ประธานาธิบดีพม่าให้คำมั่นเดินหน้าสร้างสันติภาพยั่งยืนกับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์ วิงวอนประชาชนในชาติร่วมมือ
ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง แห่งพม่า กล่าวในวันครบรอบ 65 ปีสหภาพพม่าว่า ขณะนี้ รัฐบาลกำลังเจรจาสันติภาพกับชนกลุ่มน้อยติดอาวุธ และขอให้ทุกเชื้อชาติในประเทศมีส่วนร่วมในกระบวนการพัฒนาประเทศ ช่วยกันยุติความขัดแย้งเพื่อให้เกิดสันติภาพที่ยั่งยืน
ทั้งนี้ วันที่ 12 กุมภาพันธ์เป็นวันสหภาพพม่า เพราะเป็นวันที่ผู้นำชนกลุ่มน้อยเชื้อชาติต่าง ๆ ประชุมกันที่รัฐฉาน ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศในปี 2490 และลงนามว่าจะร่วมกันต่อสู้เพื่อปลดแอกประเทศจากการเป็นอาณานิคมอังกฤษ กระทั่งได้รับเอกราชและเป็นประเทศอธิปไตยในวันที่ 4 มกราคม 2491
รัฐบาลกึ่งพลเรือนของพม่า บรรลุข้อตกลงสันติภาพชั่วคราวกับกองกำลังชนกลุ่มน้อยหลายกลุ่ม รวมทั้งในรัฐฉานและกะเหรี่ยง แต่การสู้รบในรัฐกะฉิ่นที่มีพรมแดนติดกับจีน ยังดำเนินต่อไป และก่อให้เกิดความไม่แน่นอนในกระบวนการปรองดองกับชนกลุ่มน้อย ซึ่งเรื่องนี้เป็นเงื่อนไขสำคัญของการยุติมาตรการคว่ำบาตรของตะวันตก และสหรัฐฯก็เพิ่งออกมาเรียกร้องให้พม่าเร่งหาทางยุติการละเมิดสิทธิมนุษยชนในรัฐกะฉิ่นในเดือนนี้
ยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเพราะเหตุใด การสู้รบระหว่างกองกำลังรัฐบาลกับกองทัพเอกราชกะฉิ่น (เคไอเอ) จึงยังดำเนินต่อไป ทั้งที่ประธานาธิบดีเต็ง เส่ง ออกคำสั่งให้ทหารรัฐบาลยุติการโจมตีตั้งแต่เดือนธันวาคม ทำให้สหภาพแห่งชาติกะเหรี่ยง(เคเอ็นยู) หนึ่งในกลุ่มกบฎสำคัญ ออกมาเตือนว่าข้อตกลงสันติภาพที่ทำกับรัฐบาลอยู่ในสภาพเปราะบาง เพราะการสู้รบที่ยังดำเนินอยู่ในพื้นที่ชนกลุ่มน้อยอื่นๆ กำลังบั่นทอนความไว้วางใจในรัฐบาล
อีกด้านหนึ่ง นายอันดริส พีบาล์คส์ กรรมาธิการพัฒนาสหภาพยุโรป(อียู) เดินทางถึงพม่าแล้วในวันเดียวกัน และมีกำหนดเดินทางไปยังกรุงเนปิดอว์ในวันจันทร์ เพื่อหารือกับประธานาธิบดีเต็ง เส่งและเจ้าหน้าที่ระดับสูงของพม่า เป็นที่คาดว่า นายพีบาล์คส์ จะประกาศให้ความช่วยเหลือของอียู มูลค่า 150 ล้านยูโร เพื่อสนับสนุนการปฏิรูปในพม่า
Tags : พม่า

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น