"ชวน"เชื่อรัฐประหาร ไม่มีแล้ว ไม่มีเหตุผล นอกจากมีการปลุกระดมเพื่อพูดให้เสียหายฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง ยกตัวอย่าง ทำให้ทหารเสียหาย
เมื่อเวลา 11.30 น. ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายชวน หลีกภัย ประธานสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวถึงกรณีหากพรรคเพื่อไทยชนะการเลือกตั้งแล้วอาจจะเกิดการปฏิวัติรัฐประหารว่า ปัญหานี้ไม่มีแล้ว มันไม่มีเหตุผล นอกจากจะมีการปลุกระดมเพื่อพูดให้เสียหายต่อฝ่ายใดฝ่ายหนึ่ง เช่นต้องการทำให้ทหารเสียหาย หรือคนพูดต้องการให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งรับความเสียหาย เพื่อส่งเสริมตัวเองขึ้นมาเท่านั้น
"ผมว่าแม้กระทั่งคำถามเช่นนี้ก็ไม่น่าจะเกิดขึ้น เพราะมีการเดินมาถึงกระบวนการที่จะต้องไปเลือกตั้ง จะไปตั้งคำถามสมมติว่ามันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้มันสมมุติได้แต่ในความเป็นจริงไม่ควรที่จะเป็นเรื่องที่จะนำมาพูดกันอีกแล้ว เพราะมันมาถึงการเลือกตั้ง ถึงขั้นนี้แล้ว ส่วนใครที่จะได้ที่หนึ่ง หรือที่สองก็ให้เป็นไปตามเสียงของประชาชน การตั้งรัฐบาลก็จะเป็นไปตามปกติของกระบวนการ เพราะรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตยใช้เสียงข้างมาก ใครรวมเสียงข้างมากไม่ได้ รัฐบาลก็อยู่ไม่ได้" นายชวน กล่าว
เมื่อถามย้ำว่า หากพรรคเพื่อไทยได้เสียงข้างมากแล้วรวมเสียงพรรคร่วมไม่ได้ แต่พรรคประชาธิปัตย์สามารถรวมเสียงข้างมากได้ ในฐานะที่เป็นพรรคลำดับที่สอง เกรงกันว่าจะเกิดความวุ่นวายเกิดขึ้น นายชวน กล่าวว่า ในหลักก็เป็นหลักของมันอยู่วันยังค่ำ คือหลักที่ว่าใครได้เสียงข้างมากก็ควรได้จัดตั้งรัฐบาล แม้ไม่ได้เป็นกฎหมายแต่ก็เป็นธรรมเนียมปฏิบัติ
ดักคอ “เสื้อแดง” ไม่ได้ดั่งใจอย่าออกป่วน
เมื่อถามย้ำอีกว่า พรรคเพื่อไทยพยายามปลุกคนเสื้อแดงว่า ถ้าเกิดถึงวันนั้น ให้สวมเสื้อแดงออกมาแสดงพลังกันเพื่อให้เกิดความวุ่นวาย นายชวน กล่าวว่า ถ้ามีเช่นนี้ก็ควรจะห้ามปราม นอกจากไม่ควรจะปลุกระดมให้ออกมาแล้วก็ควรจะห้ามไม่ให้ออกมาในช่วงการหาเสียง ไม่ควรไปรบกวนฝ่ายอื่น เช่นการทำลายป้าย โห่ร้องขับไล่ฝ่ายอื่น
"ผมอยู่ที่นราธิวาส ยังชมชาวบ้านคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้เลย ตอนที่คุณยิ่งลักษณ์ไปนราธิวาส ทั้งๆที่พี่ชายคุณยิ่งลักษณ์คือสาเหตุของการนองเลือดในพื้นที่ภาคใต้ แต่ชาวบ้านเองไม่ได้แสดงออกต่อต้านในลักษณะที่รุนแรง ไม่มีการปาสิ่งของ ไม่ด่าหรือออกมาประท้วงใดๆ เป็นรื่องที่น่าชื่นชม ผมไปปราศัยก็กล่าวชมคนใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ เพราะพี่น้องเหล่านั้นเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากนโยบายโจรกระจอกของคุณทักษิณ ที่วันนี้เขาเองออกมารับสารภาพเมื่อสองสัปดห์ที่แล้วว่า เป็นความพลาดของเขาที่ไปใช้กำปั้นเหล็กกับพี่น้องมุสลิม แต่คนในพื้นที่กลับไม่ได้ออกมาตอบโต้คุณยิ่งลักษณ์ที่เป็นโคลนนิ่งตัวแทนของคุณทักษิณ ซึ่งผมก็บอกชาวบ้านว่า เราจะพอใจหรือไม่ก็ให้เก็บเอาไว้แล้วไปแสดงออกตอนเลือกตั้งดีกว่าไปใช้วิธีรุนแรง เพราะถ้าใช้วิธีรุนแรงแล้วที่สุดก็จะไม่จบ มันก็จะมีการโต้ตอบอย่างที่คนเสื้อแดงใช้กันทุกวันนี้ ซึ่งคิดว่าเรื่องนี้พรรคเพื่อไทยเองควรจะห้าม ไม่ควรปล่อย" นายชวน กล่าวย้ำ
นายชวน กล่าวอีกว่า พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรีจะบอกว่าไม่เกี่ยวข้องกับคนเสื้อแดงไม่ได้ เพราะในอดีตพ.ต.ท.ทักษิณเคยมีคำให้สัมภาษณ์ที่บอกว่าสามารถเชื่อมโยงกันได้ชัดเจน อาทิ เคยบอกส.ส.ไปดูแลคนเสื้อแดง ตนยังจำได้เพราะคุณทักษิณเขาพูดชัดเจน วันนั้นเป็นเรื่องที่ทุกคนยอมรับว่าเขาเลี้ยงคนเสื้อแดงอยู่ มีการพูดติดตลกว่า ถ้าส.ส.ไปกินก๋วยเตี๋ยวแล้วต้องจ่ายเงินเอง แต่ถ้าคนเสื้อแดงพ.ต.ท.ทักษิณจะดูแล ดังนั้นตนมองว่า พ.ต.ท.ทักษิณ สามารถห้ามคนเสื้อแดงได้ ไม่ให้ใช้วิธีการทำลายแผ่นป้ายหาเสียงได้ อย่างในภาคอีสานนั้นกว่า 90 % ที่ป้ายหาเสียงของพรรคประชาธิปัตย์ถูกทำลาย แต่ในภาคใต้ที่กลับไม่พบการทำลายป้ายหาเสียงของพรรคอื่นๆ
เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่าในการตั้งรัฐบาลมีการใช้หลักเสียงข้างมาก แต่ก็เป็นไปได้ที่จะเปิดโอกาสให้ฝ่ายอื่นเข้ามาช่วยจัดตั้งรัฐบาลหรือไม่ นายชวน ถามกลับว่า ฝ่ายอื่นหมายถึงใคร ผู้สื่อข่าวตอบว่า หมายถึงใครก็ได้ หรือคนที่มีบารมี มีปืน ก็ได้ นายชวน ตอบว่า “ โอ้โฮ มันหมดไปแล้วเพราะเดี๋ยวนี้การเลือกนายกรัฐมนตรี เขาเลือกกันในสภา มีการขานชื่อ ใครจะมาจี้ให้ลงชื่อเหมือนสมัยก่อนไม่มีแล้ว สมัยก่อนอาจจะจี้หัวหน้าพรรคให้ลงชื่อเลือกพรรคนั้น พรรคนี้ แต่เดี๋ยวนี้ ทำไม่ได้แล้ว แม้กระทั่งครั้งหลังสุดที่ผ่านมาก็ทำไม่ได้ อย่างกรณีนายสมัคร สนุทรเวช นายสมชาย วงศ์สวัสดิ์ ที่เป็นนายกรัฐมนตรีก็แข่งขันกันมา ในสภาเดียวกับนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ
ยันปชป. ไม่จำเป็นต้องคุยทหารก่อนตั้งรัฐบาล
เมื่อถามย้ำว่า เมื่อปี 2551 มีการเกณฑ์แกนนำพรรคร่วมขึ้นรถตู้ไปหารือที่หนึ่งก่อนตั้งรัฐบาล นายชวน ตอบว่า “ผมไม่ทราบว่าไปขึ้นรถตู้หรือรถอะไร แต่ความจริงแล้ว ผมว่าทำไม่ได้ ถ้านักการเมืองเป็นตัวของตัวเอง หรือจะไปบังคับให้เขาเป็นอย่างนั้น อย่างนี้ ไม่ได้ เมื่อถามว่า ก่อนมีการจัดตั้งรัฐบาลจะมีการไปขอคำแนะนำจากเหล่าทัพหรือกองทัพ หรือไม่ นายชวน ตอบว่า ไม่ทราบต้องไปถามพรรคการเมืองนั้นๆ แต่ถ้าเป็นพรรคประชาธิปัตย์ ไม่ต้องไปปรึกษาใคร ขอให้ไปถามพรรคอื่น และมีเหตุผลอะไรที่จะต้องไปถาม เมื่อผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เมื่อปี 51 มีการไปขอคำแนะนำจากทหาร นายชวนถามกลับว่า นั่นสิ เมื่อปี 51เหตุผลมีทหารมาลงคะแนนด้วยไหม อันนี้ต้องไปดูเหตุผลความเป็นจริง และต้องเข้าใจเจตนาคำถามว่าถามเพื่ออะไร แต่ตนคงไม่เป็นเหยื่อไปด่าพรรคการเมืองอื่น เพราะจริงๆ ตนเห็นว่าเมื่อเลือกตั้งปี50 เสร็จลง นายสมัคร สุนทรเวช ก็เป็นนายกฯ ก็ไม่มีใครว่าอะไร หรือจากนั้นท่านสมชาย วงศ์สวัสดิ์มาเป็นนายกฯก็ไม่มีใครว่าอะไร แต่พอนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ มาเป็นนายกฯ ก็มีปัญหาเลย อันนี้ก็ต้องให้ความเป็นธรรมว่ามีความต่างกันอย่างไร
อ้างพรรคร่วมฯ บอกมีเรื่องหนึ่งรับ"ทักษิณ"ไม่ได้
“ผมก็เคยคุยว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนไป เขาก็เล่าให้ฟังว่าทำไมเขาถึงเปลี่ยนความคิดจึงได้ออกจากคุณทักษิณ เขาก็พูดตรงๆว่า มันขาดสะบั้น ในวันที่คุณทักษิณไปพูดถึงเรื่องหนึ่ง แล้วก็พังกันไปในวันนั้น ที่ผมถามเพราะแปลกใจและไม่ชอบนักการเมืองที่ย้ายพรรคสังกัด เปลี่ยนอุดมการณ์ ซึ่งเขาก็บอกว่าเขาเองไม่เคยคิดที่จะเปลี่ยน แต่วันหนึ่งคุณทักษิณ พูดเรื่องๆหนึ่ง มันก็ขาดสะบั้นไป อุดมการณ์ไปกันคนละทิศ เรื่องอื่นไปได้ แต่เรื่องนี้ไปไม่ได้ อันนี้คือ ข้อเท็จจริงที่พูดคุยกัน ” นายชวน กล่าว
บอกสื่อรู้ดีคืออะไร แต่ทำดัดจริตถาม
ผู้สื่อข่าวถามย้ำว่า เรื่องหนึ่งที่ยอมรับไม่ได้คือเรื่องอะไร นายชวน กล่าวว่าสื่อรู้กันอยู่แล้ว แต่ดัดจริตทำเป็นไม่รู้ ทำเป็นตั้งคำถามและให้คนอื่นเขาตอบ แต่ความจริงพวกคุณรู้คำตอบ และตอบได้มากกว่าตน เพราะอยู่ใกล้ชิดกกว่า เมื่อถามต่อว่า นายชวน น่าจะรู้มากกว่า นายชวน กล่าวย้อนว่า ตนไม่รู้อะไรมาก ถ้าได้ฟังด้วยหูตัวเองก็จะไม่กล้าพูด แต่เมื่อได้ฟังกับหูตัวเองก็เลยเข้าใจว่า ความจริงก็อยากรู้เช่นกันว่า อยู่ร่วมกันมาดีๆ แล้วมาขาดสะบั้นกันตอนไหน ซึ่งเขามาเล่าให้ฟังว่า ความจริงไม่มีเรื่องขัดแย้งอย่างอื่นเลย แต่พอถึงเรื่องนี้พูดปั๊บ ก็ขาดเลยแต่ตนขอไม่พูด ไม่อยากเป็นเหยื่อเหตุการณ์อะไรทั้งนั้น เพียงแต่จะเล่าให้ฟังว่าเหตุของการเปลี่ยนแปลงว่า ได้ยินมาอย่างไรบ้าง
ปัดตอบกกต. เฉื่อยคุมเลือกตั้ง
เมื่อถามถึงกรณีการร้องเรียนเกี่ยวกับการทุจริตเลือกตั้งที่มีร้องเข้ามามาก แต่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ยังไม่สามารถแจกใบแดง ใบเหลืองเพื่อเป็นตัวอย่างและป้องปรามการทุจริตได้ นายชวน กล่าวว่า ตนไม่มีโอกาสที่ได้ติดตามการทำงานของ กกต. จึงยังไม่ทราบเรื่องเหล่านี้ และไม่ทราบว่า กกต.มีหลักฐานที่ไหนบ้าง อย่างไร
Tags : ชวน หลีกภัย

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น