วุฒิฯลงมติเห็นชอบพ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติคะแนน113:12 งดออกเสียง 5 และพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินฯ120:5งดออกเสียง6
การประชุมวุฒิสภา เพื่อพิจารณาพ.ร.ก. 2 ฉบับ โดยบรรยากาศในการประชุมได้เปิดให้ ส.ว.ร่วมอภิปรายแสดงความคิดเห็นอย่างกว้างขวาง โดยส่วนใหญ่แสดงความกังวลที่รัฐบาลไม่มีแผนการบริหารเงินที่ชัดเจน โดยหลักการเห็นด้วยกับพ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ เพราะเป็นเรื่องที่จำเป็นเร่งด่วน แต่รัฐบาลควรมีแผนการทำงานที่ชัดเจน อย่าง พ.ร.ก.ประกันภัยฯรัฐบาลควรชี้แจงข้อมูล จะได้รู้ว่ากองทุนนี้จะรับไหวหรือไม่ ส่วนพ.ร.ก.ให้การช่วยเหลือแก่ผู้ประสบภัยน้ำท่วมฯ ดูจะช้าไปด้วยซ้ำ เพราะประชาชนเดือดร้อนถูกน้ำท่วมมาตั้งแต่เดือนพ.ย.ปีที่แล้ว จนถึงตอนนี้บางพื้นที่ยังไม่ได้รับการช่วยเหลือ จึงเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องดำเนินการ
จากนั้นนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รมว.คลัง ชี้แจงว่า ตามพ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ มีวัตถุประสงค์เพื่อรับและส่งประกันภัยต่อ โดยดำเนินการตามความจำเป็นเฉพาะในกรณีที่บริษัทประกันภัยเอกชนไม่พร้อมรับประกัน หน้าที่ของกองทุนนี้เท่ากับเป็นการเชื่อมโยงให้การประกันภัยเดินไปได้จนกว่าเข้าสู่ภาวะปกติ ไม่มีเจตนาไปแข่งกับเอกชน ปัญหาทุกวันนี้มีความซับซ้อนจึงไม่สามารถเขียนกฎหมายให้ตึงตัวได้ เพราะจะเป็นปัญหาต่อการทำงานในอนาคต และหวังว่าจะช่วยต่อยอดสร้างระบบประกันภัยที่แข็งแรงต่อไป ก่อนหน้านี้ที่ประชุมครม.มีมติแต่งตั้งคณะกรรมการบริหารกองทุนส่งเสริมการประภัยพิบัติ ตามมาตรา 18 ของพ.ร.ก.แล้ว มีนายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย(ส.อ.ท.) เป็นประธานฯ และกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิอีก 4 คน เชื่อมั่นในคณะกรรมการเหล่านี้ว่าจะดำเนินการด้วยความสุจริต โดยเฉพาะส.อ.ท.ที่ต่อต้านการทุจริตมาตลอด
นายกิตติรัตน์ ยืนยันว่ากองทุนนี้ไม่ได้ให้ความสำคัญเฉพาะภาคอุตสาหกรรม แต่หากดูแลให้เขาเดินไปได้ เท่ากับเป็นการรักษาการจ้างงาน ซึ่งแรงงานเหล่านี้ถือเป็นกำลังซื้อภายในประเทศทั้งระบบ กองทุนนี้จึงไม่ได้เอื้อให้ภาคธุรกิจได้กำไรเกินสมควร สำหรับพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินฯ ได้หารือกับธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)แล้ว ธปท.จะเป็นผู้ดูแลเรื่องปริมาณเงินเข้าสู่ระบบแต่เพียงผู้เดียว กระทรวงการคลังไม่เข้าไปก้าวก่าย ส่วนที่กำหนดให้ความช่วยเหลือเฉพาะกรณีอุทกภัยปี 2554 เพราะต้องการสร้างวินัยทางการเงินที่เข้มแข็งของ ธปท. หากไม่กำหนดให้ชัดเจนจะเกิดข้อกังวลว่าจะนำวงเงินนี้นำไปช่วยเหลือกรณีอื่นที่เกิดก่อนหรือหลังอุทกภัย 2554 แต่รัฐบาลไม่ได้ละเลยผู้เสียหายที่ไม่ได้อยู่ในเงื่อนไขตามกฎหมายนี้ ยังมีนโยบายปล่อยวงเงินกู้ให้ประชาชนและผู้ประกอบการขนาดย่อมอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 3% อยู่แล้ว โดยใช้เงินงบประมาณรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากเปิดให้ส.ว.อภิปรายแสดงความคิดเห็นตลอดช่วงบ่าย จนกระทั่งในเวลา 18.50 น. ที่ประชุมได้มีลงมติให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.กองทุนส่งเสริมการประกันภัยพิบัติ ด้วยคะแนน 113 ต่อ 12 งดออกเสียง 5 และพ.ร.ก.การให้ความช่วยเหลือทางการเงินแก่ผู้ที่ได้รับความเสียหายจากอุทกภัย ด้วยคะแนน 120 ต่อ5 งดออกเสียง 6 ถือว่าที่ประชุมให้ความเห็นชอบพ.ร.ก.ทั้ง 2 ฉบับ
Tags : วุฒิสภา • กิตติรัตน์
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น