กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง : สถานการณ์โลก

วันที่ 12 มกราคม 2555 08:01

จับตาศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีรัสเซีย-สหรัฐ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ปีนี้เป็นปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และรัสเซีย เปิดโอกาสให้ประชาคมโลกร่วมลุ้นว่า การเมืองใน2ชาติยักษ์ใหญ่นี้จะพลิกผันหรือไม่

ออกจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นได้ยากในรอบร้อยปีก็ว่าได้ที่สองประเทศมหาอำนาจโลก ทั้งแดนดินถิ่นอินทรีผยองอเมริกาและแดนดินถิ่นหมีขาวคำรามรัสเซีย  จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งสำคัญในปีเดียวกันคือปีนี้  ถ้าโลกไม่แตกสลายเสียก่อน ประชาคมโลกคงจะมีโอกาสได้ลุ้นว่าการเมืองในประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศ  จะเกิดพลิกล็อคพลิกขั้ว และพลิกผันหรือไม่ เพราะสิ่งที่เคยเชื่อมั่นจะเป็นของตายในมือ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบขาวหรือทำเนียบวังเครมลิมนั้น  อาจจะไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้

4 ปีนับจากโบกมืออำลาทำเนียบวังเครมลิน  ในฐานะประธานาธิบดี 2 สมัยของรัสเซีย นายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้จำใจรั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 1 สมัยได้เตรียมการมาโดยตลอด  ที่จะกลับคืนไปชิงบัลลังก์ที่วังเครมลินเป็นสมัยที่ 3 ให้ได้ หลังจากให้นายดมิทรี เมดเวเดฟ เป็นตัวตายตัวแทนนั่งเฝ้าเก้าอี้ให้เป็นการชั่วคราว

ตั้งแต่แรก  ทุกอย่างเหมือนกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนายเมดเวเดฟ  ประกาศจะไม่ลงเลือกตั้งและให้พรรคยูในเต็ด รัสเซีย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลส่งชื่อนายปูติน  ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทันทีทันใด  ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี เมื่อประชาชนหลายหมื่นคน  รวมไปถึงตัวแทนจากพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาตะวันออกไกลของรัสเซีย

และพรรคยาโบลโค ที่มีแนวคิดเสรี ได้ชุมนุมประท้วงใหญ่ในกรุงมอสโกและเมืองวลาดิวอสต็อกเพื่อประท้วงการโกงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ทำให้พรรคพรรคยูในเต็ด รัสเซียชนะเลือกตั้ง แต่ได้ที่นั่งน้อยลงเหลือไม่ถึง 50%  พร้อมกับเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งใหม่  ที่เป็นการเลือกตั้งเสรี และให้นายปูตินถอดหัวโขนทิ้ง  เพราะสุดแสนจะเบื่อหน่ายที่ยึดกุมอำนาจมายาวนานเกือบ 12 ปีแล้ว

นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด  นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมื่อปี 2534 นายเมดเวเดฟ ได้ขานรับเสียงเรียกร้องของผู้ประท้วงโดยให้สัญญาว่าจะมีการปฏิรูประบบการเมืองให้มีเสรีมากขึ้น แต่ก็เตือนว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้พวกที่มีเจตนายั่วยุ หรือหัวรุนแรงมาทำลายเสถียรภาพของประเทศ เช่นเดียวกับนายปูติน ที่ยืนกรานว่า  การประท้วงจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย  พร้อมกับยืนกรานไม่ยอมเจรจากับแกนนำการประท้วงอ้างว่าไม่รู้ว่าใครเป็นใครและมีเป้าหมายอะไร

ช่วงที่สถานการณ์ กำลังก้าวสู่ทางตันนั้นเอง จู่ๆนายมิคคาอิล โปรโครอฟ มหาเศรษฐีเพลย์บอยวัย 46 ปีผู้ร่ำรวยเป็นอันดับ 3 ของประเทศจากการฉกฉวยโอกาสทองจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ  ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว และเจ้าของทีมบาสเก็ตบอล นิวเจอร์ซี เน็ตส์ของสหรัฐ ได้เสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชาวรัสเซีย แต่บรรดาแกนนำฝ่ายค้านต่างไม่เชื่อใจนายโปรโครอฟ ระแวงว่าจะเป็นหุ่นเชิดตัวใหม่ของนายปูตินมากกว่า

ความระแวงนี้  มีขึ้นเนื่องจากนายโปรโครอฟ  มีสายสัมพันธ์อันดีกับนายปูตินมาเนิ่นนานแล้ว  และเคยได้รับการสนับสนุนในหลายๆด้าน  โดยเฉพาะเมื่อนายเมดเวเดฟ สนับสนุนให้นายโปรโครอฟ ผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำไรท์ คอส พรรคการเมืองเสรี ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา  แต่ล้มเหลวในการเลือกตั้งมาตลอด  ก่อนจะแตกคอกับรัฐบาลเมื่อกลางปีที่แล้ว  จากความขัดแย้งในเรื่องนโยบาย และเรื่องส่วนตัว เป็นเหตุให้ถูกปลดจากการเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา

นอกเหนือจากนายโปรโครอฟแล้ว นายปูติน  อาจต้องประชันขันแข่งกับนายเกนนาดี ซูกานอฟ แกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ และนายอเล็กไซ คูดริน อดีตรัฐมนตรีคลังวัย 51 ปีผู้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการประคับประคองเศรษฐกิจรัสเซียให้รอดพ้นวิกฤตช่วงปี 2551-2552 แต่ถูกปลดเมื่อเดือนกันยายนหลังขัดแย้งกับนายเมดเวเดฟ  โดยนายคูดริน ประกาศจะตั้งพรรคการเมืองใหม่และจะตามไล่บี้นายปูตินให้ถึงที่สุด

ดูท่า ศึกชิงทำเนียบวังเครมลินครั้งที่ 3 ของนายปูตินครั้งนี้คงจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด  เพราะจะต้องฝ่าด่านอรหันต์หลายด่านทีเดียว

ปี2555 ยังเป็นปีที่กลองศึกเลือกตั้งในแดนดินถิ่นอินทรีเริ่มดังกระหึ่มเช่นกันก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรเลือกประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางความสับสนลังเลว่า  ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จากพรรคตราลาเดโมแครต  เจ้าของวลี"เชนจ์"หรือเปลี่ยนแปลง"คราวการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว อาจจะถูก"เชนจ์"แผลงฤทธิ์วกกลับมาทิ่มแทงตัวเอง  จนอาจพ่ายศึกเลือกตั้งครั้งนี้ก็ได้

ถ้าหากไม่รีบเร่งกอบกู้คะแนนเสียงของตัวเองกลับคืนมาจากที่หดหายอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่แล้ว เมื่อมะกันชนต่างผิดหวังว่าไม่มีผลงานอะไรโดดเด่นแถมยังรังแต่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในสภาพค่อนข้างซบเซา

นายโอบามา จึงเป็นเป้าที่โดดเด่นที่สุด  ที่จะถูกผู้สมัครรุมทึ้ง โดยเฉพาะหลังการสำรวจความเห็นพบว่า มะกันชนถึง 95%ยอมรับว่า"วิตก" ว่าเศรษฐกิจจะตกสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งสูงทะลุเพดานถึง 9 %  ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก  นับจากสมัยประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลท์ เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา

หนำซ้ำ ยังมีแนวโน้มว่าน้ำมันจะขึ้นราคาอีก สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นงานหิน ที่นายโอบามาจะต้องฝ่าไปให้ได้หากหวังจะชนะเลือกตั้ง

นายโอบามา  อาจจะโชคดี  ถ้าหากว่าพรรคตราช้างรีพับลิกัน  ไม่สามารถเลือกสรรตัวแทนพรรค ที่โดดเด่นมาประชันขันแข่งได้ หรือสามารถเอาชนะคำทำนายที่ว่า  ไม่มีผู้นำทำเนียบขาวคนใดชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ได้ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย

แม้ว่านายโอบามา จะพยายามสุดฤทธิ์ด้วยการพยายามจะดึงกลุ่มคนรักร่วมเพศ  ให้หันมาเป็นฐานคะแนนเสียงใหม่แทนฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มหนุ่มสาวผู้ชอบการเปลี่ยนแปลงที่หดหายไปมาก หรือถ้าหากการรณรงค์หาเสียงไม่สกปรกมากนัก เต็มไปด้วยการสร้างภาพลบ  หรือข่าวลือหลังจากมีแนวโน้มว่านักการเมืองทั้งรุ่นเก่าและใหม่จะนิยมหาเสียงด้วยวิธีสกปรกมากขึ้น

ดังเช่นโฆษณาหาเสียงทางโทรทัศน์ของนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์  ซึ่งเป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่อาจได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน สะกดใจผู้ชมด้วยการทำเป็นภาพบ้านเรือนที่ถูกยึด  และโรงงานที่ต้องปิดกิจการ พร้อมอ้างว่า  ประธานาธิบดีโอบามาล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ

ตัวเต็งอีกคนหนึ่งของพรรคตราช้างก็คือ  นายนิวท์ กิงริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เริ่มมีคะแนนนำจากผลการสำรวจความเห็นหลายครั้ง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหนังสือพิมพ์ยูเนียนลีดเดอร์ หนังสือพิมพ์รายใหญ่ในนิวแฮมป์เชียร์

"อเมริกากำลังเดินมาถึงทางแยกสำคัญ เพราะเลือกตั้งปีนี้  ไม่ใช่แค่สรรหาผู้นำคนใหม่แทนนายโอบามาเท่านั้น แต่ชาวอเมริกันยังต้องการผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์ และมียุทธศาสตร์ของการมุ่งมองไปข้างหน้า รวมถึงมองโลกแง่บวก ซึ่งนายกิงริช แสดงให้เห็นว่าสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้" ตอนหนึ่งของบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยูเนียนลีเเดอร์ ให้ความเห็น

ศึกยักษ์ของสองผู้นำโลก ทั้งนายปูตินและนายโอบามา จึงเป็นสิ่งที่โลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด  เพื่อจะได้รู้ทิศทางลมว่า โลกกำลังจะหันไปทิศทางไหน  หากไม่เกิดวันโลกแตกตามคำทำนายเสียก่อน

Tags : เลือกตั้งสหรัฐ-รัสเซีย

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    เบื่อพวกขี้โกง

    วิชัย มาลีนนท์ ไม่รู้จักดูแลสั่งสอนลูก หรือ สั่งสอนให้ลูกมาโกงบ้านโกงเมือง
    ประชา มาลีนนท์ ถึงได้ไม่รู้จักตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ทำร้ายทำลาย บ้านเมืองตัวเอง
    เลี้ยงลูกก็ไม่เคยสั่งสอน ปล่อยให้ หมาบ้า ประชา และ ประวิทย์ มาลีนนท์
    ไล่กัดชาวบ้านไปทั่ว แม้กระทั่งคนที่เขาอยู่ของเขาดีๆ ก็ปล่อยให้ลูก และ หมาในคอก
    ออกมาไล่กัด ชาวบ้านไปทั่ว
    * รวมทั้งหมา กิตติ สิงหาปัด หมาแก่วัย 49 ปี ด้วย ไม่ทราบพ่อแม่นั่งกินแต่ส้มตำอยู่หรอ
    ถึงไม่ได้สั่งสอนลูก ( ว่างๆ จะไปเยี่ยม ป้าซูซาน (กิตติ) กับ ลูก ที่บ้าน )
    เลวพอกัน ทั้งเจ้านาย ทั้งลูกน้อง ถึงว่าอยู่ด้วยกันได้ พ่อแม่ก็ไม่ได้สั่งสอนพอๆกันอีก
    แถมสมัยก่อน ประชา มาลีนนท์ ทำเป็นดัดจริต ไปตรวจเด็กที่ RCA ใส่สายเดี่ยว จริงๆก็แค่
    คนแก่หัวงู หาเรื่องไปดูเด็ก หาเรื่องจะบังคับเอาเด็กๆ สายเดี่ยว มานอนด้วยมากกว่า ไอ้หมูสกปรก
    นึกว่าทำ ทีวีช่องหนึ่ง แล้วใหญ๋มากหรอ วิชัย มาลีนนท์ หัดสั่งสอนลูกบ้างว่าอย่าทำตัวเป็นหมาบ้า

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement