท้องถิ่น อีกทั้งทำเลที่ตั้งที่อยู่ในละแวกชุมชนที่อยู่อาศัย ซึ่งน่าจะเป็นจุดแข็งยังช่วยให้ร้านค้ารูปแบบเดิมยังสามารถรักษากลุ่มลูกค้าไว้ได้ โดยเฉพาะในการซื้อสินค้าทั่วไป ที่ไม่ต้องเลือกรูปแบบหรือแบรนด์มากนัก ผู้ซื้ออาจเลือกซื้อจากร้านที่ซื้อหาได้สะดวกใกล้ๆบ้าน
นอกจากนี้การบริหารในเรื่องต้นทุนและค่าใช้จ่ายให้รัดกุม ซึ่งผู้ประกอบการอาจจะต้องหันมาให้ความสำคัญมากขึ้นในการจัดระเบียบด้านบัญชี เพื่อที่จะสามารถรับรู้รายรับและรายจ่ายที่ชัดเจนยิ่งขึ้น ในการนำมาประเมินสถานะทางการเงินที่แท้จริงของกิจการ ที่จะนำไปสู่การบริหารเงินที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น และสามารถแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงทีเมื่อเริ่มมีสถานะทางการเงินเริ่มมีสัญญาณชี้ถึงปัญหา

ความคิดเห็นที่ 3
WITCHUTP PHAKIM , 18 กุมภาพันธ์ 2553 11:52
อยากทราบข้อมูลการเติบโต-หดตัวของธุรกิจค้าปลีก-ส่ง วัสดุก่อสร้าง ปี พ.ศ. 2553 ด่วนค่ะ ใครทราบข้อมูลขอความกรุณาตอบกลับด้วยค่ะ
ความคิดเห็นที่ 2
= = , 21 เมษายน 2552 12:39
นั้นสิครับการทำแบบนั้นเข้าตำราเรียนเดิมเป๊ะเลย ก็ได้แต่ให้รัฐทำข้อมูลไทยให้เสร็จไวๆ แต่เซฟเวอร์ตรงนี้มันปิดไมได้หรอกครับเพราะมันไม่จำเป็นต้องแฮคก็รู้ว่าไทยเป็นอย่างไงแต่เอามาไว้แค่คำนวนการสร้างอสังหาหรือกลุ่มธุรกิจที่มากเกินความจำเป็นอ่ะครับ เพราะสินค้าชนิดเดียวกันจะทำอีกบริษัทเพื่อแข่งขันก็คงเป็นหน้าที่ธนาคารแล้วนะครับที่จะต้องบอกพวกเขาว่าทำแล้วจะเสียหายทั้งคู่หากมันเข้าสมดุลแล้วก็ไม่ควรเพิ่มแต่ควรเป็นการร่วมหุ้นและทำสินค้าในส่วนนั้นให้ดียิ่งขึ้นจะได้ไม่เสียหายและลงทุนเพิ่มในส่วนที่ไม่จำเป็น สภาพข้อมูลประเทศส่วนนอกก็ทำไว้ให้เพื่อมีเหตุการ์ณฉุกเฉินเกี่ยวกับภาวะโลก จะได้ช่วยเหลือทันหรือรอรับผลพ่วงจากภาวะโลก บอกตรงๆนะครับการเร่งที่กระตุ้นตรงนี้ไวเกินไปมันอาจจะทำให้เกิดอะไรจากธรรมชาติได้ซึ่งอันนี้อ่ะครับที่ผมกลัวอยากได้เครื่องมือชนิด1 ที่ยังไม่มีใครประดิษฐ์ได้อ่ะครับพอจะทำที่มองกระแสไฟฟ้าได้บ้างอ่ะป่าวอ่ะครับแบบส่องดูสายไฟก็เห็นเป็นสีเส้นๆว่าไฟฟ้ามันกำลังวิ่งไปตามสายแบบนี้อ่ะครับ เครื่องมือจับความร้อนเรามีกันแล้วขาดก็ตัวนี้และก็อีตัวก็คือเครื่องมือส่องแล้ววัดค่าแรงตึงผิวแบบใสค่าน้ำแล้วส่องไปก็เห็นว่ามีน้ำแต่ส่องใส่นำมันก็ไม่เห็นแบบกำหนดค่าได้อ่ะครับถ้าทำได้เราจะหาจุดที่จะเกิดพายุหรือปรากฎการ์ณธรรมชาติได้ก่อนเป็นวันๆเลยอ่ะครับ
ความคิดเห็นที่ 1
จขกท , 9 เมษายน 2552 08:00
คนเขียนไม่เคยขายวัสดุก่อสร้างครับ ก็เลยเขียนแบบเดาบ้างมั่วบ้าง จุดหลักจริงๆของการขายวัดุก่อสร้าง คือ การปล่อยเครดิตครับ ใครกล้าปล่อยมากก็ขายดี ใครรอขายสดก็นั่งตบยุงกันไป แต่เก็บเงินได้หรือเปล่านี่ไม่รู้นะ ตัวใครตัวมัน