กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 29 สิงหาคม 2553 15:22

'สุเทพ'ขู่เสื้อแดงเคลื่อนไหวผิดกฎหมายเจอดีแน่

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

รองนายกฯขู่เสื้อแดงเคลื่อนได้ตามกรอบ หากผิดกฎหมายเจอดีแน่ ระบุปรองดองกับผิดกฎหมายเป็นคนละเรื่อง ยันรัฐบาลยึดหลักสมานฉันท์

นายสุเทพ เทือกสุบรรณ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายความมั่นคง กล่าวถึงการเคลื่อนไหวของกลุ่มคนเสื้อแดงที่จะมีการจัดกิจกรรมในวันที่ 19 ก.ย.นี้ว่า ตนพยายามระมัดระวังที่จะให้ข่าวเรื่องนี้ แต่ที่พูดเพราะผู้สื่อข่าวมาถาม ถ้าไม่ถามตนก็จะไม่พูด เพราะถ้าพูดไปก็จะทำให้อีกข้างหนึ่งออกมาโวยวาย พูดอย่างนี้ไม่ปรองดองไม่สมานฉันท์ ยืนยันว่าตนเดินตามนโยบายของนายกฯเรื่องการปรองดองสมานฉันท์

แต่กลุ่มนปช.หรือกลุ่มเสื้อแดงไม่ลดไม่ละไม่เลิกยังดำรงความมุ่งหมายในการที่จะสร้างเหตุการณ์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมือง เพราะฉะนั้นเขาก็ต้องดำเนินการทุกวิถีทางเพื่อที่จะปลุกเร้าหรือปลุกระดมผู้คนให้ออกมาเคลื่อนไหวในทิศทางที่ต้องการ ซึ่งก็เป็นหน้าที่ฝ่ายที่เกี่ยวข้องดูแลสถานการณ์ควบคุมให้เป็นไปตามกรอบของกฎหมาย

"ส่วนจะเคลื่อนไหวอย่างไรก็ได้แต่อย่าทำให้ผิดกฎหมาย แต่ถ้าเข้าข่ายผิดกฎหมาย ผู้ที่รักษากฎหมายก็ต้องดำเนินดคี แล้วอย่ามาโวยวายว่าอะไรก็ต้องดำเนินคดีไม่ปรองดอง ไม่ใช่ การปรองดองกับการควบคุมรักษาบ้านเมืองให้อยู่ในกรอบกฎหมายคนละเรื่องกัน"

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่นายกฯระบุว่าในสัปดาห์หน้าจะมีการพิจารณายกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินในพื้นที่ภาคอีสานนายสุเทพ กล่าวต่อว่า ตนจะทำตามนโยบายนายกฯ แต่การยกเลิกพ.ร.ก.สถานการณ์ฉุกเฉินเป็นหน้าที่ของตนในการพิจารณาอย่างสุขุมรอบคอบ ประเมินสถานการณ์ทุกอย่างให้ชัดเจนก่อน ถ้าเห็นว่าดำเนินการไปแล้วไม่เกิดความเสียหาย หรือมีโอกาสน้อยมากที่จะเกิดความเสียหาย ตนก็จะดำเนินการ แต่ถ้าเห็นว่ายังทำให้เกิดความเสียหายก็คงจะไปเรียนให้นายกฯทราบว่ายังไม่สามารถดำเนินการได้ ต้องรอให้สถานการณ์คลี่คลายมากไปกว่านั้นก่อน

เมื่อถามว่าการรวมตัวของกลุ่มนปช.จะทำให้เกิดปัญหาในการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินหรือไม่นายสุเทพ กล่าวว่า ไม่ เราอย่าไปมองว่าการที่เขาจะมาชุมนุม จะมีอะไรที่เป็นสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับการยกเลิกพ.ร.ก.ฉุกเฉินแต่อยู่ที่พฤติกรรมของผู้ที่มาชุมนุมว่าเข้าข่ายผิดกฎหมายหรือไม่ ถ้าเข้าข่ายผิดกฎหมายก็ดำเนินการ หากไม่เข้าข่ายเราก็ไม่เข้าไปยุ่งเกี่ยวอย่างใด

เมื่อถามต่อว่าการที่กลุ่มคนเสื้อแดงจะนำดอกไม้วางที่หน้าเรือนจำหรือผูกผ้าแดงที่แยกราชประสงค์ถือว่ายังไม่หนักใช่หรือไม่นายสุเทพ กล่าวว่า ตนตอบไม่ได้ เพราะเป็นข้อกฎหมาย ซึ่งศอฉ.จะให้ทีมกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญในด้านนี้เป็นคนพิจารณา

ผู้สื่อข่าวถามว่ามีรายงานข่าวว่าหน่วยข่าวกรองแจ้งทางศอฉ.ระบุว่าเหตุระเบิดที่คิงส์พาวเวอร์เกิดจากการเลือกตั้งสก.และสข. นายสุเทพ กล่าวว่า เป็นเรื่องของการประเมินแล้ว มีสาเหตุ หนึ่งสองสามสี่ เขาก็ว่ามา มีความเป็นไปได้อย่างนั้นอย่างนี้เขาก็ประเมิน แต่ไม่ได้ถือว่าเป็นข้อยุติ เพียงแต่ว่าเป็นประเด็นเป็นแนวทาง ให้ฝ่ายสืบสวนสอบสวนได้ค้นหาข้อเท็จจริงเพื่อมาประกอบการดำเนินคดีต่อไป

เมื่อถามต่อว่ามีการวิพากษ์วิจารณ์ว่าเหตุระเบิดเกิดเพราะเรื่องการย้ายพรรคของส.ส. นายสุเทพกล่าวว่า เรื่องนี้ไม่ได้รายงานในศอฉ. เป็นเรื่องที่จินตนาการเอาเองหรือฟังแว่วมาจากที่อื่น แต่เหตุผลความเป็นไปได้เรื่องใดเรื่องหนึ่ง ทางเจ้าหน้าที่สืบสวนสอบสวนคงไม่ปิดประตูเขาจะเปิดกว้างความเป็นไปได้ทุกแง่ทุกประเด็นในการสืบสวนสอบสวนไปให้ถึงที่สุด

Tags : เสื้อแดง

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Cancer Foods

    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศอันตราย บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง
    Fast Food จากต่างประเทศ มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นจำนวนมาก
    ไขมันทรานส์ จะเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดเลว และ ลดระดับของโคเลสเตอรอลชนิดดีให้ลดลง
    ไขมันทรานส์ เป็น ไขมันที่ทำให้ ผนังเส้นเลือดจะสะบักสะบอม เต็มไปด้วยคราบไขอุดตัน
    Big Mac แฮมเบอเกอร์ มีไขมันทรานส์ 1.5 กรัม
    เฟรนช์ฟราย (french fries) ขนาดใหญ่ 170 กรัม มีไขมันทรานส์ 8 กรัม
    ไขมันทรานส์ มีใน อาหารสำเร็จรูป จากต่างประเทศ และ Fast Food จากต่างประเทศ
    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศ บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง

    (1.) แฮมเบอร์เกอร์ จัดเป็นอาหารประเภทที่ “มีความเสี่ยงสูง” เพราะเวลาที่สูญเสียไปในระหว่างรอกระบวนการนำ “เนื้อ” มาใช้ปรุงทำให้มี “แบคทีเรีย” เกิดขึ้นได้สูง ทำให้จำเป็นต้องมีการใช้ “สารเคมีสีแดง” มาช่วยกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าเสีย ทำให้เนื้อแดงเปลี่ยนเป็นเขียว นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่ “สารปรุงรส”(MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ โดย “MSG” เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย
    มีสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

    (2.) ฮอทด็อก

    เป็นอีก “เมนูอันตราย” เพราะมีกระบวนการผลิตคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ และ “ฮอทด็อก” ทั้ง หมดยังใส่ “สารไนไตรท์” เพื่อช่วยทำให้เนื้อยึดตัวและช่วยเติมไส้กรอกให้เต็ม โดย “สารไนไตรท์” เป็นสารที่ทำให้เกิด “โรคมะเร็ง” ในกระเพาะอาหาร มะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ “ถุงหลอด” ที่ใช้บรรจุฮอทด็อก ก็ทำจาก “คอลลาเจนสังเคราะห์” ที่เป็นสารก่อให้เกิด “โรคมะเร็ง” ได้สูง มีไขมันที่เป็นสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40% เมื่อนำ ไปปิ้งย่าง มันจะทำให้มี “สารพิษร้ายแรง” ที่เรียกว่า “อะคริลิไมด์” (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และ “ทำลายประสาท” นอกจากนี้
    ไส้กรอก และ หมูแฮม ยังทำให้คนที่บริโภค เข้าไป เกิดโรคอ้วนด้วย

    (3.) เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง” โดยการทอด “เฟร้นช์ฟราย” ใช้อุณหภูมิสูงทำให้มี “สารอะคริลิไมด์” ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
    ออกมา นอกจากนี้ “น้ำมัน” ที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ “ออกซิไดซ์” ในมันฝรั่งยังมี “ดรรชนีกลีซิมิค”(Glycemic) อยู่สูงมาก…..นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็ว มาก

    (4.) พิซซ่า
    “พิซซ่า” ประกอบด้วยอาหารที่มาจากการ “ตัดแต่งพันธุกรรม” 5 ชนิด คือ…..1.”เนยแท้”(cheese) เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเรียกว่าเนยแท้ได้เลย…..2.”แป้ง” ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโม เลกุลที่เคยมีอยู่เข้าไปใหม่…..3.”ซอสมะเขือเทศ” ทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศที่สร้าง “ยาฆ่าแมลง” ของมันขึ้นมาได้เองในร่างกายของท่าน…..4.”แป้งสาลี” ชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม…..5. มี “น้ำมันฝ้าย” ประกอบอยู่ โดยฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้ในฝ้ายเมล็ดจะเป็นตัวดูดเอาสาร พิษต่างๆเอาไว้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณะสุข ต่างไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันที่จะรับรองว่ามันปลอดภัยต่อการบริโภค ได้หรือไม่ มันไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่มันเป็น “น้ำมันไฮโดรจีเนต” และมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ “ผิวหน้าแป้งพิซซ่า” ที่อบปิ้งในอุณหภูมิสูง อาจมี “สารอะคริลิไมด์” เกิดขึ้นด้วย ขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่า “เพ็พเปอโรนิ” หรือเพิ่มหน้าไส้กรอกทำให้มีความเสี่ยงสูงจาก “ไนไตรท์” สารกันบูดและสารเคมีอื่นๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน

    (5.) ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก
    เป็นเมนู ที่ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว การรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไปจะให้พลัง งาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส “MSG” ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ “นัคเก็ตชิคเก้น” บางอันจะมี “สารอะลูมิเนียม” ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย

    (6.) โดนัท
    โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัท 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้โดนัทยังทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งน้ำมันประเภทนี้จะทำให้มีกลิ่นหืนและมีสารอนุ มูลอิสระเกิดขึ้น ทำให้เกิดสารพิษและทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น

    (7.) ไอศกรีม
    มีไขมันอยู่สูงมากเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีน้ำตาลอยู่มากทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยน(Transfat) ไปจากธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน ทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

    (8.) น้ำอัดลม
    สารตัวสำคัญที่มีอยู่ใน “น้ำอัดลม” คือ “กรดกำมะถัน”(Phosphoric acid) ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน กรดที่สะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ “น้ำโซดา” ที่เป็นส่วนประกอบอีกตัวของน้ำอัดลมจะเป็นตัวชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก จนทำให้เกิด “โรคกระดูกพรุน”
    นอกจากนี้ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะมี “น้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน” อยู่ 12 ช้อนชา ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว หรือ Diet soda ที่ใช้ “น้ำตาลเทียมสังเคราะห์”(Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลธรรมดามาก ขณะที่ “สี” ที่ใช้เติมในน้ำอัดลม ยังเป็น “สารก่อมะเร็ง” ด้วย

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement