พฤกษาฯ หวังกระโดดฮุบคนเงินเดือนต่ำกว่า 1.5 หมื่นบาทต่อเดือน ฐานลูกค้าซื้อบ้าน 1 ล้านบาท เล็งออกแคมเปญ จ่ายให้อีก 1 เท่าจากเช็คค่าครองชีพ
นายประเสริฐ แต่ดุลยสาธิต กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า เตรียมขานรับนโยบายรัฐจ่าย เช็คค่าครองชีพ 2 พันบาทให้กับประชาชนที่มีรายได้ไม่เกิน 14,999 บาทต่อเดือน เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยจะนำมาเป็นส่วนหนึ่งในแคมเปญกระตุ้นการซื้อบ้านในระดับราคา 1 ล้านบาทเศษของเครือพฤกษาฯ ให้สิทธิกับผู้ที่นำเช็คดังกล่าวมายื่นจองบ้านในโครงการ ได้รับมูลค่าเพิ่มอีก 1 เท่าตัว รวมเป็น 4,000 บาท ซึ่งคาดว่าจะช่วยฐานลูกค้ากลุ่มดังกล่าวที่มีความต้องการที่อยู่อาศัยประหยัดค่าใช้จ่ายลงได้ และยังช่วยเพิ่มมูลค่าให้กับเช็คค่าครองชีพของรัฐอีกด้วย
ส่วนแผนการทำตลาดในปี 2552 นี้ พฤกษาฯ จะขยายฐานลูกค้าไปยังกลุ่มราชการและลูกจ้างของกรุงเทพมหานคร (กทม.) ที่มีรายได้ตั้งแต่ 1.35 หมื่นบาทต่อเดือน ซึ่งถือว่าเป็นกลุ่มที่มีความมั่นคงทางรายได้ และแบงก์มีโอกาสปล่อยกู้ให้กับกลุ่มนี้สูง ด้วยความพยายามเข้าร่วมโครงการที่อยู่อาศัยสำหรับข้าราชการ และสนับสนุนดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราต่ำ 2.75% ระยะเวลา 30 ปี
ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาจะเห็นได้ว่า แม้พฤกษาฯ จะมียอดขายที่ดี แต่ต้องเผชิญหน้ากับปัญหาลูกค้าขอกู้ไม่ผ่านในสัดส่วนที่สูงถึงเกือบ 30% ซึ่งเป็นอุปสรรค์สำคัญในการสร้างรายได้ การขยายไปหาลูกค้ากลุ่มราชการ จึงอาจเป็นทางเลือกหนึ่งในการปรับตัว หันหาลูกค้าที่มีความเสี่ยงต่ำแทนการเจรจากับแบงก์ให้ปล่อยกู้กับกลุ่มที่มีโอกาสเสี่ยงมากกว่า เพราะแบงก์มีความระมัดระวังในการปล่อยกู้สูงมาก
ด้านการรายงานผลประกอบการ
นายทองมา วิจิตรพงศ์พันธุ์ ประธานกรรมการบริหารและกรรมการผู้จัดการ บริษัท พฤกษา เรียลเอสเตท จำกัด (มหาชน) (PS) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานในรอบปี 2551 ว่า รายได้รวมตลอดทั้งปีอยู่ที่ 13,034 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 43% เมื่อเทียบกับรายได้ปี 2550 ที่มีรายได้ 9,093 ล้านบาท สำหรับสัดส่วนรายได้หลักของบริษัทฯ ยังคงมาจากทาวน์เฮาส์ 58% ที่เหลือคือบ้านเดี่ยว 38% และมีรายได้จากคอนโดมิเนียมเข้ามาอีก 4%
บริษัทฯ ทำรายได้เพิ่มสูงขึ้นและมีกำไรสุทธิ 2,373 ล้านบาท จึงกำหนดที่จะจ่ายเงินปันผลตอบแทนแก่ผู้ถือหุ้นในอัตราหุ้นละ 0.33 บาท ซึ่งสูงกว่าปี 2550 ที่จ่ายเงินปันผลในอัตราหุ้นละ 0.22 บาท โดยตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาบริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราที่ไม่น้อยกว่าร้อยละ 30% ของกำไรสุทธินับตั้งแต่ปี 2549 จนถึงปัจจุบัน
นายประเสริฐ กล่าวเสริมว่า ยอดขายและยอดโอนกรรมสิทธิ์ในปีที่ผ่านมาได้รับผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจในประเทศและทั่วโลกขยายตัวลดลง แต่จากการปรับตัวของบริษัทฯ จังยังคงทำยอดขายได้ 16,188 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 19% เมื่อเทียบกับปี 2550 ที่มียอดขายที่ 13,646 ล้านบาท และสามารถส่งมอบที่อยู่อาศัยให้ลูกค้า 8,913 ยูนิต เพิ่มขึ้น 26% เมื่อเทียบกับยอดโอนของปี 2550 ที่มีจำนวน 7,074 ยูนิต
นอกจากนี้ ในปี 2551 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้เปิดโครงการที่อยู่อาศัยใหม่ จำนวน 38 โครงการ แบ่งเป็น ทาวน์เฮาส์ 21 โครงการ บ้านเดี่ยว 11 โครงการ และคอนโดมิเนียม 6 โครงการ ซึ่งทุกโครงการได้รับการตอบรับจากลูกค้าทุกกลุ่มเป็นอย่างดี
สำหรับในปีที่ผ่านมา แม้ว่าตลาดบ้านเดี่ยวและทาวน์เฮาส์ในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑลจะลดลง แต่บริษัทฯ ยังสามารถครองส่วนแบ่งทางการตลาดได้มากขึ้น โดยบริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดของทาวน์เฮาส์สูงถึง 51% เพิ่มขึ้น 16% เมื่อเทียบกับส่วนแบ่งการตลาดทาวน์เฮาส์ในรอบปี 2550 ที่ผ่านมา และสามารถครองส่วนแบ่งการตลาดของบ้านเดี่ยวได้ถึง 11.5% เพิ่มขึ้น 3% จากส่วนแบ่งการของตลาดบ้านเดี่ยวปี 2550 เนื่องจากบริษัทฯ มีการปรับ Port สินค้าอย่างต่อเนื่อง และมีการจัดโปรโมชั่นและกิจกรรมส่งเสริมการขายที่สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้า จึงทำให้บริษัทฯ มีส่วนแบ่งการตลาดที่เพิ่มมากขึ้น
Tags : เช็คค่าครองชีพ • พฤกษา
