กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 6 กันยายน 2553 14:46

นายกรับฟังปชช.มาบตาพุดก่อนชุมนุม30ก.ย.

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"อภิสิทธิ์"วอนภาคประชาชนภาคตะวันออกนัดชุมนุมใหญ่30ก.ย.ปิดล้อมนิคมมาบตาพุด กดดันรัฐบาลทบทวนประกาศ11ประเภทรุนแรง แนะข้องใจขอให้คุยกัน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่ เครือข่ายประชาชนภาคตะวันออก นัดชุมนุมใหญ่ 30ก.ย. ปิดล้อมนิคมมาบตาพุดกดดันรัฐบาลทบทวนประกาศ 11 ว่า ความจริงถ้าติดใจอะไรก็สามารถที่จะมาพูดคุยได้ ตนเข้าใจว่าเข้าภาคประชาชนไปเข้าใจทำนองว่าศาลยกคำร้องสืบเนื่องมาจากตัวประกาศ และเหมือนกับว่าถ้าเราประกาศตามคณะกรรมการ4ฝ่ายจะไม่เป็นแบบนี้ ซึ่งเมื่อตรวจสอบไปแล้วปรากฏว่ามันไม่ใช่ ซึ่งตรงกันข้ามถ้าเราประกาศไปตามคณะกรรมการ4ฝ่าย จะกลายเป็นว่าจะมีโครงการที่หลุดออกไป 1 โครงการด้วยซ้ำ

ดังนั้นส่วนนี้จึงเป็นการยืนยันได้ชัดเจนว่าเวลาเราดู เราก็ไม่ได้ไปแก้ในลักษณะที่จะไปเอื้อฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด เราดูตามเงื่อนไขที่เหมาะสมและปฏิบติได้ 

ส่วนที่มีการกำหนดวันที่ 30 กันยายน เป็นวันเคลื่อนไหวด้วยการไปล้อมนิคมอุตสาหกรรมมาบตาพุดนั้น นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า คิดว่าจากวันนี้ถึงวันนั้นทุกหน่วยงานน่าจะพยายามพูดคุยทำความเข้าใจกับภาคประชาชน แต่ว่าจะเป็นยังไงก็ตามไม่ควรมีกรณีที่ไปชุมนุมเคลื่อนไหวในลักษณะที่ผิดกฎหมาย อย่างไรก็ตามรัฐบาลยินดีพูดคุยรับฟังอยู่แล้วไม่ได้มีปัญหาอะไร 

เมื่อถามว่ามีการมองว่ารัฐบาลไม่มีความจริงใจในเรื่องนี้ นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ถ้าคิดว่าเราไม่จริงใจ ขอยกตัวอย่างกรณีที่ว่าทำไมเราไปเพิ่มเงื่อนไขจนบางเรื่องเข้มงวดกว่าก็มี และเรื่องที่เราผ่อนผันลงไปก็มีซึ่งตนก็ยอมรับ แต่ทุกเรื่องสามารถอธิบายได้ เพราะฉะนั้นเป็นเรื่องซึ่งเราดูตามข้อเท็จจริง ตามมาตรฐาน และเราคิดเรามีคำตอบ 

เมื่อถามว่ามีการระบุว่าที่มีตัดตอนและการผ่อนผันเพื่อเอื้อกับปตท.และปูนซีเมนตร์จนทำให้โครงการของ 2 บริษัทนี้ผ่านไปได้ และดำเนินโครงการไปได้ นายกฯ กล่าวยืนยันว่า ไม่จริง และขอให้ดูตามข้อเท็จจริง ว่าถ้าสมมติว่าเราประกาศตาม 18 กิจการตามมติตรงนั้นในรูปแบบที่เสนอมา ไม่ได้มีผลทำให้มีโครงการไหนที่จะต้องเข้ามาสู่กระบวนการตามมาตรา 67 วรรคสองเพิ่ม และมีแต่ลดลงจาก 70 โครงการ 

"ตัวที่ปล่อยผมขอยกตัวอย่าง คือ เรื่องชลประทาน ไม่ใช่เรื่องซึ่งมาเกี่ยวข้องกับมาบตาพุด และน่าจะช่วยทำให้การแก้ปัญหาเรื่องน้ำทำได้ง่ายขึ้น แต่ถ้าเป็นเขื่อนเราก็เอาใส่ แต่ถ้าบอกว่าเป็นโครงการชลประทานเฉยๆเราก็ไม่ได้เอาใส่ อย่างนี้เป็นต้น การสูบน้ำเกลือก็ย้ำแล้วย้ำอีกว่าที่ไม่ได้ใส่เพราะเราห้ามทำเด็ดขาดไปเลย จึงไม่ต้องมายื่นขออนุญาตทำอะไรทั้งสิ้น" นายกฯ กล่าว 

เมื่อถามว่าที่ผ่านมามั่นใจหรือไม่ว่าหลังจากประกาศแล้วจะให้กติกาชัดเจนและประเทศเดินหน้าได้ แต่ถ้ายังมีความไม่เข้าใจจะกระทบกับเศรษฐกิจหรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า เบื้องต้นสัญญาณจากภาคธุรกิจและเอกชนไปในทางที่ดี เพราะมีความชัดเจนขึ้น ฉะนั้นน่าจะไปได้ ทั้งนี้ยังอยากจะชิญชวนภาคประชาชนว่าความจริงปัญหาหลักขณะนี้ไม่ใช่เรื่องของประกาศอันนี้ ปัญหาหลักขณะนี้คืองานที่ต้องทำต่อในเรื่องของระบบที่จะดูแลชีวิตของประชาชนในพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลกำลังเร่งรัดและจะได้ประโยชน์มากในการทำงานร่วมกับภาคประชาชน คือ

1. เรื่องของการติดตั้งระบบข้อมูลที่เป็นข้อมูลปัจจุบันสามารถจะบอกได้ว่าสารพิษต่างๆในพื้นที่มาบตาพุดอยู่ในระดับไหนอย่างไร

2. ระบบของการให้บริการในสถานการณ์ฉุกเฉิน

3. เร่งรัดโครงการที่รัฐบาลอนุมัติ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องโรงพยาบาล เรื่องของการกำจัดขยะ

และ 4. เร่งหาข้อยุติร่วมกันในเรื่องของการศึกษาเกี่ยวกับความสามารถของการรองรับอุตสาหกรรมในพื้นที่ 

"มาทำงานเรื่องนี้จะเป็นประโยชน์กับประชาชนมากกว่าเยอะเลยครับ เพราะว่ากิจการตามมาตรา 67 วรรคสองหรือไม่ ผมอยากจะเรียนว่าไม่ได้เป็นการห้ามหรือให้ทำ ต่างกันเพียงแค่ระยะเวลาและกระบวนการในการทำเรื่องของมาตรฐานของสิ่งแวดล้อม ถ้าเราเขียนไม่สอดคล้องกับความเป็นจริงในทางปฏิบัติมันก็ไม่ได้เป็นหลักประกันอะไร ทำให้ปัญหาการทำงานของการพิจารณาผลกระทบหรือผลวิเคราะห์อาจจะขาดประสิทธิภาพด้วยซ้ำ"นายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า 

เมื่อถามว่าภาคประชาชนจะเข้าพบนายอานันท์ ปันยารชุน หลังจากมีการประกาศประเภทกิจการไปแล้ว ได้มีการพูดคุยกับนายอานันท์หรือยัง นายกฯ กล่าวว่า ยัง แต่คิดว่าก็เป็นสิ่งที่ดีถ้าไปพบแล้วทำความเข้าใจในเรื่องต่างๆ

 

Tags : นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement