"กษิต"ระบุผลเยือน"มอเตเนโกร"เพื่อหาตลาดใหม่ร่วมมือการลงทุน ด้าน"นพดล"ยันไม่มีใครเชื่อ เย้ยเลิกฝันเอาตัว"ทักษิณ"กลับไทย
นายกษิต ภิรมย์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ กล่าวว่ามอนเตเนโกรอยากให้ต่างชาติเข้ามาร่วมลงทุนให้เป็นท่าเรือระดับโลก เดิมนั้นไทยพึ่งตลาดส่งออกอเมริกาเหนือ ญี่ปุ่น และตะวันตก แต่ปัจจุบันนี้รัฐบาลมีนโยบายหาตลาดใหม่ ซึ่งมองไว้ 3-4 ตลาด คือ อดีตสหภาพโซเวียต ตะวันออกกลาง ยุโรปใต้ และแอฟริกา จึงออกไปดูลู่ทางอย่างต่อเนื่องรวมถึงในส่วนของยุโรปตะวันออก และยุโรปตะวันออกเฉียงใต้ที่เราต้องการหาจุดศูนย์กลางในการขนส่งและกระจายสินค้าเข้าภูมิภาคนี้ ซึ่งมอนเตเนโกรก็เป็นหนึ่งในประเทศที่เรามอง เพราะมีที่ตั้งติดทะเลเอเดรียติกที่ติดกับทะเลเมดิเตอเรเนียน และออกสู่มหาสมุทรแอตแลนติกขณะที่อีกฝากหนึ่งก็ผ่านคลองสุเอซไปยังมหาสมุทรอินเดีย
"ทั้งยังมีเป้าหมายที่จะเข้าเป็นสมาชิกสหภาพยุโรป(อียู)ในเวลาอันใกล้ ซึ่งการเข้าเป็นสมาชิกของประเทศเกิดใหม่เหล่านี้จะได้รับสิทธิพิเศษที่จะทำให้เราสามารถกระจายสินค้าไปยังประเทศสมาชิกอียูอีกยี่สิบกว่าประเทศได้ด้วย"นายกษิต กล่าว
นายกษิต กล่าวต่อว่า มอนเตเนโกรยังต้องการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยว อุตสาหกรรมการเกษตร สิ่งทอ ไฟฟ้า สินค้าอุปโภคบริโภค ทั้งยังจะเปิดให้มีการประมูลเพื่อสำรวจก๊าซและน้ำมันในทะเล หลังจากนี้จะทำข้อมูลที่ได้ทั้งหมดไปรายงานให้คณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ(กรอ.) และคณะอนุกรรมการส่งเสริมการลงทุนไทยในต่างประเทศได้รับทราบถึงโอกาสและลู่ทางในการลงทุนที่มีอยู่ด้วย
ฝ่ายมอนเตเนโกร มองมาที่ไทยเพราะที่ตั้งทางภูมิศาสตร์ในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เป็นจุดที่จะเข้ามาในภูมิภาคได้ซึ่งตอบสนองซึ่งกันและกัน และเพื่อปูพื้นฐานความร่วมมือก็จะมีการทำความตกลงราว 5 ฉบับว่าด้วยเรื่องการยกเว้นการตรวจลงตราหนังสือเดินทางทูตและราชการ เรื่องการปรึกษาหารือทางการเมือง เรื่องคณะกรรมาธิการร่วมทางเศรษฐกิจ การยกเว้นภาษีซ้อน การคุ้มครองและส่งเสริมการลงทุน ขณะที่ฝ่ายมอนเตเนโกรได้เสนอให้ขยายความร่วมมือในเรื่องข่าวกรองการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ และการฟอกเงินด้วย
"นพดล"เย้ย"กษิต"เลิกฝันเอาตัว"ทักษิณ"กลับไทย
นายนพดล ปัทมะ ที่ปรึกษากฎหมายพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวกรณีนายกษิต ภิรมย์ รมว.ต่างประเทศ เดินทางไปเยือนประเทศมอนเตเนโกรว่า แม้การเดินทางครั้งนี้นายกษิตอ้างว่าเป็นการเดินทางไปคุยเรื่องทั่วไป ไม่มีกรณีพ.ต.ท.ทักษิณ แต่คงไม่มีใครเชื่อ คงหวังที่จะให้รัฐบาลมอนเตเนโกร ส่งตัวพ.ต.ท.ทักษิณ กลับมาในฐานะผู้ร้ายข้ามแดน ซึ่งเรื่องนี้รัฐบาลมอนเตเนโกร ยืนยันว่าจะไม่ส่งกลับแน่นอน อีกทั้งวันนี้พ.ต.ท.ทักษิณ เป็นประชาชนและถือพาสปอร์ตมอนเตเนโกร ทั้งนี้ปฏิบัติการณ์ไล่ล่าอดีตนายกฯอย่างสุดขอบฟ้ายังมีต่อไป เพียงแต่เปลี่ยนจากนายพนิช วิกิตเศรษฐ อดีตผู้ช่วยรัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศ เพราะตอนนี้นายพนิช มาเป็นส.ส.ประชาธิปัตย์แล้ว มาเป็นนายกษิตแทน
"ถามว่า เป็นธรรมหรือไม่กับการไล่ล่าคนๆเดียว ต้องนำภาษีคนเสื้อแดง เสื้อเหลือง ข้าราชการกระทรวงต่างประเทศ และสถานทูตต่างๆ ตราบใดที่ยังมีการไล่ล่า ทัศนคติผู้นำของไทยเรื่องความปรองดอง คงยังไม่เกิดขึ้น "นายนพดล กล่าว
นายนพดล กล่าวต่อว่า กรณีกระแสข่าวพ.ต.ท.ทักษิณ ป่วยเป็นมะเร็งหรือสื่อมวลชนบางสำนักระบุถึงขั้นว่า ตายไปแล้ว นั้นยืนยันว่าไม่มีแน่นอน พ.ต.ท.ทักษิณยังสุขภาพแข็งแรงดี ไม่ได้ป่วยเป็นมะเร็ง หรือมะเส็งอะไรทั้งนั้น นายเทพไท เสนพงศ์ โฆษกประจำตัวหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ในช่วงที่อดีตนายกฯทวิตเตอร์ข้อความมาก็บอกว่าป่วย ไม่ทวิตเตอร์ ก็บอกว่าป่วย เลยไม่รู้จะเอาอย่างไร พ.ต.ท.ทักษิณ นิ่งเงียบหายไปไม่ได้ป่วย แต่เพราะอดีตนายกฯอยากให้ความปรองดองเกิดขึ้นอย่างแท้จริง และจะได้ไม่ถูกนำมาเป็นข้ออ้างว่าเป็นอุปสรรคในการแก้ไขปัญหา การเดินทางไปต่างประเทศมี 2อย่าง คือ 1.ไปพบปะผู้นำประเทศต่างๆ 2.เพื่อหาโอกาสการค้า การลงทุน
นายนพดล กล่าวพร้อมกับแสดงสำเนาภาพสี พ.ต.ท.ทักษิณ 2 ภาพ ว่า ภาพแรกเป็นการเดินทางเมื่อเร็วๆนี้ เพียงแต่ไม่ได้ระบุวัน เวลาของภาพ แต่เป็นภาพจริง ไม่มีการตัดต่อ โดยพ.ต.ท.ทักษิณ เดินทางไปพบนายเนลสัน แมนเดอล่า อดีตประธานาธิบดีแอฟริกาใต้ พ.ต.ท.ทักษิณไปพบนายแมนเดอล่า เพราะเคยได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ ไปแลกเปลี่ยนประสบการณ์เรื่องความปรองดองในอดีต แอฟริกาใต้มีการเลือกปฏิบัติ นายเนลสัน แมนเดอบล่า ได้ต่อสู้เรื่องการเหยียดสีผิวมาโดยตลอด อดีตนายกฯไปพบเพื่อสร้างความปรองดอง เพื่อที่จะนำมาใช้ในประเทศไทย ซึ่งประเทศนั้นเน้นเรื่องความปรองดองมากกว่าไล่ล่า แต่ไทยตอนนี้ปรองดองน้อยไปหน่อย การแก้แค้นเยอะไป ดังนั้นเราต้องหันมาปรับเปลี่ยนทัศนคติผู้มีอำนาจในประเทศเพื่อให้เกิดความปรองดองอย่างแท้จริง

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น