กรุงเทพธุรกิจ

  • เข้าสู่ระบบ
ad a1

การเมือง

วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2555 22:23

เปิด!2ตุลาการ'ชัช-จรัญ'ชี้พ.ร.ก.บริหารหนี้กองทุน'ขัดรธน.'

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

เปิด2ตุลาการ"'ชัช-จรัญ" 2 เสียงข้างน้อย เห็นว่าพ.ร.ก.บริหารหนี้กองทุนฟื้นฟูฯ ขัดรัฐธรรมนูญ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า  เมื่อเวลา 09.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้ประชุมเพื่อจัดทำความเห็นในการวินิจฉัยส่วนตน กรณีที่ประธานสภาผู้แทนราษฎรส่งคำร้องของส.ส.เพื่อให้ขอศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาวินิจฉัยตามรัฐธรรมนูญ ม.185 กรณีเรื่องพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อวางระบบบริหารจัดการน้ำ และสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ.2555 (3.5 แสนล้านบาท) และพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ.2555 (1.14 ล้านล้านบาท) และกรณีที่ประธานวุฒิสภาส่งคำร้องของส.ว.ขอให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยตามม. 185 เรื่องพ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรค 1 วรรค 2 หรือไม่

 จากนั้นเวลา 14.10 น.ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญได้ออกนั่งบัลลังก์เพื่ออ่านคำวินิจฉัย ซึ่งในการอ่านคำวินิจฉัย นั้นนายวสันต์ สร้อยพิสุทธิ์ ประธานศาลรัฐธรรมนูญ ได้ชี้แจงต่อผู้เข้าร่วมรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยว่า ในการอ่านคำวินิจฉัยครั้งนี้ ที่ประชุมตุลาการได้มอบหมายให้ นายอุดมศักดิ์ นิติมนตรี นายจรัญ ภักดีธนากุล และนายจรูญ อินทจาร ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญเป็นผู้อ่านคำวินิจฉัย ซึ่งในการอ่านครั้งใช้เวลาประมาณ 45 นาทีจึงแล้วเสร็จ

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญ ได้อ่านคำวินิจฉัยในส่วนของพ.ร.ก.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศ พ.ศ. 2555 ว่า ศาลมีความเห็นว่า ปัญหาอุทกภัย ปลายปี 2554 ได้สร้างความเสียหายถึง 2.6 ล้านครัวเรือน ธนาคารโลกประเมินความเสียหาย 1.4 ล้านล้านบาท กระทั่งต้องปรับลดการประมาณการ การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจเพียง 1.1% จากเดิม 4% จึงอยู่ในภาวะวิกฤติใหญ่หลวง รัฐบาลได้ดำเนินการแก้ปัญหา โดยมีมาตรการจ่ายเงินชดเชย สนับสนุนสินเชื่อ การลดหย่อนภาษี อนุมัติงบกลางภายใต้พ.ร.บ.งบประมาณรายจ่ายประจำปีพ.ศ. 2555 จำนวน 1.2 แสนล้านบาท

นอกจากนี้ รัฐบาลมีความจำเป็นเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูประเทศและวางระบบบริหารจัดการน้ำ โดยจัดให้มีการลงทุนในระบบโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อฟื้นฟูผลของความเสียหายทางเศรษฐกิจที่ถดถอยและมีความเสี่ยงต่อความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจของประเทศ ซึ่งปัญหาอุทกภัยได้สร้างปัญหาต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศรุนแรแง โดยเฉพาะผู้ประกอบการในนิคมอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบถึง 841 โรงงาน ซึ่งเป็นฐานผลิตอุตสาหกรรมสำคัญของประเทศและมีผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของโลกเนื่องจากไทยเป็นฐานในการผลิต ดังนั้น หากรัฐบาลไม่มีมาตรการในการสร้างความเชื่อมั่น อาจส่งผลให้ผู้ประกอบการนิคมอาจตัดสินย้ายไปต่างประเทศจะกระทบต่อความเชื่อมั่น

 ศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ วินิจฉัยว่า พระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการวางระบบบริหารจัดการน้ำและสร้างอนาคตประเทศพ.ศ.2555 เป็นไปเพื่อประโยชน์ในอันที่จะรักษาความมั่นคงในทางเศรษฐกิจของประเทศ และเป็นกรณีฉุกเฉินที่มีความจำเป็นรีบด่วนอันมิอาจจะหลี่กเลี่ยงได้ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 184 วรรค 1 และวรรค 2

มติ 7:2 พ.ร.ก.บริหารหนี้กองทุนไม่ขัดรธน.

 จากนั้นได้อ่านคำวินิจฉัย พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ.2555 โดยระบุว่า รัฐบาลมีความพยายามแก้ไขปัญหาหนี้สาธารณะเพราะกระทรวงคลังตั้งงบประมาณรายจ่ายเพื่อชำระหนี้ดังกล่าวมาตลอด 15 ปีเป็นเงินกว่า 6.7 แสนล้านบาท แต่ชำระเงินต้นได้เพียง 13 % เหลือนี้ 1.14 ล้านล้านบาท และในปีงบประมาณ 2555 ได้ตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยไว้ 6.8 หมื่นล้านบาท ส่งให้มีการลงทุนน้อยลง

 ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญยังระบุว่า การออกพ.ร.ก.ฉบับดังกล่าวเป็นการลดภาระงบประมาณรายจ่ายของรัฐบาลในการตั้งงบประมาณเพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ โดยที่สามารถนำงบประมาณดังกล่าวมาใช้พัฒนาประเทศโดยส่วนรวม และไม่เป็นการฝ่าฝืนบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญ แต่ความจำเป็นดังกล่าวเป็นผลมาจากวิกฤติอุทกภัย และในชั้นนี้ยังไม่มีมูลที่ชี้ให้เห็นว่า คณะรัฐมนตรี ตราพ.ร.ก.โดยไม่สุจริตและบิดเบือนรัฐธรรมนูญ

ดังนั้น ศาลรัฐธรรมนูญมีมติ 7 ต่อ 2 วินิจฉัยว่า พ.ร.ก.ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ฯ เป็นไปตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 184 วรรค 1 และ 2

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับเสียงตุลาการ 2 เสียงที่เห็นว่าพ.ร.ก.ขัดรัฐธรรมนูญ ได้แก่ นายชัช ชลวร และนายจรัญ ภักดีธนากุล โดยตุลาการทั้งสองคนต่างเห็นว่าพ.ร.ก. ปรับปรุงการบริหารหนี้เงินกู้ที่กระทรวงการคลังกู้เพื่อช่วยเหลือกองทุนเพื่อการฟื้นฟูและพัฒนาระบบสถาบันการเงินพ.ศ.2555 น่าจะออกเป็นพระราชบัญญัติมากกว่าออกเป็นพระราชกำหนด เนื่องจากในขณะนี้ยังอยู่ในสมัยประชุมสภาสมัยนิติบัญญัติ ซึ่งรัฐบาลสามารถที่จะบรรจุพ.ร.ก.เข้าพิจารณาของที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎรได้ 
 

 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศก่อนการพิจารณาอ่านคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญนั้น มีนายอารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง เป็นผู้แทนรัฐบาล นายกรณ์ จาติกวนิช ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะผู้แทนเสนอความเห็นต่อประธานสภา และนายคำนูญ สิทธิสมาน สว.สรรหา ในฐานะผู้แทนเสนอความเห็นต่อประธานวุฒิสภา เข้ารับฟังคำวินิจฉัย นอกจากนี้ยังมีนายวิรัตน์ กัลยาศิริ ส.ส.สงขลา พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะทนายความพรรคประชาธิปัตย์ นายอรรถวิชช์ สุวรรณภักดี ส.ส.กทม.พรรคประชาธิปัตย์ นายวิทวัส บุญญสถิตย์ ส.ว.สรรหา พล.ร.อ.สุรศักดิ์ ศรีอรุณ ส.ว.สรรหา นายเจตน์ ศิรธรานนท์ ส.ว.สรรหา และนายอโณทัย ฤทธิปัญญาวงศ์ ส.ว.สรรหา เป็นต้น เข้าร่วมรับฟังการอ่านคำวินิจฉัยของคณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญด้วย รวมทั้งมีสื่อมวลชนหลายแขนงทั้งหนังสือพิมพ์ วิทยุและโทรทัศน์เฝ้ารอการทำข่าวอย่างคึกคัก

 

Tags : พ.ร.ก.

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    terdsak

    2 เสียงเจ้าเก่า

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement