กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2555 22:09

เปิดข้อมูล'จตุพร'กับพวกขนเงิน25ล.ตั้ง 5บ.ก่อนปิดกิจการปริศนา

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

สำนักข่าวอิศรา เปิดข้อมูล"จตุพร" กับพวก ขนเงิน 25 ล้านจดทะเบียนธุรกิจ 5 แห่งรวดช่วงไทยรักไทยเป็นรัฐบาล ปริศนา!ใช้ออฟฟิศแห่งเดียวกัน

เว็บไซด์ สำนักข่าวอิศรา www.isranews.org รายงานว่า ก่อนเข้าสู่อำนาจรัฐเป็นรองโฆษกรัฐบาลนายสมัคร สุนทรเวช ต้นปี 2551 และเป็นรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ตอนต้นปี 2555  นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ มีธุรกิจ 3 แห่งคือ บริษัท ไทย คอนซัลแตนท์ แอนด์ พับบลิค รีเลชั่น จำกัด รับเป็นปรึกษาประชาสัมพันธ์และมวลชนสัมพันธ์ (รับงานโครงการท่อส่งก๊าซ ของ บมจ. ปตท.) และ บริษัท เพื่อนพ้อง น้องพี่ จำกัด และ บริษัท พีทีวี ทีวีเพื่อประชาชน จำกัด รวมเงินลงทุน 3 บริษัท 23 ล้านบาท (มูลค่าตามตามสัดส่วนการถือหุ้น)     

นายจตุพร พรหมพันธุ์ หุ้นส่วนบริษัท เพื่อนพ้อง น้องพี่ จำกัด และ บริษัท พีทีวี ทีวีเพื่อประชาชน จำกัด เป็นอย่างไร?

สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนเมษายน 2544 ที่นายณัฐวุฒิก่อตั้งบริษัท ไทย คอนซัลแตนท์ แอนด์ พับบลิค รีเลชั่น จำกัด  ไม่ถึงปีถัดมานายจตุพร พรหมพันธุ์ ก็ทำธุรกิจเช่นกัน

หากแต่ธุรกิจของนายจตุพรลงทุนร่วมกับนายสถาพร มณีรัตน์ ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย และนายฐาปนา จินดากาญจน์ 
  
สำนักข่าวอิศรา (www.isranews.org) ตรวจสอบพบว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์-มีนาคม  2545 นายจตุพรกับพวกจดทะเบียนห้างหุ้นส่วนจำกัด 5 แห่งรวด รวมเงินลงทุน 25 ล้านบาท (เฉพาะนายจตุพร 8.6 ล้านบาท)  ได้แก่
        
1.หจก.สยามเชนจ์ พอยท์ จดทะเบียนวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2545 ทุน 5 ล้านบาท รับเหมาก่อสร้าง ถมดิน ขุดดิน ปรับหน้าดิน  มีหุ้นส่วน 3 คน   
นายจตุพร 1,600,000 บาท บาท
นายฐาปนา จินดากาญจน์  1,600,000 บาท
นายสถาพร มณีรัตน์ 1,800,000 บาท  
       
2. หจก.วิชั่น แอนด์ ซีนะรี จดทะเบียนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 ทุน 5 ล้านบาท  ประกอบกิจการรับเหมาก่อสร้าง ผลิตสื่อโฆษณา  หุ้นส่วน 2 คน
นายจตุพร 4,000,000 บาท  
นายสถาพร มณีรัตน์ 1,000,000 บาท
       
3.หจก. ศรีหมวดเก้า จดทะเบียนวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 ทุน 5 ล้านบาท ประกอบธุรกิจ ขุดถ่านหิน ขุด ขนแร่ต่างๆ หุ้นส่วน 2 คน
นายจตุพร 1,000,000 บาท  
นายสถาพร มณีรัตน์ 4,000,000 บาท
        
4.หจก.บุตรตะวัน จดวันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2545 ทุน 5 ล้านบาท ประกอบกิจการ2  ข้อ  ถมดิน ขุดปรับหน้าดิน ขายซื้อที่ดินทั้งหมด และ ประกอบกิจการขนถ่ายขุดถ่านหิน แร่ต่างๆทำเหมืองแร่ทั้งหมด มีหุ้นส่วน 2  คน
นายจตุพร 1,000,000 บาท บาท
นายฐาปนา จินดากาญจน์ 4,000,000 บาท
        
5.หจก. ศรีสมุย ลองสเตย์ จดทะเบียนวันที่ 12 มีนาคม 2545 ทุน 5 ล้านบาท  แจ้งข้อมูลต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า มีวัตถุประสงค์ 3 ข้อ ประกอบธุรกิจบริการให้คำปรึกษาแก่ชาวไทยและต่างชาติเพื่อเป็นสมาชิกประกอบธุรกิจท่องเที่ยวพำนักระยะยาว  ประกอบกิจการอำนวยความสะดวกในการจองที่พัก โรงแรม ในโครงการที่พักระยะยาว และประกอบกิจการให้คำปรึกษาแก่ผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในการพัฒนาโครงการพัฒนาโครงการหมู่บ้าน หุ้นส่วน 2 คน
นายจตุพร 1,000,000 บาท  
นายสถาพร มณีรัตน์ 4,000,000 บาท          
         
หจก.ทั้ง 5 แห่งมีที่ตั้งเลขที่เดียวกัน เลขที่ 69/12 อาคารอัลฟ่าบิลดิ้ง ชั้น 12 โซนเอ ถนนวิภาวดีรังสิต สามเสนใน พญาไท กรุงเทพฯ
         
น่าสังเกตว่า กิจการของนายจตุพรกับพวกจดทะเบียนก่อตั้งในช่วงเวลาไล่เลี่ยกันและอยู่ในช่วงพรรคไทยรักไทยเป็นรัฐบาล 
        
จากการตรวจสอบพบว่าทั้ง5 แห่งเปิดดำเนินการเพียงสั้นๆ ไม่ได้แจ้งผลประกอบการต่อกรมพัฒนาธุรกิจการค้า  และแจ้งเลิกกิจการพร้อมกันวันที่  24 ธันวาคม 2547
         
อย่างไรก็ตาม น่าสังเกตว่าทรัพย์สินของนายจตุพรและนายสถาพรที่แจ้งต่อคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)ในช่วงเวลาถัดมา มีจำนวนไม่มากนัก 

ตอนตำแหน่งระบบบัญชีรายชื่อ วันที่ 22 มกราคม 2551 นายจตุพรแจ้งทรัพย์สิน 8,050,892.2 บาท แบ่งเป็น
เงินฝาก 5 บัญชี 2,599,939.46 บาท , โรงเรือนและสิ่งปลูกสร้าง บ้านเลขที่ 99/92 หมู่ 4 แขวงคลองถนน เขตสายใหม่ กรุงเทพฯ  2,700,000 บาท   , รถยนต์ 2 คัน  ทะเบียน สอ.2535 กรุงเทพมหานคร 1,750,800 บาท คันที่ 2 ทะเบียน ชศ 2535 กรุงเทพมหานคร มูลค่า 999,312 บาท   รวมมูลค่า  2,750,122 บาท  ไม่มีทรัพย์สินอื่น
หนี้สิน เงินกู้จากธนาคารและสถาบันการเงินอื่น 2,750,112 บาท (หนี้สินมีจำนวนเท่ากับมูลค่ารถยนต์)

บุตรที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ (นอกสมรส)  1 คน  เพศหญิง (ขณะอายุ 8 ปี ที่อยู่แจ้งว่า 31/1 หมู่ที่ 77 ซอยริมคลองบางกอกน้อย แขวงศิราราช เขตบางกอกน้อย กรุงเทพฯ) มีเงินฝาก ธนาคารออมสิน 1 บัญชี    840.96 บาท
เบ็ดเสร็จมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 5,300,780.2 บาท
       
ขณะที่นายสถาพร มณีรัตน์ ตอนรับตำแหน่ง ส.ส.ลำพูน พรรคเพื่อไทย วันที่ 22 มกราคม 2551 แจ้งมีทรัพย์สิน 714,592,59 บาท ประกอบด้วย เงินฝาก 384,592.59 บาท ที่ดิน 2  แปลง (อ.ป่าซาง จ.ลำพูน)  เนื้อที่ 5-0-28 ไร่  หนี้สิน 911,298.74 บาท นางลาวรรณ ภรรยา มีทรัพย์สิน 3,302,519.18 บาท  ประกอบด้วยเงินฝาก  1,627,519.18 บาท ที่ดิน 1 แปลง (อ.บ้านธิ จ.ลำพูน) 0-1-69 ไร่ รถยนต์ 3 คัน 1,530,000 บาท  หนี้สิน 1,170,592 บาท บุตรไม่บรรลุนิติภาวะ มีเงินฝาก 244.08 บาท และที่ดิน 1 แปลง เนื้อที่ 0-0-66 ไร่ มูลค่า 25,000 บาท  รวมทรัพย์สินทั้งหมด 4,042,355.85 บาท เบ็ดเสร็จมีทรัพย์สินมากกว่าหนี้สิน 1,960,465.11 บาท

 

Tags : จตุพร พรหมพันธุ์ ไทยรักไทย

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 4

    PUCCAPUCCA

    กระบวนการ ยักย้ายถ่ายเท..เล่นกลกับตัวเลข..เปิดบริษัทนั่นนี่นุ่น...โดยไม่เคยดำเนินกิจการจริงนั้น...เป็นที่นิยมกันอย่าง..แพร่หลายของคนจำพวกนึง..ที่ได้รับเงินมาอย่างอธิบายที่มาที่ไปของเงินไม่ได้..

    สมัยนึง..วิธีการแบบนี้ มักจะทำกันในหมู่ ชนชั้นนำ ที่รู้ในกลวิธีดังกล่าว...แต่สมัยนี้ วิธีการดังกล่าวนี้..นิยมใช้ไปทั่ว...พ่อค้ายาเสพติด...เจ้าพ่อบ่อนพนัน...เจ้าพ่อหวยและโต๊ะบอล....คือ ดูแล้ว คนที่นิยมใช้วิธีการ แบบนี้ ไม่ใช่ ปุถุชนคนดีอะไรเลย....ล้วนเป็นบรรดา นักเลงเจ้าพ่อ และคนโกง ที่เป็นบ่อนทำลายสังคมไทยทั้งนั้น

    การเสนอให้เห็นภาพดังกล่าว..ก็ทำให้คนในสังคมไทยเห็นอะไรกันชัดขึ้นบางประการว่า...โจร เสือ พ่อค้ายา เจ้าของบ่อน เจ้ามือพนันบอล....ก็เป็นคนจำพวกเดียวกัน กับ นักการเมืองนั่นเอง...

    และคงไม่ต้องอธิบายละมั้ง...ถึงความหมายของนักการเมือง....ว่าหมายความว่าอย่างไร...

  • ความเห็นที่ 3

    Silver

    NuttelPantip คุณโง่นี่หว่า ต่อให้เป็นตาสีตาสาถ้าพบว่ามีเงินในบัญชีแต่ไม่สามารถแจกแจงรายละเอียด ก็อายัติได้ เพราะจะอาจจะเป็นการฟอกเงิน ยิ่งถ้าเป็นนักการเมือง ต้องโดนตรวจสอบเป็นธรรมดา จตุพรไม่มีรายได้ที่แน่นอน ไหงมีเงินตั้ง 8 ล้าน

  • ความเห็นที่ 2

    NuttelPantip

    สมัยไทยรักไทย จตุพรไม่ได้เป็นข้าราชการการเมือง ไม่ได้มีตำแหน่งทางการเมือง ไปตรวจสอบเพื่ออะไรไม่ทราบ จุดประสงค์ของการแจ้งบัญชีทรัพย์สิน ประเด็นหลักคือ ก่อนเข้ารับตำแหน่งมีทรัยพ์สินเท่าไหร่ หลังจากออกจากตำแหน่ง มีทรัพย์สินเพิ่ม หรือ ลด เท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะมุ่งประเด็นไปในแง่ทรัพย์สินเพิ่ม เพราะเพิ่มเพราะอะไร ต้องมีที่ไปที่มา ถ้าเพิ่มโดยไม่มีที่มานั่นหมายถึงคุณรับเงินใต้โต๊ะ หรือ รับผลประโยชน์ ประเด็นเรื่องนี้จึงเป็นเรื่องที่ขุดขึ้นมาโดยไร้ประโยชน์ แค่เล่นงานดิสเครดิตทางการเมืองเท่านั้น

  • ความเห็นที่ 1

    newpoliticsparty

    ถ้า ปฏิวัติครั้งนี้ ขอให้ ตรวจสอบนักการเมืองจากปัจจุบัน ยันไปอดีต ว่า ทรัพย์ที่มีกับ ภาษีที่จ่ายเข้ารัฐ สอดคล้องกันหรือไม่ ถ้าไม่ ให้แจ้งที่มาของทรัพย์ ถ้าแจ้งไม่ได้ หรือเป็นที่น่าสงสัย ยึดเข้าคลังหลวง ถ้าทำได้ จะได้เสียงสนับสนุนจาก ปชช ล้นหลามแน่ ๆ อีกอย่าง ถ้าทรัพย์ของนักการเมือง ไม่ได้แจ้ง ปปช แต่มี ปชช แจ้ง แล้วพิสูจน์ได้ว่า ทรัพย์นั้นเป็นของนักการเมืองจริง ๆ มูลค่าทรัพย์กึ่งหนึ่งให้ ปชช ผู้แจ้งเป็นรางวัล เพียงแค่นี้ นักการเมืองก็ขนหัวรุกกันถ้วนหน้าแล้ว

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

AD Position a2

advertisement

advertisement