ชาวอุตรดิตถ์แห่ยื่นหนังสือร้องเรียน "ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร" นายกรัฐมนตรี หลังเดินสายทัวร์นกขมิ้น ให้แก้ไขสารพัดปัญหา
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมคณะรัฐมนตรี ในการติดตามแก้ไขปัญหาอุทกภัย ทัวร์นกขมิ้น เดินทางถึงเขื่อนสิริกิติ์ จ.อุตรดิตถ์ หลังจากบินสำรวจดูสถานการณ์น้ำและสภาพป่า เหนือเขื่อนสิริกิติ์ ก่อนเข้าร่วมประชุมและรับบรรยายสรุปการบริหารจัดการน้ำ ได้เดินพบปะประชาชน มวลชนที่มารอให้กำลังใจ ให้การต้อนรับจาก 9 อำเภอ กว่า 3,000 คน ท่ามกลางสภาพอากาศที่ร้อนจัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าด้วยกองทัพสื่อมวลชนจำนวนกว่า 100 คนพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ตำรวจทั้งในและนอกเครื่องแบบ ทำให้ชาวบ้านที่มารอพบนายกรัฐมนตรีหญิงคนแรกต่างผิดหวัง เพราะไม่สามารถเข้าถึง ทั้งที่มารอคอยตั้งแต่เช้า ขณะเดียวกันด้วยความชลมุลการปฏิบัติหน้าที่ ทั้งสื่อมวลและเจ้าหน้าที่ตำรวจ เกิดความวุ่นวาย ระหว่างชื่อมวลท้องถิ่นกับเจ้าหน้าที่ตำรวจรายหนึ่ง เกิดมีปากเสียง ใช้มือผลักกันไปมา จนเจ้าหน้าที่ต้องเข้าไปห้ามและจับแยกออกจากกัน
ขณะที่ น.ส.ยิ่งลักษณ์ เดินพบปะชาวบ้าน มีการยื่นหนังสือร้องเรียน และให้รัฐบาลช่วยแก้ไขปัญหาเป็นจำนวนมาก เริ่มจากเด็กและเยาวชนจาก อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ตะโกนร้องเสียงดังเพื่อแข่งกับมวลชนจำนวนมาก ให้นายกฯเห็นพวกตนที่ตัวเล็ก เพื่อขอยื่นหนังสือขอสัญชาติ โดยน.ส.อรทัย มาคูณ อายุ 20 ปี ตัวแทนเยาวชน 19 คนจากบ้านน้ำแพ หมู่ที่ 2 ต.บ้านโคก อ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งเป็นเด็กที่ไม่มีสัญชาติไทยเนื่องจากพ่อแม่เป็นชาวลาวอพยพมาอาศัยอยู่ในหมู่บ้านน้ำแพ กล่าวว่า เด็กจำนวนมากที่เกิดในแผ่นดินไทย เข้าโรงเรียน ทำงานประเทศไทย แต่ไม่มีบัตรประชาชนคนไทย ไม่มีสิทธิ์เหมือนชาวไทยทั่วไป ดังนั้นจึงอยากให้นายกรัฐมนตรีมอบสัญชาติไทยให้กับเด็กที่ถือบัตรประจำตัวผู้ไม่มีสถานะทางทะเบียนอีกจำนวนมาก
จากนั้น นายคมจักร เถื่อนเอี่ยม แกนนำชาว อ.ท่าปลาได้ยื่นหนังสือเรื่องที่ราชพัสดุ และที่ดินทำกินที่ยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์จากทางราชการ หลังจากการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ชาวท่าปลาได้เสียสละพื้นที่ให้กับการสร้างเขื่อนสิริกิติ์ ซึ่งปัจจุบันราษฎร ต.จริม ต.ท่าปลา ต.หาดล้า ต.ร่วมจิต ต.น้ำหมัน จำนวน 1,750 ครอบครัว โดยทางราชการจัดสรรพื้นที่อยู่ให้ใหม่ แต่ปัจจุบันยังไม่ได้รับเอกสารสิทธิ์ โดยกล่าวว่า ชีวิตยังต้องเสียค่าเช่าที่ดินของราชพัสดุอยู่ ถูกกรมป่าไม้ประกาศเขตป่าสงวนแห่งชาติทับพื้นที่ของชาวบ้าน ทำให้ชาวบ้านที่เข้าไปทำมาหากินและทำการเพาะปลูกถูกเจ้าหน้าที่ป่าไม้จับกุมอยู่เป็นประจำ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ด้านของ นายชาลี คำด้วง แกนนำเกษตรกรปลูกมันสำปะหลัง จ.อุตรดิตถ์ ยื่นหนังสือขอให้นายกรัฐมนตรีแก้ปัญหามันสำปะหลังในพื้นที่อุตรดิตถ์ ทั้ง 9 อำเภอ พื้นที่ปลูกกว่า 40,000 ไร่ มีผลผลิตอยู่ในมือกว่า 100,000 ตันส่งผลกระทบทำให้เกษตรกรได้รับความเดือดร้อนต้องขายมันสำปะหลังให้ลานมันทั่วไปในราคา 1,900 บาท/ตัน ซึ่งต่ำกว่าราคารับจำนำของรัฐบาลกำหนดไว้ 2,575 บาท/ตัน ทำให้เกษตรกรขาดทุน ทั้งที้เป็นนโยบายของรัฐบาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ใน ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะฟังหารบบรรยายสรุปโครงการพระราชดำริ การดูแลป่าต้นน้ำ การปลูกป่า การสร้างฝาย การรักษาระบบนิเวศจากรมวทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การพัฒนาคลังข้อมูล ระบบพยาการณ์อาการและการเตือนภัยด้านการบริหารจัดการน้ำ จากรมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี การบริการจัดการน้ำในเขื่อน จากรมว.เกษตรและสหกรณ์ และอธิบดีกรมชลประทาน
นายโยธินศร์ สมุทรีคีรีจ์ ผู้ว่าฯจ จ.อุตรดิตถ์ ได้นำเสนอโครงการเสนอขอรับงบสนับสนุน แก้ภัยแล้งและแก้ปัญหาน้ำท่วมจำนวน 2แผนงาน 10 โครงการ เป็นโครงการระยะเร่งด่วน ประกอบด้วย ขุดลอกบึงมาย อ.ลับแล ขุดลอกบึงช่อและขุดลอกบึงหล่ม อ.พิชัยขุดลอกคลองน้ำไหลและอาคารควบคุมน้ำ จากสุโขทัย อุตรดิตถ์ พิษณุโลกโครงการระยะปานกลาง สร้างอ่างเก็บน้ำน้ำปาด ภูวังผา อ.ฟากท่า อ่างเก็บน้ำห้วยพังงา ศาลาอ้ายดง อ.น้ำปาด อ่างเก็บน้ำน้ำลอก อ.ทองแสนขันขุดลอกบึงสกัด อ.ตรอน ขุดลอกบึงเบิก อ.พิชัยรวมถึงแผนงานฟื้นฟูและอนุรักษ์ป่าและระบบนิเวศ คือการปลูกป่าทั้ง 9อำเภอบนเนื้อที่ 10,310 ไร่ และโครงการสร้างฝายน้ำมืด บ้านวังเบนต.บ่อทอง อ.ทองแสนขัน รวมเป็นเงินทั้งสิ้น 2,252 ล้านบาท
Tags : ทัวร์นกขมิ้น • เขื่อนสิริกิติ์ • จ.อุตรดิตถ์ • สารพัดปัญหา
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น