กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ

การเมือง

วันที่ 2 กรกฎาคม 2555 15:00

ผลวิจัยชี้กระบวนออกกม.ของไทยมีประสิทธิภาพต่ำ

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

ผลวิจัยนโยบายสาธารณะระบุกระบวนออกกม.โดยปชช.ในไทยมีประสิทธิภาพต่ำ ส่วนใหญ่ยังถูกรัฐบาลชี้นำ ราชการ-รัฐบาลเอื้อประโยชน์ตัวเอง

แผนงานสร้างเสริมนโยบายสาธารณะที่ดี (นสธ.) จัดเวทีนโยบายสาธารณะ หัวข้อ “การปรับปรุงกระบวนการนิติบัญญัติ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมของประชาชน”โดยเป็นการเสนอผลงานการวิจัยที่เกี่ยวกับการออกกฎหมายซึ่งเก็บสถิติในช่วงปี พ.ศ. 2548 - 2553 ซึ่งมีการเก็บสถิติในช่วงเปลี่ยนผ่านรัฐบาล3สมัย คือรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร รัฐบาลพล.อ.สุรยุทธ์ จุลานนท์ และรัฐบาลนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ

“บวรศักดิ์”บอกกฎหมายดีต้องมี 5 ข้อ

ทั้งนี้ก่อนการนำเสนอนายบวรศักดิ์ อุวรรณโณ เลขาธิการสถาบันพระปกเกล้า ปาฐกถาพิเศษ เรื่อง“กระบวนการนิติบัญญัติไทย ภายใต้สังคมพลวัตรในศตวรรษที่ 21” ตอนหนึ่งว่า การปรับปรุงกฎหมาย การเพิ่มส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนิติบัญญัตินั้นไม่ได้หมายความว่าจะปรับปรุงกฎหมายได้ทั้งหมด แต่คือการพัฒนากระบวนการผลิตกฎหมาย ทั้งนี้กฎหมายที่ดีต้องประกอบไปด้วย 5 องค์ประกอบ คือ 1.กฎหมายต้องมีความเป็นธรรม ต้องจัดสรรผลประโยชน์ทางเศรษฐกิจ ควบคุมสังคมอย่างเป็นธรรม และสามารถระงับข้อพิพาทได้เป็นธรรม 2.ต้องสอดคล้องกับหลักนิติธรรมและรัฐธรรมนูญ 3.ต้องให้ประชาชนเข้าถึงได้ง่าย4.จะต้องมีการตรวจสอบการใช้อำนาจที่ดี และ5.เป็นกฎหมายที่ทันสมัยอยู่เสมอ

สมัย “ทักษิณ”ออกกฎหมายน้อยสุด ราชการไม่พ้นออก พ.ร.บ.เอื้อตัวเอง

ส่วนในรายละเอียดการวิจัยนั้น นายสมสมเกียรติ ตั้งกิจวานิชย์ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ได้นำเสนอผลการโดยใช้หลักศึกษาเศรษฐศาสตร์การเมืองมาอธิบายโดยตั้งชื่อหัวข้อ “เศรษฐศาสตร์การเมืองของกระบวนการนิติบัญญัติไทย มุมมองจากทฤษฎีเกม” ซึ่งอธิบายตอนหนึ่งว่า แม้จะเป็นรัฐบาลที่มีเถียรภาพสูงแต่ระยะเวลาเฉลี่ยของรัฐบาล พ.ต.ท.ทักษิณ มีการใช้เวลามากที่สุดในการออกกฎหมายคือ 826 วัน ขณะที่รัฐบาลคณะมนตรีความมั่นคงแห่งชาติ (คมช.) ที่มีพล.อ.สรุยุทธ์ เป็นนายกรัฐมนตรีนั้นใช้เวลาน้อยที่สุดคือ 249 วัน ส่วนกระบวนที่มีกฎหมายค้างที่สุดนั้นแตกต่างกันไป แต่ส่วนใหญ่คือในชั้นของคณะกรรมการกฤษฎีกา และคณะกรรมการประสานงานสภา

ทั้งนี้เงื่อนไขของการพยายามผลักดันกฎหมายแตกต่างกัน กล่าวคือ 1.การออกกฎหมายในส่วนราชการมักต้องการออก พ.ร.บ.ที่เอื้อประโยชน์ให้ตน เช่น ยืดหยุ่น ให้ดุลยพินิจและเพิ่มทรัพยากรต่างๆทั้งคนและงบประมาณแก่ตนเอง อาทิ พ.ร.บ.ธุรกิจประกันภัย 2550 พ.ร.บ.กรมสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งเพิ่มรายละเอียดการรับเข้าเป็นคดีพิเศษที่มากขึ้น

รัฐบาลไร้แรงจูงใจออกกฎหมาย เว้นติดขัดนโยบาย

นายสมเกียรติ กล่าวว่า 2.รัฐบาลไม่มีแรงจูงใจที่จะออกกฎหมายใหม่ เว้นแต่กฎหมายที่ติดขัดกับนโยบายของตัวเอง เช่น การออก พ.ร.บ.กองทุนหมู่บ้าน 3.สภาผู้แทนราษฎร์ก็มักจะแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ต่างๆกลับไปสู่ใจความเดียวกับร่างของคณะรัฐมนตรี 4.วุฒิสภามีแนวโน้มจะแก้ไขร่าง พ.ร.บ.ให้รัดกุมและสร้างกลไกตรวจสอบถ่วงดุลรัฐบาล 5.สภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) มีความต้องการใกล้เคียงกับราชการ แต่กลับมีตัวแทนของกลุ่มผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องในชั้นกรรมาธิการด้วย เช่น เมื่อจะออกกฎหมายเกี่ยวกับธนาคาร ก็จะมีตัวแทนจากธนาคารมาร่วมพิจารณา ทั้งนี้ไมได้หมายความว่าในสมัยอื่นไม่มี เพียงแต่ในสมัยสนช.มีบทบาทชัดเจนมากกว่า

อธิบายออกกฎหมายเปรียบเป็นเกม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ผลการวิจัยดังกล่าวยังถูกอธิบายเป็นทฤษฎีเกม กล่าวคือเป็นการอธิบายถึงการคาดการณ์ท่าทีของฝ่ายอื่น และไม่ได้หมายความถึงด้านที่ไม่ดีเสมอไปและไม่ได้เกิดขึ้นเฉพาะประเทศไทยเท่านั้น โดยทฤษฎีเกมยังแบ่งออกเป็น เกม ทั้ง”เกมการต่อรอง” ที่ผลลัพธ์มักอยู่ที่การได้มาซึ่งจุดร่วมที่ทุกฝ่ายเห็นพ้องต้องกัน แต่ก็มีข้อเสียคือได้เนื้อหาที่จำกัดความได้แคบ “เกมการมอบงาน” ที่ผู้ร่างจำเป็นต้องประนีประนอมความต้องการของหัวหน้าที่มีหลายส่วน “เกมนิติบัญญัติ” ที่ผู้เล่นจะมีความสัมพันธ์แตกต่างกัน ได้แก่ 1.ความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมการกฤษฎีกากับคณะรัฐมนตรี ที่เป็นไปตามสถานการณ์ปกติ แต่อาจมีกรณีเกียร์ว่างในช่วงที่คณะรัฐมนตรีใกล้พ้นวาระ เช่น ร่างพรฎ.จัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ หรือมีต้นทุนในการแก้ไขสูง เช่น ร่าง พ.ร.บ.ยกเลิกกฎหมายเช็ค 2.ความสัมพันธ์คณะรัฐมนตรีกับสภาผู้แทนราษฎร์

ชี้ศาลรัฐธรรมนูญมีโอกาสตีความตามสถานการณ์การเมืองได้

3.ความสัมพันธ์ระหว่างคณะกรรมาธิการวิสามัญกับสภาผู้แทนราษฎร์ ที่มีปัจจัยต่างๆ แต่ที่น่าสนใจคือบทบาทของกลุ่มผลประโยชน์ในกรรมาธิการ 4.ความสัมพันธ์ของวุฒิสภากับสภาผู้แทนราฎร์ 5.ความสัมพันธ์กรณีที่มีกมธ.ร่วมกันและสภาผู้แทนราษฎร์ 6.ความสัมพันธ์ของภาคประชาชนกับสภาผู้แทนราษฎร์ ที่สภาฯมักจะพิจารณาในประเด็นที่ตรงกับความต้องการของตัวเองเท่านั้น และหากประชาชนไม่มีพลังกดดันเพียงพอก็ไมได้รับการตอบสนอง จนสภาฯดองร่างกฎหมายไว้ 7.ความสัมพันธ์ระหว่างรัฐบาลกับศาลรัฐธรรมนูญ ที่ศาลรัฐธรรมนูญไม่ได้มีสิทธิวินิจฉัยขั้นสุดท้าย และรัฐบาลเองก็มีสิทธิ์ในการเสนอร่างกฎหมายใหม่หากร่างเดิมถูกพิจารณาว่าขัดรัฐธรรมนูญ ขณะเดียวกันยังมีความเป็นไปได้ว่ากรณีที่รัฐบาลมีเสียงข้างมากศาลรัฐธรรมนูญอาจจะไม่กล้าตีความขัดใจรัฐบาลได้ เช่น กรณีร่างพรก.เงินกู้เพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และร่างพรก.บริหารหนี้กองทุนฟื้นฟู

ต่อรองมาก-น้อย ขึ้นอยู่กับเสถียรภาพรัฐบาล

นอกจากนี้ ผลการวิจัยยังสรุปว่า อำนาจต่อรองของฝ่ายอื่นที่มีต่อการออกกฎหมายนั้นยังขึ้นอยู่กับเสถียรภาพรัฐบาลในช่วงนั้นๆด้วย เช่น ในช่วงที่รัฐบาลมีเสถียรภาพน้อยโอกาสที่ฝ่ายอื่นๆจะเข้าร่วมต่อรองจะมีมากขึ้น ความขาดเอกภาพของรัฐบาลจะเพิ่มดุลยพินิจของกฤษฎีกา ขณะเดียวกันการให้วุฒิสภามีอำนาจในด้านอื่นน้อย จะช่วยเพิ่มคุณภาพของกฎหมายในมุมมองของสภาผู้แทนราษฎร์

ปมรัฐธรรมนูญ ม.153 ทำกฎหมายประชาชนสะดุด

ขณะที่ประเด็นการศึกษา “กระบวนการเสนอร่างกฎหมายโดยภาคประชาชนและบทบาทของกฤษฎีกาในกระบวนการนิติบัญญัตินั้น” นายปกป้อง จันวิทย์ อาจารย์คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ในฐานะผู้ทำการวิจัย กล่าวตอนหนึ่งว่า การจัดทำร่างกฎหมายโดยภาคประชาชนยังประสบปัญหา อาทิ ไม่ได้รับความสนใจจากสังคมซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนการประชาสัมพันธ์ เงื่อนไขของการระบุผู้ลงรายชื่อว่าต้องเป็นผู้มีสิทธิการเลือกตั้ง ร่างกฎหมายของภาคประชาชนจะสิ้นสุดและตกไปเมื่อรัฐบาลหมดวาระ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 153 ส่วนตัวคณะกรรมการกฤษฎีกาก็พบรายละเอียดที่น่าสนใจคือกรรมการส่วนใหญ่เป็นอดีตข้าราชการเกษียณและเป็นนักกฎหมาย ซึ่งมีโอกาสสูงที่จะมีระดับความเป็นอนุรักษ์นิยมสูง คิดและยึดติดกับวิถีของข้าราชการ มีข้อจำกัดในการเข้าใจโลกและสังคมไทยที่เปลี่ยนแปลงไป

Tags : กฏหมาย ผลวิจัย

Adsense

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 6

    newpoliticsparty

    ประธานสภา สมศักดิ์ พูดในงานวันเกิดนั้น พูดอะไรบ้าง ฟังเอง ส่วน นปช อย่าฟังเลย เกรงจะทำใจลำบาก

    http://www.youtube.com/watch?v=33DnV_w852s

    นายพร้อมพงศ์ นพฤทธิ์ โฆษกพรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า นายสมศักดิ์ เกียรติสุรนนท์ ประธานรัฐสภา ได้แจ้งมายังผู้ใหญ่ภายในพรรคเพื่อไทยแล้วว่าคลิปเสียงที่ปรากฏออกมาจากงานเลี้ยงวันที่ 23 มิ.ย.ที่ จ.เพชรบูรณ์

    อ้างอิง http://www.posttoday.com/(04/06/2555)

  • ความเห็นที่ 5

    newpoliticsparty

    สส พท ด่าศาล รธน ด้วยคำหยาบคาย ต่ำช้า

    http://www.youtube.com/watch?v=r4SMTJmJZz0

  • ความเห็นที่ 4

    newpoliticsparty

    มติสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนายการุณ เป็นมติในการประชุมเมื่อวันที่ 19 มิ.ย. ซึ่งที่ประชุมกกต.มีเพียง 4 คนขาดนายสมชัย จึงประเสริฐ กกต.ด้านสืบสวนและวินิจฉัย ที่ติดภารกิจเดินทางไปต่างจังหวัด โดยในการลงมติกรณีดังกล่าวปรากฎว่ามีเสียงเท่ากัน คือ นายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธานกกต. และนายประพันธ์ นัยโกวิท กกต.ด้านบริหารงานเลือกตั้ง เห็นควรสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม กกต.ด้านกิจการพรรคการเมือง และนายวิสุทธิ์ โพธิแท่น เห็นควรให้ยกคำร้อง เนื่องจากเห็นว่า การปราศรัยโจมตีกัน เป็นเรื่องปกติทางการเมือง ที่ทุกเวทีก็ด่ากันไปกันมาอยู่แล้ว ไม่ใช่เรื่องที่น่าจะนำไปสู่การเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งได้ อีกทั้งกรณีนี้นายแทนคุณ ได้แจ้งความและตำรวจได้ทำสำนวนส่งไปยังอัยการ แต่อัยการก็สั่งไม่ฟ้องไปแล้ว จึงไม่น่ามีน้ำหนักอะไร

    อ้างอิง http://www.dailynews.co.th/politics/120690

    ---

    มันก็ตลกดีนะ ถ้าอัยการไม่สั่งฟ้อง สรุปได้ทันทีเลยหรือว่า ไม่มีน้ำหนัก


    นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีนางสดศรี สัตยธรรม กกต.ระบุ กกต.มักจะยกคำร้องกรณีการปราศรัยใส่ร้ายโจมตีว่า ไม่เข้าใจและแปลกใจ ไม่ทราบว่า นางสดศรี ได้ดูกฎหมายประวัติหรือยัง ว่าเคยมีการให้ใบแดงเรื่องแบบนี้ เพราะคนเป็นกกต.ไม่ควรให้ข้อมูลที่คลาดเคลื่อนกับประชาชน การบอกว่าการที่กกต.ไม่เคยพิจารณาคำร้องกรณีใส่ร้ายป้ายสีนั้นไม่เป็นความจริง เพราะ 1. นายธานินทร์ ใจสมุทร อดีตส.ส.พัทลุง พรรคประชาธิปัตย์ เคยโดนใบแดงข้อหาปราศรัยใส่ร้ายมาแล้ว 2. กฎหมายระบุชัดว่าพฤติกรรมในการสร้างความเข้าใจผิด ทำให้เกิดผลกระทบต่อคะแนนนิยมของผู้สมัครเป็นการทำผิดกฎหมายเลือกตั้ง

    อ้างอิง http://www.dailynews.co.th/politics/121058

    การให้ หรือสัญญาว่าจะให้ เงิน หรือทรัพย์สิน หรือประโยชน์อื่นใด หรือการเลี้ยง หรือรับจะจัดเลี้ยง หรือหลอกลวง หรือใช้อิทธิพลคุกคาม หรือใส่ร้าย เพื่อจูงใจให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงคะแนนเลือกตั้ง หรือไม่ลงคะแนนเลือกตั้ง

    เป็นความผิดมีโทษจำคุก ๑ ปี – ๑๐ ปี และปรับ ๒๐,๐๐๐ บาท – ๒๐๐,๐๐๐ บาท
    และถูกเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ๑๐ ปี (มาตรา ๕๓ ประกอบมาตรา ๑๓๗)

    อ้างอิง http://www2.ect.go.th/about.php?Province=1171&SiteMenuID=6053

  • ความเห็นที่ 3

    newpoliticsparty

    นายวินัย ดำรงค์มงคลกุล โฆษกสำนักงานอัยการสูงสุด กล่าวว่า ....การเสนอขอแก้ไขรัฐธรรมนูญของผู้ถูกร้อง ไม่ได้มีเจตนาหรือต้องการให้มีการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข

    อ้างอิง http://www.dailynews.co.th/crime/118574

    --- ข้อสังเกต
    1 อัยการสามารถตัดสิน ว่าใครผิดใครถูกได้หรือ
    2 อัยการบอกว่า ผู้ถูกร้อง ไม่ได้เจตนา แสดงว่า มีมูลตามคำฟ้องจริง อัยการถือกฏหมายข้อใดสรุปว่า จำเลยไม่ได้เจตนา จึงไม่ต้องส่งศาล

  • ความเห็นที่ 2

    newpoliticsparty

    ศาลรัฐธรรมนูญจึงวินิจฉัยโดยเสียงข้างมาก 7 ต่อ 1 ว่าสมาชิกภาพ ส.ส.ของนายจตุพรสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ โดยเสียงข้างน้อยคือ อดีต ปธ ศาล รธน นายชัช ชลวร

    อ้างอิง http://www.matichon.co.th/news_detail.php?newsid=1337349251&grpid=00&catid=00


    --------------------

    ตุลาการศาล รธน.ยันมติ 7 ต่อ 1 รับตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทำตามวิธีพิจารณา และมาตรา 68 เปิดช่องให้มีผู้ร้องยื่นได้โดยตรง ขณะที่ประธานสภาฯ สั่งระงับลงมติวาระ 3 ในวันที่ 5 มิถุนา.แล้ว “ทักษิณ” โฟนอิน อัดปล้นอำนาจประชาชน โวยลั่นเราไม่มีตัวช่วย พร้อมยอมรับถูกอำมาตย์หลอก “จตุพร” สั่ง “ยิ่งลักษณ์” ห้ามเข้าบ้านสี่เสาเทเวศร์อีก ปลุกเสื้อแดงเข้าชื่อถอดถอน ยกเว้น “ชัช ชลวร”

    มติของตุลาการศาลรัฐธรรมคือ 7 : 1 ให้รับคำร้องตีความร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญ โดยส่วนข้างน้อยคือนายชัช ชลวร ขณะที่นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี ติดภารกิจไม่ได้เข้าร่วมประชุม

    อ้างอิง http://www.thaipost.net/sunday/030612/57727

  • ความเห็นที่ 1

    newpoliticsparty

    คุณภาพ สส เป็นเช่นไร ก็ได้ กฏหมายเช่นนั้น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement