มัลดีฟส์ระส่ำ ศาลออกหมายจับอดีตประธานาธิบดี ผู้สนับสนุนลุกฮือประท้วงก่อจลาจลหลังอดีตผู้นำยันถูกรัฐประหาร
สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สถานการณ์ในประเทศมัลดีฟส์ ตกอยู่ในความระส่ำระสายครั้งร้ายแรงที่สุดในรอบหลายปี และกำลังสั่นสะเทือนภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยว เมื่อฝ่ายสนับสนุนอดีตประธานาธิบดีโมฮัมเหม็ด นาชีฟ รวมทั้งนายนาชีพ ออกมาประท้วงตามถนนสายต่างๆในกรุงมาเล และปะทะกับกองกำลังความั่นคง
ขณะผู้ประท้วงในพื้นที่ห่างไกลของประเทศที่ประกอบด้วยเกาะเล็กเกาะน้อย 1200 แห่งนอกชายฝั่งทางใต้ของอินเดีย จุดไฟเผาสถานีตำรวจ และอาคารราชการหลายแห่งเมื่อคืนวันพุธ หลังจากนายนาชีฟ ออกมาอ้างว่าถูกรัฐประหารขับออกจากอำนาจ ไม่ใช่การลาออกโดยสมัครใจ
นายอับดุลลา โซดิก นายกเทศมนตรีเมืองอัดดู เมืองใหญ่อันดับสองของมัลดีฟส์ เผยว่า เวลานี้ บ้านเมืองไร้ขื่อแปอย่างสิ้นเชิง ไร้เงาตำรวจทำหน้าที่ ขณะที่ทหารมุ่งอารักขาสนามบินกาน ซึ่งเป็นทางผ่านหลักสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจากกรุงมาเล ไปยังเกาะตากอากาศหรูหราต่างๆ
ขณะที่ ความรุนแรงลุกลามออกไปยังเกาะต่างๆอย่างน้อย 8 แห่งนอกเมืองหลวง นายนาชีดได้ส่งภรรยาและลูกสาวหนึ่งในสองคนไปยังกรุงโคลัมโบ เมืองหลวงของศรีลังกาเพื่อความปลอดภัย ขณะที่ชะตากรรมของนายนาชีดเองยังไม่แน่ชัด
มีรายงานว่าศาลอาญาได้ออกหมายจับนายนาชีดแล้ว แต่ไม่เปิดเผยว่าออกหมายจับด้วยข้อหาใด และจะเข้าจับกุมนายนาชีดซึ่งอยู่ในบ้านพักในเมืองหลวงโดยมีผู้สนับสนุนรายล้อมเมื่อใด แต่ต่อมานายอับดุลเลาะห์ ริอาซ ผู้บัญชาการตำรวจมัลดีฟส์ กลับกล่าวว่า ยังไม่แน่ใจว่าหมายจับที่ออกมา ขัดรัฐธรรมนูญหรือไม่ และยังต้องตรวจสอบข้อกฎหมายอยู่
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ในเมืองหลวงวันพฤหัส(9 ก.พ.)สงบลงแต่บรรยากาศยังอึมครึม ตำรวจเปิดเผยว่าความรุนแรงตามเกาะรอบนอกก็ยุติลงแล้ว
นายนาชีด ซึ่งเป็นประธานาธิบดีที่มาจากการเลือกตั้งตามระบอบประชาธิปไตยคนแรก ลาออกเมื่อวันอังคาร หลังตำรวจหันไปร่วมผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลที่ยืดเยื้อมานานหลายเดือน และทหารส่วนหนึ่งแปรพักตร์ โดยชนวนเหตุมาจากความไม่พอใจที่นายนาชีดสั่งให้กองทัพจับกุมประธานศาลอาญา ในข้อหาปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบและเข้าข้างฝ่ายค้าน
นายโมฮัมเหม็ด วาฮิด ฮัสซัน รองประธานาธิบดีขึ้นดำรงตำแหน่งแทน แต่ต่อมาวันพุธ นายนาชีดยืนยันว่าถูกขับออกจากอำนาจ โดยประธานาธิบดีคนใหม่มีส่วนคบคิด แต่รัฐบาลใหม่ยืนยันว่าไม่มีการรัฐประหารแต่อย่างใด
Tags : มัลดีฟส์

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น