ศาลสหรัฐปฏิเสธการพิจารณาคดีกรณีพีตายื่นฟ้องสวนน้ำในซานดิเอโก ให้ปลดปล่อยวาฬ 5 ตัว
ศาลสหรัฐปฏิเสธการพิจารณาคดีกรณีพีตายื่นฟ้องสวนน้ำในซานดิเอโก ให้ปลดปล่อยวาฬ 5 ตัว หลังจากเมื่อเดือนตุลาคมปีที่แล้ว องค์กรพิทักษ์สิทธิสัตว์(พีตา) ได้ยื่นฟ้องศาล เรียกร้องให้สวนน้ำในซานดิเอโก 5 แห่ง ได้แก่ สวนน้ำทิลลิคัม สวนน้ำคาทีนา สวนน้ำคอร์กี้ สวนน้ำคาซัดกา และสวนน้ำยูลิสส์ ปล่อยวาฬ 5 ตัว ที่สวนน้ำดังกล่าวนำมาฝึกและขังไว้
เพื่อให้วาฬแสดงความสามารถต่างๆให้ผู้ชมดู ถือเป็นการกักขัง ละเมิดสิทธิสัตว์ และถือว่าการละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 13 ที่ว่าด้วยการห้ามกักขังบุคคล และใช้งานบุคคลเป็นทาส
กรณีนี้ พีตาชี้แจงว่า วาฬทั้ง 5 ตัวนี้ ถูกพลัดพรากออกจากอกของพ่อแม่มัน เพื่อมาฝึกการแสดงความสามารถในสวนน้ำ ซึ่งเห็นชัดว่า สวนน้ำได้นำมันออกจากการใช้ชีวิตตามธรรมชาติ แล้วยังบังคับให้พวกมันได้แสดงความสามารถตามที่ตัวเองต้องการ เพื่อแสวงหารายได้จากการแสดงโชว์นี้ นี่เป็นการละเมิดรัฐธรรมนูญมาตรา 13 ที่ประกาศออกมาในยุคเลิกทาสในศตวรรษที่ 19
การฟ้องร้องดังกล่าว ดำเนินมากว่า 3 เดือน ล่าสุด เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ศาลซานดิเอโก ได้ปฏิเสธการยื่นฟ้องของพีตาครั้งนี้ โดยให้เหตุผลว่า รัฐธรรมนูญมาตรา 13 ว่าด้วยการกักขังบุคคลนั้น ถูกประกาศใช้ในการเลิกทาสในยุคศตวรรษที่ 19 เพื่อให้ชาวอเมริกันหยุดการกักขังและใช้งานผู้อื่นเป็นทาส ไม่ได้ครอบคลุมถึงสัตว์
ในกรณีวาฬทั้ง 5 ตัวนี้ ก็ถูกเลี้ยงดูอย่างดีจากทางสวนน้ำ ซึ่งถือว่าเป็นที่จัดแสดงชีวิตสัตว์เช่นเดียวกับสวนสัตว์ ทางผู้พิพากษาจึงขอปฎิเสธการยื่นฟ้องของพีตาในครั้งนี้
นอกจากนี้ ผู้พิพากษายังเห็นว่า ถ้าหากปล่อยให้คดีนี้ เดินหน้าต่อไปได้ อาจนำมาซึ่งการฟ้องร้องสัตว์ในสวนสัตว์ต่างๆ สุนัขดมกลิ่นของตำรวจ หรือแม้แต่ปศุสัตว์ที่เลี้ยงไว้ใช้งาน รวมถึงสัตว์เลี้ยงบางชนิดที่ถูกเลี้ยงโดยกักขังบริเวณในบ้านด้วย
Tags : พีตา

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น