กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 4 กันยายน 2553 17:11

'จาตุรนต์'แนะเลิกใช้สถาบันเป็เครื่องมือทางการเมือง

นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

"จาตุรนต์”แนะเลิกใช้สถาบันเป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง เป็นการใส่ร้าย ปลุกระดมให้คนเกลียดชัง แต่ไม่มีการดำเนินคดี

มูลนิธิ 111  -นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีที่พรรคเพื่อไทยออกแถลงการณ์เสนอแนวทางปรองดอง 5 ข้อ ว่า เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมือง เพราะการปรองดองต้องมาจากทั้ง 2 ฝ่ายที่เป็นคู่ขัดแย้ง การปรองดองสามารถมาจากฝ่ายที่ถูกกระทำได้ แต่ปัญหาของการปรองดองนั้น เพราะที่ผ่านมานายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรี บอกว่าจะปรองดองกับประชาชนทั่วไปฝ่ายเดียว แต่ท่าทีของนายกรัฐมนตรี ต่อแนวทางปรองดองที่เพื่อไทยเสนอดูตอบรับมากขึ้น แต่ก็มีเงื่อนไขว่าพรรคเพื่อไทยต้องตัดขาดจากเสื้อแดงอย่างเด็ดขาด ซึ่งตนคิดว่านายกฯคงไม่พูดขนาดนั้น เพราะพรรคการเมืองทุกพรรคมีสิทธิสนับสนุนการเคลื่อนไหวที่ถูกต้อง อย่างไรก็ตามการปรองดองจะสำเร็จหรือไม่ ขึ้นอยู่กับความจริงใจของทั้งสองฝ่าย

ผู้สื่อข่าวถามว่า กรณีที่นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ระบุว่าถ้าจะปรองดองต้องให้นายจตุพร พรหมพันธ์ และกลุ่มเสื้อแดงหยุดเคลื่อนไหว นายจาตุรนต์ กล่าวว่า นายสุเทพ ชอบใช้คำพูดว่า ฝ่ายหนึ่งยื่นเท้าฝ่ายหนึ่งยื่นมือ เป็นสิ่งที่นายสุเทพ ชอบใช้มาตั้งแต่ 20 ปีที่แล้ว แต่การแสดงความเห็นขัดแย้งเป็นเรื่องธรรมดาของการเมือง เพราะแม้จะปรองดองแต่ฝ่ายค้าน ก็ต้องทำหน้าที่ตรวจสอบวิจารณ์รัฐบาลต่อไป แต่สองฝ่ายควรลดการพูดใส่ร้ายป้ายสีโดยไม่อยู่บนพื้นความเป็นจริง และรัฐบาลต้องไม่ทำให้อยู่ในสภาพแพ้ชนะให้ได้ ผู้ผิดไม่ต้องติดคุกแต่ผู้แพ้ต้องติดคุก ไม่สนใจว่าจะเกิดความยุติธรรมหรือไม่ แต่ต้องทำให้แพ้ไปข้างหนึ่ง รัฐบาลปล่อยให้เสื้อแดงเป็นฝ่ายถูกไม่ได้ เพราะถ้าเสื้อแดงถูกจะมีคนในรัฐบาลหลายคนต้องติดคุก ถ้าเดิมพันด้วยชีวิตกันอย่างนี้ จะไม่เกิดการปรองดอง แต่ต้องทำให้เกิดความยุติธรรม ให้อภัยบนพื้นฐานความถูกต้อง 

เมื่อถามว่า การปรองดอง ต้องนิรโทษกรรมด้วยหรือไม่ นายจาตุรนต์ กล่าวว่า ไม่สามารถแสดงความเห็นเรื่องนี้ได้เพราะมีส่วนได้เสีย เนื่องจากถูกตัดสิทธิเพิกถอนทางการเมือง แต่การจะทำให้สังคมเดินไปข้างหน้า จะมุ่งให้ตายกันไปข้างหนึ่ง สังคมไปไม่รอด รัฐบาลต้องฟังความคิดเห็นจากหลายฝ่ายด้วย 

ส่วนกรณีเรื่องสถาบันที่ผ่านมาเป็นเพียงการใส่ร้าย ปลุกระดมให้คนเกลียดชัง แต่ไม่มีการดำเนินคดี ควรเลิกใช้สถาบันเป็นเครื่องมือโจมตีทางการเมือง เพราะทำให้เกิดความเสียหายต่อสถาบัน รัฐบาลควรมีท่าทีต่อเรื่องนี้อย่างเหมาะสม ควรมีการตั้งโต๊ะพูดคุยภายใน โดยมีคนกลางมาร่วมหารือ และสามารถนำบทเรียนการแก้ปัญหาจากต่างประเทศมาปรับใช้ให้เหมาะสม ไม่ควรพุ่งเป้าไปที่พ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี เพียงคนเดียว เพราะจะกลายเป็นความขัดแย้งบานปลายไม่สิ้นสุด เมื่อแต่ละฝ่ายแสดงเจตนารมย์ว่าต้องการปรองดอง แต่ละฝ่ายต้องปรับให้มีเอกภาพ เพราะเป็นปัญหาเดิม คือรัฐบาล นายกรัฐมนตรี ใช้คนส่วนหนึ่งเจรจาแต่ฝ่ายความมั่นคงไม่รู้เรื่องด้วย ส่วนเสื้อแดงก็พูดสวนทางกัน และระหว่างสองฝ่ายให้มีความใกล้ชิดกันมากขึ้น 

ผู้สื่อข่าวถามว่า ข้อเสนอของคณะกรรมการพิจารณาแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ที่มีนายสมบัติ ธำรงค์ธัญญวงศ์ เป็นประธาน สรุปแนวทางแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งระบบเขตเลือกตั้ง และมาตราที่เกี่ยวกับการยุบพรรคว่า เรื่องระบบเขตเลือกตั้งไม่ใช่ประเด็นใหญ่ของรัฐธรรมนูญ แต่เป็นประโยชน์ มากขึ้นคล้ายรัฐธรรมนูญ 40 ที่ให้เลือกตั้งเขตเดียวคนเดียว ส่วนบัญชีรายชื่อ ก็มีบางประเทศใช้เป็นบัญชีเดียว 

ส่วนการยุบพรรคเห็นว่าข้อเสนอของคณะกรรมการมีความพยายามลดปัญหา กติกาที่มุ่งทำลายนักการเมืองคนเดียวทำผิดลงโทษทั้งพรรค ซึ่งรุนแรงมาก เพราะเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง ไม่ให้ยุบพรรคง่าย ๆ เป็นการเน้นลงโทษที่บุคคล แต่เพิ่มเวลาการเพิกถอนสิทธิ จาก 5 ปี เป็น 10 ปี ซึ่งขัดต่อเสรีภาพในระบอบประชาธิปไตย ทำให้เกิดพลเมืองชั้น 2 ตรงนี้ควรเน้นการลงโทษทางอาญาถ้าผิดจริง

นายจาตุรนต์ กล่าวว่า อย่าไปลงโทษเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง เพราะเป็นการลงโทษที่ป่าเถื่อน และมองว่า ความพยายามของคณะกรรมการชุดนี้ดีกว่าที่คาดคิดไว้ แต่ยังจับประเด็นเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งไม่รู้ว่า ส.ส.จะเอาด้วยหรือไม่ แต่ถ้าเสนอรายละเอียดออกมาทั้งหมด ก็อยากให้ทุกฝ่ายพิจารณาหาก สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญปี 40 ก็น่าจะรับได้ แต่น่าเป็นห่วงส.ส.พรรคประชาธิปัตย์ ที่มีมติพรรคค้ำไว้ว่าจะแก้รัฐธรรมนูญแม้แต่มาตราเดียว ซึ่งถ้าไม่แก้รัฐธรรมนูญ การเลือกตั้งครั้งต่อจะเป็นการเลือกตั้งภายใต้กติกาที่ไม่ยุติธรรม

Tags : นายจาตุรนต์ ฉายแสง อดีตรักษาการหัวหน้าพรรคไทยรักไทย

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Cancer Foods

    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศอันตราย บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง
    Fast Food จากต่างประเทศ มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นจำนวนมาก
    ไขมันทรานส์ จะเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดเลว และ ลดระดับของโคเลสเตอรอลชนิดดีให้ลดลง
    ไขมันทรานส์ เป็น ไขมันที่ทำให้ ผนังเส้นเลือดจะสะบักสะบอม เต็มไปด้วยคราบไขอุดตัน
    Big Mac แฮมเบอเกอร์ มีไขมันทรานส์ 1.5 กรัม
    เฟรนช์ฟราย (french fries) ขนาดใหญ่ 170 กรัม มีไขมันทรานส์ 8 กรัม
    ไขมันทรานส์ มีใน "อาหารสำเร็จรูป จากต่างประเทศ" และ "Fast Food จากต่างประเทศ"
    Fast Food จากต่างประเทศ บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง

    (1.) แฮมเบอร์เกอร์ จัดเป็นอาหารประเภทที่ “มีความเสี่ยงสูง” เพราะเวลาที่สูญเสียไปในระหว่างรอกระบวนการนำ “เนื้อ” มาใช้ปรุงทำให้มี “แบคทีเรีย” เกิดขึ้นได้สูง ทำให้จำเป็นต้องมีการใช้ “สารเคมีสีแดง” มาช่วยกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าเสีย ทำให้เนื้อแดงเปลี่ยนเป็นเขียว นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่ “สารปรุงรส”(MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ โดย “MSG” เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย
    มีสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

    (2.) ฮอทด็อก

    เป็นอีก “เมนูอันตราย” เพราะมีกระบวนการผลิตคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ และ “ฮอทด็อก” ทั้ง หมดยังใส่ “สารไนไตรท์” เพื่อช่วยทำให้เนื้อยึดตัวและช่วยเติมไส้กรอกให้เต็ม โดย “สารไนไตรท์” เป็นสารที่ทำให้เกิด “โรคมะเร็ง” ในกระเพาะอาหาร มะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ “ถุงหลอด” ที่ใช้บรรจุฮอทด็อก ก็ทำจาก “คอลลาเจนสังเคราะห์” ที่เป็นสารก่อให้เกิด “โรคมะเร็ง” ได้สูง มีไขมันที่เป็นสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40% เมื่อนำ ไปปิ้งย่าง มันจะทำให้มี “สารพิษร้ายแรง” ที่เรียกว่า “อะคริลิไมด์” (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และ “ทำลายประสาท” นอกจากนี้
    ไส้กรอก และ หมูแฮม ยังทำให้คนที่บริโภค เข้าไป เกิดโรคอ้วนด้วย

    (3.) เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง” โดยการทอด “เฟร้นช์ฟราย” ใช้อุณหภูมิสูงทำให้มี “สารอะคริลิไมด์” ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
    ออกมา นอกจากนี้ “น้ำมัน” ที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ “ออกซิไดซ์” ในมันฝรั่งยังมี “ดรรชนีกลีซิมิค”(Glycemic) อยู่สูงมาก…..นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็ว มาก

    (4.) พิซซ่า
    “พิซซ่า” ประกอบด้วยอาหารที่มาจากการ “ตัดแต่งพันธุกรรม” 5 ชนิด คือ…..1.”เนยแท้”(cheese) เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเรียกว่าเนยแท้ได้เลย…..2.”แป้ง” ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโม เลกุลที่เคยมีอยู่เข้าไปใหม่…..3.”ซอสมะเขือเทศ” ทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศที่สร้าง “ยาฆ่าแมลง” ของมันขึ้นมาได้เองในร่างกายของท่าน…..4.”แป้งสาลี” ชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม…..5. มี “น้ำมันฝ้าย” ประกอบอยู่ โดยฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้ในฝ้ายเมล็ดจะเป็นตัวดูดเอาสาร พิษต่างๆเอาไว้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณะสุข ต่างไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันที่จะรับรองว่ามันปลอดภัยต่อการบริโภค ได้หรือไม่ มันไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่มันเป็น “น้ำมันไฮโดรจีเนต” และมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ “ผิวหน้าแป้งพิซซ่า” ที่อบปิ้งในอุณหภูมิสูง อาจมี “สารอะคริลิไมด์” เกิดขึ้นด้วย ขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่า “เพ็พเปอโรนิ” หรือเพิ่มหน้าไส้กรอกทำให้มีความเสี่ยงสูงจาก “ไนไตรท์” สารกันบูดและสารเคมีอื่นๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน

    (5.) ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก
    เป็นเมนู ที่ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว การรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไปจะให้พลัง งาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส “MSG” ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ “นัคเก็ตชิคเก้น” บางอันจะมี “สารอะลูมิเนียม” ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย

    (6.) โดนัท
    โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัท 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้โดนัทยังทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งน้ำมันประเภทนี้จะทำให้มีกลิ่นหืนและมีสารอนุ มูลอิสระเกิดขึ้น ทำให้เกิดสารพิษและทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น

    (7.) ไอศกรีม
    มีไขมันอยู่สูงมากเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีน้ำตาลอยู่มากทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยน(Transfat) ไปจากธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน ทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

    (8.) น้ำอัดลม
    สารตัวสำคัญที่มีอยู่ใน “น้ำอัดลม” คือ “กรดกำมะถัน”(Phosphoric acid) ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน กรดที่สะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ “น้ำโซดา” ที่เป็นส่วนประกอบอีกตัวของน้ำอัดลมจะเป็นตัวชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก จนทำให้เกิด “โรคกระดูกพรุน”
    นอกจากนี้ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะมี “น้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน” อยู่ 12 ช้อนชา ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว หรือ Diet soda ที่ใช้ “น้ำตาลเทียมสังเคราะห์”(Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลธรรมดามาก ขณะที่ “สี” ที่ใช้เติมในน้ำอัดลม ยังเป็น “สารก่อมะเร็ง” ด้วย

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement