ปีนี้เป็นปีที่มีการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐ และรัสเซีย เปิดโอกาสให้ประชาคมโลกร่วมลุ้นว่า การเมืองใน2ชาติยักษ์ใหญ่นี้จะพลิกผันหรือไม่
ออกจะเป็นเรื่องบังเอิญที่เกิดขึ้นได้ยากในรอบร้อยปีก็ว่าได้ที่สองประเทศมหาอำนาจโลก ทั้งแดนดินถิ่นอินทรีผยองอเมริกาและแดนดินถิ่นหมีขาวคำรามรัสเซีย จะมีการเลือกตั้งประธานาธิบดีครั้งสำคัญในปีเดียวกันคือปีนี้ ถ้าโลกไม่แตกสลายเสียก่อน ประชาคมโลกคงจะมีโอกาสได้ลุ้นว่าการเมืองในประเทศมหาอำนาจทั้ง 2 ประเทศ จะเกิดพลิกล็อคพลิกขั้ว และพลิกผันหรือไม่ เพราะสิ่งที่เคยเชื่อมั่นจะเป็นของตายในมือ ไม่ว่าจะเป็นทำเนียบขาวหรือทำเนียบวังเครมลิมนั้น อาจจะไม่เป็นไปตามนั้นก็ได้
4 ปีนับจากโบกมืออำลาทำเนียบวังเครมลิน ในฐานะประธานาธิบดี 2 สมัยของรัสเซีย นายวลาดิมีร์ ปูติน ผู้จำใจรั้งตำแหน่งนายกรัฐมนตรี 1 สมัยได้เตรียมการมาโดยตลอด ที่จะกลับคืนไปชิงบัลลังก์ที่วังเครมลินเป็นสมัยที่ 3 ให้ได้ หลังจากให้นายดมิทรี เมดเวเดฟ เป็นตัวตายตัวแทนนั่งเฝ้าเก้าอี้ให้เป็นการชั่วคราว
ตั้งแต่แรก ทุกอย่างเหมือนกับโรยด้วยกลีบกุหลาบ เมื่อนายเมดเวเดฟ ประกาศจะไม่ลงเลือกตั้งและให้พรรคยูในเต็ด รัสเซีย ซึ่งเป็นพรรครัฐบาลส่งชื่อนายปูติน ลงสมัครรับเลือกตั้งแทน ทันทีทันใด ฟ้าก็เริ่มเปลี่ยนสี เมื่อประชาชนหลายหมื่นคน รวมไปถึงตัวแทนจากพรรคคอมมิวนิสต์ สาขาตะวันออกไกลของรัสเซีย
และพรรคยาโบลโค ที่มีแนวคิดเสรี ได้ชุมนุมประท้วงใหญ่ในกรุงมอสโกและเมืองวลาดิวอสต็อกเพื่อประท้วงการโกงเลือกตั้งเมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ทำให้พรรคพรรคยูในเต็ด รัสเซียชนะเลือกตั้ง แต่ได้ที่นั่งน้อยลงเหลือไม่ถึง 50% พร้อมกับเรียกร้องให้จัดเลือกตั้งใหม่ ที่เป็นการเลือกตั้งเสรี และให้นายปูตินถอดหัวโขนทิ้ง เพราะสุดแสนจะเบื่อหน่ายที่ยึดกุมอำนาจมายาวนานเกือบ 12 ปีแล้ว
นับเป็นการประท้วงครั้งใหญ่ที่สุด นับตั้งแต่สหภาพโซเวียตล่มสลาย เมื่อปี 2534 นายเมดเวเดฟ ได้ขานรับเสียงเรียกร้องของผู้ประท้วงโดยให้สัญญาว่าจะมีการปฏิรูประบบการเมืองให้มีเสรีมากขึ้น แต่ก็เตือนว่า รัฐบาลจะไม่ยอมให้พวกที่มีเจตนายั่วยุ หรือหัวรุนแรงมาทำลายเสถียรภาพของประเทศ เช่นเดียวกับนายปูติน ที่ยืนกรานว่า การประท้วงจะต้องอยู่ภายใต้ขอบเขตของกฎหมาย พร้อมกับยืนกรานไม่ยอมเจรจากับแกนนำการประท้วงอ้างว่าไม่รู้ว่าใครเป็นใครและมีเป้าหมายอะไร
ช่วงที่สถานการณ์ กำลังก้าวสู่ทางตันนั้นเอง จู่ๆนายมิคคาอิล โปรโครอฟ มหาเศรษฐีเพลย์บอยวัย 46 ปีผู้ร่ำรวยเป็นอันดับ 3 ของประเทศจากการฉกฉวยโอกาสทองจากการแปรรูปรัฐวิสาหกิจ ที่เต็มไปด้วยความขัดแย้งเมื่อกว่า 20 ปีที่แล้ว และเจ้าของทีมบาสเก็ตบอล นิวเจอร์ซี เน็ตส์ของสหรัฐ ได้เสนอตัวเป็นทางเลือกใหม่ให้กับชาวรัสเซีย แต่บรรดาแกนนำฝ่ายค้านต่างไม่เชื่อใจนายโปรโครอฟ ระแวงว่าจะเป็นหุ่นเชิดตัวใหม่ของนายปูตินมากกว่า
ความระแวงนี้ มีขึ้นเนื่องจากนายโปรโครอฟ มีสายสัมพันธ์อันดีกับนายปูตินมาเนิ่นนานแล้ว และเคยได้รับการสนับสนุนในหลายๆด้าน โดยเฉพาะเมื่อนายเมดเวเดฟ สนับสนุนให้นายโปรโครอฟ ผงาดขึ้นมาเป็นผู้นำไรท์ คอส พรรคการเมืองเสรี ที่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา แต่ล้มเหลวในการเลือกตั้งมาตลอด ก่อนจะแตกคอกับรัฐบาลเมื่อกลางปีที่แล้ว จากความขัดแย้งในเรื่องนโยบาย และเรื่องส่วนตัว เป็นเหตุให้ถูกปลดจากการเป็นหัวหน้าพรรคเมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
นอกเหนือจากนายโปรโครอฟแล้ว นายปูติน อาจต้องประชันขันแข่งกับนายเกนนาดี ซูกานอฟ แกนนำพรรคคอมมิวนิสต์ และนายอเล็กไซ คูดริน อดีตรัฐมนตรีคลังวัย 51 ปีผู้ได้รับการยอมรับอย่างกว้างขวางในการประคับประคองเศรษฐกิจรัสเซียให้รอดพ้นวิกฤตช่วงปี 2551-2552 แต่ถูกปลดเมื่อเดือนกันยายนหลังขัดแย้งกับนายเมดเวเดฟ โดยนายคูดริน ประกาศจะตั้งพรรคการเมืองใหม่และจะตามไล่บี้นายปูตินให้ถึงที่สุด
ดูท่า ศึกชิงทำเนียบวังเครมลินครั้งที่ 3 ของนายปูตินครั้งนี้คงจะไม่ราบรื่นอย่างที่คิด เพราะจะต้องฝ่าด่านอรหันต์หลายด่านทีเดียว
ปี2555 ยังเป็นปีที่กลองศึกเลือกตั้งในแดนดินถิ่นอินทรีเริ่มดังกระหึ่มเช่นกันก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรเลือกประธานาธิบดีในเดือนพฤศจิกายน ท่ามกลางความสับสนลังเลว่า ประธานาธิบดีบารัก โอบามา จากพรรคตราลาเดโมแครต เจ้าของวลี"เชนจ์"หรือเปลี่ยนแปลง"คราวการเลือกตั้งเมื่อ 4 ปีที่แล้ว อาจจะถูก"เชนจ์"แผลงฤทธิ์วกกลับมาทิ่มแทงตัวเอง จนอาจพ่ายศึกเลือกตั้งครั้งนี้ก็ได้
ถ้าหากไม่รีบเร่งกอบกู้คะแนนเสียงของตัวเองกลับคืนมาจากที่หดหายอย่างรวดเร็วในช่วงปีที่แล้ว เมื่อมะกันชนต่างผิดหวังว่าไม่มีผลงานอะไรโดดเด่นแถมยังรังแต่ทำให้เศรษฐกิจในประเทศยังอยู่ในสภาพค่อนข้างซบเซา
นายโอบามา จึงเป็นเป้าที่โดดเด่นที่สุด ที่จะถูกผู้สมัครรุมทึ้ง โดยเฉพาะหลังการสำรวจความเห็นพบว่า มะกันชนถึง 95%ยอมรับว่า"วิตก" ว่าเศรษฐกิจจะตกสู่ภาวะถดถอยอีกครั้งหนึ่ง ขณะที่อัตราว่างงานพุ่งสูงทะลุเพดานถึง 9 % ซึ่งเป็นอัตราที่สูงมาก นับจากสมัยประธานาธิบดีแฟรงกลิน ดี. รูสเวลท์ เมื่อปี 2483 เป็นต้นมา
หนำซ้ำ ยังมีแนวโน้มว่าน้ำมันจะขึ้นราคาอีก สิ่งเหล่านี้ ล้วนแต่เป็นงานหิน ที่นายโอบามาจะต้องฝ่าไปให้ได้หากหวังจะชนะเลือกตั้ง
นายโอบามา อาจจะโชคดี ถ้าหากว่าพรรคตราช้างรีพับลิกัน ไม่สามารถเลือกสรรตัวแทนพรรค ที่โดดเด่นมาประชันขันแข่งได้ หรือสามารถเอาชนะคำทำนายที่ว่า ไม่มีผู้นำทำเนียบขาวคนใดชนะการเลือกตั้งสมัยที่ 2 ได้ในช่วงที่เศรษฐกิจกำลังถดถอย
แม้ว่านายโอบามา จะพยายามสุดฤทธิ์ด้วยการพยายามจะดึงกลุ่มคนรักร่วมเพศ ให้หันมาเป็นฐานคะแนนเสียงใหม่แทนฐานคะแนนเสียงจากกลุ่มหนุ่มสาวผู้ชอบการเปลี่ยนแปลงที่หดหายไปมาก หรือถ้าหากการรณรงค์หาเสียงไม่สกปรกมากนัก เต็มไปด้วยการสร้างภาพลบ หรือข่าวลือหลังจากมีแนวโน้มว่านักการเมืองทั้งรุ่นเก่าและใหม่จะนิยมหาเสียงด้วยวิธีสกปรกมากขึ้น
ดังเช่นโฆษณาหาเสียงทางโทรทัศน์ของนายมิตต์ รอมนีย์ ผู้ว่าการรัฐแมสซาชูเซตส์ ซึ่งเป็นตัวเต็งคนหนึ่งที่อาจได้รับเลือกเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกัน สะกดใจผู้ชมด้วยการทำเป็นภาพบ้านเรือนที่ถูกยึด และโรงงานที่ต้องปิดกิจการ พร้อมอ้างว่า ประธานาธิบดีโอบามาล้มเหลวในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจ
ตัวเต็งอีกคนหนึ่งของพรรคตราช้างก็คือ นายนิวท์ กิงริช อดีตประธานสภาผู้แทนราษฎร ที่เริ่มมีคะแนนนำจากผลการสำรวจความเห็นหลายครั้ง ทั้งยังได้รับการสนับสนุนจากหนังสือพิมพ์ยูเนียนลีดเดอร์ หนังสือพิมพ์รายใหญ่ในนิวแฮมป์เชียร์
"อเมริกากำลังเดินมาถึงทางแยกสำคัญ เพราะเลือกตั้งปีนี้ ไม่ใช่แค่สรรหาผู้นำคนใหม่แทนนายโอบามาเท่านั้น แต่ชาวอเมริกันยังต้องการผู้นำที่มีความคิดสร้างสรรค์ และมียุทธศาสตร์ของการมุ่งมองไปข้างหน้า รวมถึงมองโลกแง่บวก ซึ่งนายกิงริช แสดงให้เห็นว่าสามารถทำสิ่งเหล่านี้ได้" ตอนหนึ่งของบทบรรณาธิการของหนังสือพิมพ์ยูเนียนลีเเดอร์ ให้ความเห็น
ศึกยักษ์ของสองผู้นำโลก ทั้งนายปูตินและนายโอบามา จึงเป็นสิ่งที่โลกต้องจับตามองอย่างใกล้ชิด เพื่อจะได้รู้ทิศทางลมว่า โลกกำลังจะหันไปทิศทางไหน หากไม่เกิดวันโลกแตกตามคำทำนายเสียก่อน
Tags : เลือกตั้งสหรัฐ-รัสเซีย

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น