เปิด 25 มาตราร่างรธน.ฉบับนปช.ฉะคมช.เละในหลักการและเหตุผล ชี้สสร.มาจากการเลือกตั้ง100คน จาก77 จังหวัด มาตรา23ระบุไม่ผ่านประชามติ ยกร่าง
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันนี้(9 ก.พ.) นางธิดา ถาวรเศรษฐ รักษาการประธานนปช.จะไปยื่นหนังสือและรายชื่อประชาชนต่อประธานรัฐสภาในการขอแก้ไขรัฐธรรมนูญใหม่ทั้งฉบับ โดยร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมของนปช.นั้นมีสาระดังนี้ หลักการและเหตุผล แก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญมาตรา291 โดยรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550จัดทำขึ้นตามบทบัญญัติของรัฐธรรมนูญชั่วคราวพ.ศ.2549โดยคปค.ซึ่งต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็นคมช.ในภายหลัง
เนื้อหาสำคัญทางการเมืองของรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 จึงสนับสนุนการรัฐประหารยึดอำนาจด้วยกำลังอาวุธ ดังที่ปรากฏชัดเจนในมาตรา 36 และ 37 ของรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราวพ.ศ. 2549 และยังให้ความคุ้มครองการรัฐประหารตั้งแต่อดีต ปัจจุบันไปจนถึงอนาคตที่ยังไม่ได้กำหนดระยะเวลาบังคับใช้ไว้ จึงเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์เป็นประมุขโดยสิ้นเชิง แม้ว่ามีการอ้างอิงถึงการลงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 ก็ตาม แต่การลงประชามติดำเนินการภายใต้บรรยากาศเผด็จการทางการเมือง เพราะมีการประกาศกฎอัยการศึกถึง 47 ใน 76 จังหวัดทั่วประเทศพร้อมกับส่งเจ้าหน้าที่ทหารพร้อมอาวุธบังคับประชาชนให้ต้องลงคะแนนยอมรับ หากไม่ยอมรับคมช.ก็จะใช้อำนาจเลือกเอารัฐธรรมนูญฉบับที่คณะรัฐประหารต้องการมาบังคับใช้โดยพลการ และเมื่อมีการชักจูงให้การสนับสนุนโดยการให้สัญญาว่าจะแก้ไขภายหลังการประกาศใช้ลงประชามติดังกล่าวจึงไม่อาจจะนับเป็นมติขอประชาชนที่แท้จริง
ดังนั้นรัฐธรรมนูญพ.ศ. 2550 จึงไม่นับเป็นประชาธิปไตยทั้งที่มา เนื้อหาและกระบวนการ เพื่อให้ระบอบประชาธิปไตยพัฒนาต่อไปอย่างยั่งยืนจึงมีความจำเป็นในการร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริงโดยประชาชนขึ้น
ทั้งนี้ ทำให้โดยมีคณะกรรมการยกร่างรัฐธรรมนูญ ซึ่งได้รับการเลือกตั้งโดยตรงจากประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงเลือกตั้งโดยคำนึงถึงสัดส่วนจำนวนประชาชนในแต่ละจังหวัดเพื่อให้ได้องค์กรในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญ เพื่อความชอบธรรมชองกระบวนการร่างรัฐธรรมนูญให้ได้รับการยอมรับจากประชาชนทุกภาคส่วน และเปิดโอกาสให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดเนื้อหาและอนุมัติรัฐธรรมนูญ โดยการออกเสียงประชามติเพื่อให้ได้รัฐธรรมนูญของราษฎรไทยอย่างแท้จริงจึงจำเป็นต้องตรารัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยนี้
ส่วนจำนวนมาตรานั้นมี 25 มาตรา ใจความของมาตราสำคัญๆนั้นคือ มาตรา 3 ให้ยกเลิกความในมาตรา 291 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย และให้ใช้ข้อความดังต่อไปนี้แทน มาตรา 291 การแก้ไขเพิ่มเติมรัฐธรรมนูญให้กระทำได้ตามหลักเกณฑ์และวิธีการดังต่อไปนี้ 1)ให้มีสสร.จำนวน 100 คนมาจากการเลือกตั้งโดยตรงของประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงคะแนนทั่วประเทศทำหน้าที่ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เพื่อบังคับใช้แทนรัฐธรรมนูญพ.ศ.2550 โดยรับฟังความคิดเห็นของประชาชนทั่วประเทศ ส่วนเกณฑ์การคิดจำนวนราษฎรต่อสสร.1 คนนั้นให้คำนวณจากจำนวนราษฎรทั้งประเทศตามหลักฐานการทะเบียนราษฎรที่ประกาศในปีสุดท้ายก่อนปีที่จะมีการเลือกตั้งเฉลี่ยด้วยจำนวนสสร.100 คน โดยจังหวัดใดมีราษฎรไม่ถึงเกณฑ์ให้มีสสร.1 คน จังหวัดใดมีราษฎรเกินเกณฑ์จำนวนสสร.1คนให้มีสสร.เพิ่มขึ้น1คนทุกจำนวนราษฎรที่ถึงเกณฑ์สสร.1คน
มาตรา 4 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/1 บุคคลผู้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้มีสิทธิรับเลือกตั้งเป็นสสร. 1) มีสัญชาติไ ทยโดยกำเนิด 2) อายุไม่ต่ำกว่า 25 ปีบริบูรณ์ในวันเลือกตั้ง 3) มีชื่ออยู่ในทะเบียนบ้านที่รับสมัครเลือกตั้งมาแล้วเป็นเวลาติดต่อกันไม่น้อยกว่าหนึ่งปีนับถึงวันสมัครรับเลือกตั้งหรือเกิดในจังหวัดที่สมัครรับเลือกตั้ง
มาตรา 6 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/3 ให้มีการเลือกตั้งสสร.ภายใน90วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญแก้ไขเพิ่มเติมฉบับนี้ได้ประกาศในราชกิจจานุเบกษา มาตรา 7 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/4 ให้กกต.มีหน้าที่ในการจัดให้มีการเลือกตั้งสสร.ที่สุจริต เที่ยงธรรมและโปร่งใส มาตรา 8 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/5 ให้นำพรบ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการเลือกตั้งส.ส.และการได้มาซึ่งส.ว.มาบังคับใช้กับการเลือกตั้งสสร.โดยอนุโลม
มาตรา 13 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/10 สสร.จะต้องจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้แล้วเสร็จภายในกำหนดเวลา240วันนับแต่วันที่สสร.ครบจำนวน มาตรา 14 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/11 การที่สภาผู้แทนราษฎรสิ้นอายุหรือมีการยุบสภาไม่เป็นเหตุกระทบกระเทือนการปฏิบัติหน้าที่ของสสร. มาตร15ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/12 ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญสสร.ต้องคำนึงถึงความคิดเห็นของประชาชนเป็นสำคัญ มาตรา16 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/13 ร่างรัฐธรรมนูญที่มีผลเป็นการเปลี่ยนแปลงการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขหรือเปลี่ยนแปลงรูปของรัฐจะกระทำมิได้ ในกรณีที่รัฐสภาวินิจฉัยว่าร่างรัฐธรรมนูญมีลักษณะตามวรรคหนึ่งให้ร่างรัฐธรรมนูญเป็นอันตกไป
มาตรา 17 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/14 (วรรคสี่)ในการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญให้สสร.แต่งตั้งคณะกรรมาธิการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นคณะหนึ่งประกอบด้วยสสร.ที่ได้รับการคัดเลือกตามมติของสภาจำนวน 25 คน มาตรา 18 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/15 เมื่อสสร.ได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญเสร็จสิ้นแล้วให้นำไปลงประชามติโดยกกต.ต้องจัดให้มีการลงประชามติภายใน 60 วันนับแต่สภาร่างรัฐธรรมนูญได้จัดทำร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เสร็จสิ้นลงโดยสมบูรณ์และได้นำร่างดังกล่าวส่งมอบให้กกต.
มาตรา 20 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/17 การลงประชามติจะต้องมีประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงมาใช้สิทธิไม่น้อยกว่าร้อยละ 50 ของประชาชนผู้มีสิทธิลงคะแนนเสียงทั้งหมดจึงจะนับได้ว่าการลงคะแนนประชามติเป็นผลใช้ได้และจะต้องได้รับคะแนนเสียงรับรองไม่ต่ำกว่าร้อยละ 50 ของผู้มาลงคะแนนเสียงทั้งหมดจึงจะนับได้ว่าได้รับการรับรอง ในการลงประชามติถ้าเสียงข้างมากไม่เห็นชอบด้วยร่างรัฐธรรมนูญนั้นหรือมีผู้มาใช้สิทธิออกเสียงลงประชามติเป็นจำนวนไม่ถึงร้อยละ 50 ของจำนวนประชาชนผู้มีสิทธิออกเสียงลงประชามติให้ร่างรัฐธรรมนูญนั้นเป็นอันตกไป มาตรา 21 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/18 เมื่อประชาชนลงประชามติให้ความเห็นชอบร่างรัฐธรรมนูญแล้วให้ประธานรัฐสภานำร่างรัฐธรรมนูญขึ้นทูลเกล้าฯถวายและให้นำบทบัญญัติมาตรา 150 และมาตรา 151 มาบังคับใช้โดยอนุโลมและให้ประธานรัฐสภาเป็นผู้ลงนามสนองพระบรมราชโองการ
มาตรา 23 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/19ถ้าร่างรัฐธรรมนูญที่จัดทำขึ้นตามมาตรานี้ตกไป ครม.หรือส.ส.จำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของสภาผู้แทนราษฎร หรือวุฒิสภาและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนไม่น้อยกว่าหนึ่งในห้าของจำนวนสมาชิกทั้งหมดเท่าที่มีอยู่ของทั้งสองสภา มีสิทธิเสนอญัตติต่อรัฐสภาเพื่อให้รัฐสภามีมติให้การจัดทำรางรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ตามความในมาตรานี้อีกได้ การออกเสียงลงคะแนนให้ความเห็นชอบของรัฐสภาให้ถือเอาเสียงข้างมากเป็นประมาณ เมื่อรัฐสภามีมติอย่างหนึ่งอย่างใดตามวรรคหนึ่งแล้ว จะมีการเสนอญัตติตามวรรคหนึ่งอีกไม่ได้ เว้นแต่จะมีการเลือกตั้งทั่วไปครั้งใหม่
มาตรา 24 ให้เพิ่มความต่อไปนี้เป็นมาตรา 291/20 ห้ามมิให้สสร.ดำรงตำแหน่งทางการเมืองหรือตำแหน่งใดๆในองค์กรตามรัฐธรรมนูญเป็นเวลาอย่างน้อยสามปีนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับ มาตรา 25 ในวาระเริ่มแรกให้ตราพระราชกฤษฎีกากำหนดให้มีการรับสมัครรับเลือกตั้งเป็นสสร.ภายในสามสิบวันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูญนี้ใช้บังคับและให้ดำเนินการตามมาตรา 291/3.... ให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันนับแต่วันที่รัฐธรรมนูฐนี้ใช้บังคับ
ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น