"ธาริต"เผยอัยการสั่งสอบพนักงานพิทักษ์ทรัพย์-ก.ล.ต. เพิ่ม 9 ประเด็น คดีทีพีไอโพลีน ไซฟ่อนเงิน ยันเป็นขั้นตอนสอบสวนตามปกติ
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวว่า ในช่วงเช้าวันนี้ (30 ส.ค.) ตนได้รับหนังสือจากนายธนพิชญ์ มูลพฤกษ์ อัยการฝ่ายคดีพิเศษ สำนักงานอัยการสูงสุด โดยเนื้อความในหนังสือระบุให้ดีเอสไอทำการสอบสวนพยานเพิ่มเติมในคดีไซฟอนเงินบริษัททีพีไอ โพลิน จำกัด (มหาชน) โดยให้สอบสวนพยานในส่วนของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ใน 5 ประเด็น และสอบสวนพนักงานกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์(กลต.) 4 ประเด็น โดยประเด็นต่างๆนั้นทางดีเอสไอไม่ขอเปิดเผยเนื่องจากเป็นความลับในสำนวน
อย่างไรก็ตาม การที่อัยการสั่งให้สอบสวนเพิ่มเติมถือเป็นขั้นตอนการสอบสวนปกติ ซึ่งตามหลักการจะมีการถ่วงดุลจากพนักงานอัยการ เพื่อให้สำนวนมีความชัดเจน และเป็นมาตรการแสวงหาข้อเท็จจริงให้ครบถ้วนสมบูรณ์
สำหรับคดีดังกล่าวแม้ในชั้นสอบทางดีเอสไอจะมีคำสั่งไม่ฟ้องไปแล้ว แต่หากพนักงานอัยการมีความเห็นว่าสมควรจะสอบเพิ่มเติมก็สามารถทำได้ และหลังจากการสอบสวนเสร็จสิ้นไม่ว่าอัยการจะมีความเห็นตามดีเอสไอคือสั่งไม่ฟ้อง หรือมีความเห็นแย้งด้วยการสั่งไม่ฟ้องก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
รายงานข่าวระบุว่า ประเด็นที่ทางพนักงานอัยการต้องการทราบข้อเท็จจริงเพิ่มเติมได้แก่ กรณีที่ดีเอสไอมองว่าไม่มีการทำนิติกรรมอำพรางระหว่างบริษัททีพีไอ กับ บริษัทเมชไซอะ บิซิเนส แอนด์ ครีเอชั่น จำกัด ของนายประจวบ สังข์ขาว ซึ่งในชั้นสอบสวนยังมีข้อสงสัยว่าสัญญาจ้างงานดังกล่าวมีนายประชัย เลี่ยวไพรัตน์ ลงนามเพียงคนเดียวโดยไม่ลงตราประทับของบริษัท ทั้งที่ตามกฎหมายกำหนดให้ต้องมีกรรมการบริษัทอย่างน้อย 2 คนเป็นผู้ลงนามในสัญญา นอกจากนี้ยังพบว่าการเบิกเงินค่าจ้างทำโฆษณาประชาสัมพันธ์ในแต่ละงวดไม่มีการตรวจรับงาน แต่กลับจ่ายเงินค่าจ้างให้ เป็นต้น
Tags : ธาริต เพ็งดิษฐ์ • ทีพีไอโพลีน • ไซฟ่อนเงิน

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น