กรุงเทพธุรกิจ

  •  

อสังหาริมทรัพย์

วันที่ 14 มีนาคม 2552 00:00

บิ๊กอสังหาฯติงรัฐแก้ไม่ตรงจุดหวั่นจีดีพี-6%

"อนันต์ อัศวโภคิน" วิพากษ์มาตรการรัฐแค่แจกยาลดไข้-แก้ปวด หวั่นแก้ไขไม่ตรงจุดทำจีดีพีปีนี้ ติดลบ 6% แนะรัฐอัดยาแรง ดึงเงินเศรษฐีออกจากกระเป๋า

นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) กล่าวถึงมุมมองต่อภาพรวมเศรษฐกิจและการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลว่า ยังไม่ตรงจุดหนักและคาดว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะติดลบอย่างน้อย 6% พร้อมเปรียบเทียบการแก้ปัญหาเศรษฐกิจของรัฐบาลขณะนี้เปรียบเสมือนคนไข้ที่ยังไม่รู้อาการ  และประเทศอยู่ในภาวะที่มีเงินคงคลังจำกัด 

"เงิน 2 พันบาทที่ออกมาช่วยเหลือผู้ประกันตน ที่มีรายได้ไม่ถึง 1.5 หมื่นบาท/เดือน เหมือนให้ยาไทลินอล คนปวยไม่หายจากโรค ต้องเอาไปฉีดยา แต่พอไปถึงเข้าโรงพยาบาลไม่ไหวต้องผ่าตัด แล้วจะเอาเงินที่ไหนมาใช้ ขณะเดียวกันเงินคงคลังก็ลดลงตลอด ส่วนที่หวังว่ามาตรการต่างๆ ที่ออกมาแล้วจะช่วยให้เกิดการใช้จ่าย หวังได้กลับในเรื่องภาษีก็ดูจะไม่ได้ผล" นายอนันต์ กล่าว

ผู้บริหารใหญ่แลนด์แอนด์เฮ้าส์ ยังกล่าวอีกว่า รัฐบาลวันนี้เหมือนขาขาดแต่ยังไม่รู้ตัว พยายามกระตุ้นกำลังซื้อผ่านมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจก๊อก 1  ก๊อก 2 ก๊อก 3 ออกมาต่อจากนี้ โดยส่วนตัวแล้วอยากให้รัฐบาลพูดให้ชัดว่าจริงๆ แล้วเศรษฐกิจของประเทศเป็นอย่างไร เพื่อให้ทุกคนเข้าใจและปรับตัวรองรับเช่นเดียวกับที่ผู้นำสหรัฐอเมริกาออกมาพูดว่าสหรัฐ อาจต้องเผชิญภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวไปอีก 2 ปี

นายอนันต์ ย้ำว่าเมื่อเงินคงคลังของประเทศเหลืออยู่น้อยมาก  อาจไม่เพียงพอกับการกระตุ้นเศรษฐกิจในก๊อกต่อไป อยากเสนอให้รัฐบาลหามาตรการดึงเงินออมในระบบ 6-7 ล้านล้านบาท มาใช้จ่ายเพื่อให้เงินสะพัดในระบบเศรษฐกิจ ซึ่งขณะนี้ปัญหาไม่ใช่การขาดสภาพคล่อง แต่มันเป็นปัญหาขาดความเชื่อมั่นด้านเครดิตซึ่งกันและกัน

การออกมาตรการเพื่อกระตุ้นให้คนที่มีเงินฝาก หรือคนรวยนำเงินมาใช้จ่ายนั้น สามารถทำได้หลายช่องทาง อาจเป็นการคืนเงินภาษีให้กับผู้ซื้อบ้านใหม่ ซึ่งรัฐบาลอาจจะต้องกำหนดว่าต้องเป็นการซื้อเงินสด และนำจำนวนเงินที่จ่ายสำหรับการดาวน์บ้านไปขอคืนภาษีได้ 100% และไม่จำกัดการซื้อ โดยภาษีที่คืนให้กับผู้ซื้อน่าจะคุ้มค่า สร้างแรงจูงใจมากพอ เมื่อเทียบกับภาษีที่รัฐบาลเก็บได้จากธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการสร้างบ้านใหม่ เช่น เฟอร์นิเจอร์  เครื่องใช้ไฟฟ้า 

นอกจากนี้ รัฐบาลอาจประยุกต์มาตรการที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาใช้ มาใช้ในประเทศไทย คือการลดหย่อนภาษีนิติบุคคล ให้กับบริษัท หรือองค์กรที่มีการจ้างงานเพิ่มขึ้น ในช่วงที่เศรษฐกิจตกต่ำ  แทนที่จะนำภาษีที่เรียกเก็บนั้นมาช่วยคนตกงาน  

หากรัฐบาลจะออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในครั้งหน้า ควรเน้นภาคเศรษฐกิจที่ก่อให้เกิดการจ้างงาน และสร้างวงจรธุรกิจที่ต่อเนื่อง โดยธุรกิจที่รัฐบาลให้การสนับสนุน ต้องเป็นธุรกิจที่มีการผลิตและจ้างงานในประเทศ  ซึ่งภาคธุรกิจนั้นคือการก่อสร้าง เนื่องจากมีการจ้างงานจำนวนมาก และใช้วัตถุดิบภายในประเทศ 

สำหรับการแก้ปัญหาธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์ ด้วยการนำมาตรการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน ละลดหย่อนค่าธรรมเนียมการจดจำนองยอมรับว่าช่วยผู้บริโภค ส่วนการลดหย่อนภาษีธุรกิจเฉพาะ 3.3% นั้น ไม่ใช่เป็นการช่วยประชาชน แต่กลับเป็นการช่วยเหลือผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์เสียมากกว่า ซึ่งขณะนี้ยอมรับว่าผู้ประกอบการ มีความแข็งแรงกว่าอดีต อาจจะมีบางรายเท่านั้นที่ต้องประสบปัญหา

ในส่วนของแลนด์แอนด์เฮ้าส์เอง ยังคงเน้นนโยบายประคองตน ไม่มีการลงทุนที่หวือหวา และถึงแม้ผลประกอบการด้วยยอดขายหรือรายได้จะลดลง แต่สิ่งที่ต้องทำคือ การรักษาระดับของกำไร เพื่อนำมาใช้จ่ายเงินเดือนให้พนักงานและปันผลให้ผู้ถือหุ้น

Tags : อนันต์ อัศวโภคิน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ

ความคิดเห็น

ความคิดเห็นที่ 6

ไม่มีความหิริโอตัปปะอยู่เลยแม้แต่น้อย หรือว่าเป็นคุณสมบัติที่สำคัญสำหรับคนที่อยู่ในฐานะแบบนี้ มิน่าเมืองไทยไม่เคยเจริญเสียที รอบหน้าให้หน้าม้าออกกฎให้รัฐช่วยควักเงินซื้อของให้เลย จะได้หมดเรื่องหมดราว

ความคิดเห็นที่ 5

แล้วเก็บภาษีจากพวกรวยๆที่ขายบ้านจัดสรร 100% แทน

ความคิดเห็นที่ 4

GDP จะสูง จะต่ำ ขึ้นอยู่กับการซื้อบ้านเพียงอย่างเดียว????

ความคิดเห็นที่ 3

ทำไมนะ ผมไม่เข้าใจ การออกมาให้คคห.ของบิ๊กอสังหาอย่าง
นายอนันต์ อัศวโภคิน ระยะหลังมานี้ ไม่เป็นรูปธรรมเลย
ยิ่งอ่าน ยิ่งติดตามบทวิเคราะห์ของเฮีแกผิดพลาดไปหมด
ดูได้จากปัจจุบัน ทั้งคอนโดและบ้านเดี่ยว ของบริษัทฯในเครือฯ
ออกอาการย่ำแย่ ยิ่งคอนโดยิ่งไม่ต้องไปพูดถึง เอาเปรียบตลอด
ราคาแพง ทำเลห่วย วัสดุเกรดต่ำ สู้น้องใหม่อย่าง แสนสิริ พฤกษา
หรือแม้กระทั่งน้องใหม่มากๆอย่าง นารายณ์ L&Hยังสู้ไม่ได้เลย
หรือว่าหมดยุคของนายอนันต์ อัศวโภคินแล้วจริงๆ

ไม่เชื่อลองอ่านนี่ แล้วลองคิด วิเคราะห์กันเองครับ
ที่มา http://www.thannews.th.com/detialnews.php?id=R3324081&issue=2408

ความคิดเห็นที่ 2

เอาบริษัทตัวเองให้รอดเฮอะ ตอนนี้ไม่ใช่ยุคทักษิณแล้ว กลุ่มทุนในเครือข่ายของคุณคงได้รับผลกระทบเยอะ เอาบริษัทตัวเองให้รอดก่อนนะ ค่อยคิดช่วยประเทศ เพราะได้ข่าวว่าแบ็งก์ ในกำกับของคุณก็อาการย่ำแย่พอกัน มันหดตัวมานานแล้ว

ความคิดเห็นที่ 1

ที่แท้ ก็อยากให้คนซื้อบ้าน

ก็ลดราคาลงมาหน่อยดิ กำไรน้อยหน่อยได้เปล่า

ร่วมแสดงความคิดเห็น







*** ข้อความที่ท่านได้อ่าน เกิดจากการเขียนโดยสาธารณชน และส่งขึ้นมาแบบอัตโนมัติ เจ้าของเว็ปไซต์ ไม่รับผิดชอบต่อข้อความใดๆ ทั้งสิ้น เพราะไม่สามารถระบุได้ว่าเป็นความจริงหรือ ชื่อผู้เขียนที่ได้ เห็นคือชื่อจริง ผู้อ่านจึงควรใช้วิจารณญาณในการกลั่นกรอง ซึ่งการลบความคิดเห็น ที่ไม่เหมาะสม สามารถกระทำได้ทันที โดยไม่ต้องมีการแจ้งให้ทราบล่วงหน้า

advertisement

advertisement