กรุงเทพธุรกิจ

ad a1

การเมือง

วันที่ 27 สิงหาคม 2553 18:30

เหยื่อบึ้มอาการดีมาก-พท.อ้างเหตุถกงบ-น้ำท่วมกรุง

TOOLS
  • เนื่องจากผู้ให้บริการเว็บไซต์ด้าน Social Network (Facebook, Twitter) และ Social bookmarking (Digg.com, delicious.com) ไม่รองรับ URL ที่เป็นภาษาไทยเพื่อคลิกกลับมายังเว็บไซด์ได้ ทางกรุงเทพธุรกิจออนไลน์ จึงทำ URL แบบย่อที่เป็นภาษาอังกฤษขึ้น เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานสามารถส่ง URL ต่างๆ
    ในเว็บ้ให้เพื่อนและสามารถคลิกเพื่อเข้าหน้าเว็บไซต์กรุงเทพธุรกิจ-
    ออนไลน์ ได้ทันที

    คัดลอก URL นี้เเบบย่อhelp

    คัดลอก
  •   ขนาดตัวอักษร
  • พิมพ์ข่าวนี้
  • ส่งต่อให้เพื่อน
คอลัมน์อื่นๆ

กรมการแพทย์ เผยรปภ.คิงพาวเวอร์อาการดีขึ้นหลังผ่าเลือดคั่งสมองออก ซ.สุขุมวิท24พบพีวีซีเลียนแบบระเบิด "อนุดิษฐ์"อ้างบึ้มคนไม่พอใจถกงบ-น้ำท่วม

นายเรวัตร วิศรุทเวท อธิบดีกรมการแพทย์ เปิดเผยหลังเยี่ยมอาการ นายเจษฎา จันทร์กระจ่าง พนักงานรักษาความปลอดภัยคิงพาวเวอร์ ซอยรางน้ำ ซึ่งถูกสะเก็ดระเบิดบาดเจ็บสาหัส เข้ารักษาที่โรงพยาบาลราชวิถี ว่า นายเจษฎามาถึงโรงพยาบาล 23.30 น. ของวันที่ 26 สิงหาคม โดยคณะแพทย์ได้ตรวจร่างกายและทำซีทีสแกนพบสะเก็ดระเบิดในเนื้อสมองบริเวณหน้าผากข้างขวา ช่วงนั้นผู้ป่วยยังรู้สึกตัวดีและเข้ารักษาห้องไอซียู  

จนกระทั่ง เวลา 05.00 น. วันนี้(27 สิงหาคม) ผู้บาดเจ็บรู้สึกตัวน้อยลง คณะแพทย์จึงทำซีทีสแกนซ้ำอีกและพบว่าเนื้อสมองที่มีสะเก็ดระเบิด จากเดิมไม่มีเลือดออกในสมอง แต่หลังจากทำซีทีสแกนอีกพบมีก้อนเลือดขนาดเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 4 เซนติเมตร และอาการแย่ลง   

ทางศัลยแพทย์สมองจึงได้ตัดสินใจนำเข้าไปผ่าตัดก็พบว่ามีก้อนเลือดอยู่ต้องเอาก้อนเลือดออก ขนาดของก้อนเลือดมีเลือดอยู่ประมาณ 40 ซี.ซี. โตพอสมควรที่จะทำให้เกิดอาการทางสมองได้ และพบสมองบวมค่อนข้างมาก  

ปรากฎว่าหลังการผ่าตัดเมื่อเวลา 15.40 น.วานนี้ คนไข้มีอาการดีขึ้นมาก รู้สึกตัวดี เรียกชื่อรู้ แขนขาเคลื่อนไหวได้ดี แสดงว่าไม่มีปัญหาเรื่องการเดิน ตอบสนองได้ดี ไม่กระทบเรื่องความจำ และเมื่อถามคนไข้ว่ากินข้าวหรือยังก็สามารถพยักตอบคำถามได้ดี ความรู้สึกตัวดีเป็นปกติ  

น.พ.เรวัตร เปิดเผยอีกว่า ยังมีสะเก็ดระเบิดบริเวณเข่าด้านขวา แต่ไม่สาหัส รอดูว่าสะเก็ดระเบิดจะเข้าไปในข้อเข่าหรือไม่ หากสะเก็ดระเบิดไม่เข้าไปในข้อเข่าก็ไม่ต้องทำอะไร และไม่จำเป็นต้องเอาออกมาเพราะสะเก็ดระเบิดดังกล่าวจะไม่ทำให้เกิดอาการอักเสบหรือติดเชื้อ แต่หากเข้าไปในข้อต้องเอาออก ซึ่งไม่ใช่เรื่องใหญ่  

"คนไข้ต้องอยู่ในไอซียูจนกระทั่งปลอดภัย ถ้าไม่มีภาวะแทรกซ้อนใดๆ เช่นการติดเชื้อหรือเลือดไหลกลับออกมาอีก ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร” อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าว

ทั้งนี้ เมื่อเปรียบทียบกับเหยื่อระเบิดรายแรกที่ซอยรางน้ำเมื่อวันที่ 29 ก.ค.ที่ผ่านมา น.พ.เรวัตร กล่าวว่า รายนั้นมีอาการสาหัสกว่ามาก แต่ขณะนี้สามารถพูดจารู้เรื่อง สามารถนั่งได้ ยืนได้ และเดินได้ในที่สุด ตอนนี้ทำกายภาพบำบัดและรอกลับบ้าน โดยทีมแพทย์ได้ใช้เวลาในการผ่าตัดรายแรก 16 ชั่วโมง

"อนุดิษฐ์"อ้างรู้เหตุระเบิดไม่พอใจถกงบ-น้ำท่วมกรุง

ด้าน นาวาอากาศเอก อนุดิษฐ์ นาครทรรพ ส.ส.กรุงเทพฯ พรรคเพื่อไทย กล่าวถึงระเบิดบริเวณซอยรางน้ำ ว่า พรรคเพื่อไทยเชื่อเหตุการณ์ระเบิดดังกล่าว เกี่ยวข้องกับการอภิปรายงบประมาณปี 2554 เพิ่งผ่านไป และกรณีกรุงเทพมหานคร ปล่อยให้มีน้ำท่วมในหลายๆ พื้นที่ สร้างความไม่พอใจให้ประชาชน

พีวีซีกรอกทรายมัดติดกันหลอกระเบิดในซ.สุขุมวิท24 

เมื่อเวลา 13.40 น. วันเดียวกัน ร.ต.ท.สมดี ชาลีละหาน รองสว.ป.สน.ทองหล่อ ได้รับแจ้งจากพนักงานร้านซีฟู้ด มาร์เก็ต พบวัตถุต้องสงสัยในลานจอดรถของร้าน ในซอยสุขุมวิท 24 เขตคลองเตย จึงรุดไปตรวจสอบพบท่อพีวีซีถูกตัดเป็นท่อนความยาวประมาณ 6 นิ้ว มัดรวมกันด้วยสก็อตเทปทั้งหมด 6 อัน วางใต้ต้นไม้ในลานจอดรถ แต่เมื่อเข้าไปตรวจสอบพบเป็นเพียงท่อพีวีซีบรรจุดินทรายเท่านั้น

จากการสอบถามพนักงานร้าน ซีฟู๊ด มาร์เก็ต บอกว่า เข้าเวรทำงานปกติเหมือนทุกวัน เมื่อเดินมาบริเวณลานจอดรถสังเกตุเห็นท่อพีวีซีสีน้ำเงินวางใต้ต้นไม้ จึงเดินเข้าไปดู เห็นมัดรวมกันคล้ายระเบิดจึงโทรแจ้งตำรวจ ก่อนนี้ก็ไม่พบบุคคลต้องสังสัยนำมาวางแต่อย่างใด    

ร.ต.ท.สมดี กล่าวอีกว่า วัตถุดังกล่าวเป็นเพียงท่อพีวีซีธรรมดาเท่านั้น ข้างในถูกบรรจุด้วยดินทราย และดัดแปลงให้คล้ายระเบิด เชื่อว่าเป็นการสร้างสถานการณ์เท่านั้น จากการสอบถามพนักงานร้านก็ไม่พบบุคคลเข้ามาก่อเหตุ และกล้องวงจรปิดติดตั้งไว้หน้าร้านก็ไม่มีบุคคลต้องสงสัยที่บริเวณลานจอดรถ

Tags : เจษฎา จันทร์กระจ่าง เรวัตร วิศรุทเวท ระเบิดซอยรางน้ำ

ความคิดเห็นของข่าวนี้

เพื่อแสดงความคิดเห็น

  • ความเห็นที่ 1

    Cancer Foods

    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศอันตราย บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง
    Fast Food จากต่างประเทศ มีไขมันทรานส์ (Trans Fat) เป็นจำนวนมาก
    ไขมันทรานส์ จะเพิ่มระดับโคเลสเตอรอลชนิดเลว และ ลดระดับของโคเลสเตอรอลชนิดดีให้ลดลง
    ไขมันทรานส์ เป็น ไขมันที่ทำให้ ผนังเส้นเลือดจะสะบักสะบอม เต็มไปด้วยคราบไขอุดตัน
    Big Mac แฮมเบอเกอร์ มีไขมันทรานส์ 1.5 กรัม
    เฟรนช์ฟราย (french fries) ขนาดใหญ่ 170 กรัม มีไขมันทรานส์ 8 กรัม
    ไขมันทรานส์ มีใน อาหารสำเร็จรูป จากต่างประเทศ และ Fast Food จากต่างประเทศ
    อาหาร Fast Food จากต่างประเทศ บริโภคแล้วเป็นมะเร็ง

    (1.) แฮมเบอร์เกอร์ จัดเป็นอาหารประเภทที่ “มีความเสี่ยงสูง” เพราะเวลาที่สูญเสียไปในระหว่างรอกระบวนการนำ “เนื้อ” มาใช้ปรุงทำให้มี “แบคทีเรีย” เกิดขึ้นได้สูง ทำให้จำเป็นต้องมีการใช้ “สารเคมีสีแดง” มาช่วยกำจัดเนื้อที่กำลังจะเน่าเสีย ทำให้เนื้อแดงเปลี่ยนเป็นเขียว นอกจากนี้แฮมเบอร์เกอร์ทั้งหมดจะใส่ “สารปรุงรส”(MSG=Monosodium Glutamate) ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ โดย “MSG” เป็นสารเคมีที่ห้องปฏิบัติการทดลองใช้ช่วยทำให้สัตว์อ้วนขึ้น และท้ายที่สุดก็ทำให้ผู้บริโภคอ้วนขึ้นด้วย
    มีสารอะคริลิไมด์ (Acrylimides) ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท

    (2.) ฮอทด็อก

    เป็นอีก “เมนูอันตราย” เพราะมีกระบวนการผลิตคล้ายแฮมเบอร์เกอร์ และ “ฮอทด็อก” ทั้ง หมดยังใส่ “สารไนไตรท์” เพื่อช่วยทำให้เนื้อยึดตัวและช่วยเติมไส้กรอกให้เต็ม โดย “สารไนไตรท์” เป็นสารที่ทำให้เกิด “โรคมะเร็ง” ในกระเพาะอาหาร มะเร็งในเม็ดเลือด เนื้องอกในสมองและมะเร็งในกระเพาะปัสสาวะ นอกจากนี้ “ถุงหลอด” ที่ใช้บรรจุฮอทด็อก ก็ทำจาก “คอลลาเจนสังเคราะห์” ที่เป็นสารก่อให้เกิด “โรคมะเร็ง” ได้สูง มีไขมันที่เป็นสารประกอบไม่เปิดเผยอยู่ประมาณ 40% เมื่อนำ ไปปิ้งย่าง มันจะทำให้มี “สารพิษร้ายแรง” ที่เรียกว่า “อะคริลิไมด์” (Acrylimides) ออกมา ซึ่งรู้จักกันดีว่าเป็นสารก่อมะเร็ง และ “ทำลายประสาท” นอกจากนี้
    ไส้กรอก และ หมูแฮม ยังทำให้คนที่บริโภค เข้าไป เกิดโรคอ้วนด้วย

    (3.) เฟร้นช์ฟราย- มันฝรั่งทอด เป็นอาหารที่มี “ความเป็นพิษสูง” โดยการทอด “เฟร้นช์ฟราย” ใช้อุณหภูมิสูงทำให้มี “สารอะคริลิไมด์” ซึ่งเป็นสารก่อโรคมะเร็งและทำลายประสาท
    ออกมา นอกจากนี้ “น้ำมัน” ที่ใช้ในการทอดมันฝรั่งแต่ละครั้งจะเกิดการ “ออกซิไดซ์” ในมันฝรั่งยังมี “ดรรชนีกลีซิมิค”(Glycemic) อยู่สูงมาก…..นั่นหมายถึงมันเปลี่ยนให้กลายเป็นน้ำตาลภายในร่างกายได้เร็ว มาก

    (4.) พิซซ่า
    “พิซซ่า” ประกอบด้วยอาหารที่มาจากการ “ตัดแต่งพันธุกรรม” 5 ชนิด คือ…..1.”เนยแท้”(cheese) เพียง 10% เท่านั้น ซึ่งไม่ควรเรียกว่าเนยแท้ได้เลย…..2.”แป้ง” ที่ผ่านการปรุงแต่งให้ขาวที่ได้ทำการฟอกสี ทำให้วิตามินและเกลือแร่ออกไปแล้ว แต่ได้ทำการเติมเกลือแร่สังเคราะห์ตามจำนวนโม เลกุลที่เคยมีอยู่เข้าไปใหม่…..3.”ซอสมะเขือเทศ” ทำด้วยสารคล้ายมะเขือเทศที่สร้าง “ยาฆ่าแมลง” ของมันขึ้นมาได้เองในร่างกายของท่าน…..4.”แป้งสาลี” ชนิดที่มีการตัดแต่งทางพันธุกรรม…..5. มี “น้ำมันฝ้าย” ประกอบอยู่ โดยฝ้ายไม่ได้จัดเป็นพืชพวกอาหาร มันผ่านการสเปรย์ด้วยยาฆ่าแมลงที่ชาวไร่ใช้ในฝ้ายเมล็ดจะเป็นตัวดูดเอาสาร พิษต่างๆเอาไว้ได้มากที่สุด ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ และกระทรวงสาธารณะสุข ต่างไม่ให้ความร่วมมือซึ่งกันและกันที่จะรับรองว่ามันปลอดภัยต่อการบริโภค ได้หรือไม่ มันไม่ได้ช่วยทำให้สุขภาพดีขึ้น แต่มันเป็น “น้ำมันไฮโดรจีเนต” และมีอันตรายต่อสุขภาพอย่างยิ่ง

    นอกจากนี้ “ผิวหน้าแป้งพิซซ่า” ที่อบปิ้งในอุณหภูมิสูง อาจมี “สารอะคริลิไมด์” เกิดขึ้นด้วย ขณะที่การเพิ่มหน้าพิซซ่า “เพ็พเปอโรนิ” หรือเพิ่มหน้าไส้กรอกทำให้มีความเสี่ยงสูงจาก “ไนไตรท์” สารกันบูดและสารเคมีอื่นๆ รวมทั้งไขมันอิ่มตัวที่มีการเติมเข้าไปจากโรงงาน

    (5.) ชิ้นไก่ทอด-เนื้อนุ่มไร้กระดูก
    เป็นเมนู ที่ทำมาจากชิ้นส่วนของไก่ที่ไม่ใช้แล้ว การรับประทานต่อครั้งโดยทั่วไปจะให้พลัง งาน 340 แคลอรี่ 50% เป็นไขมัน มีแป้งขนมปังผสมอยู่มาก จึงมีคาร์โบไฮเดรตอยู่สูง มีการเติมสารปรุงรส “MSG” ทำให้ปวดศีรษะและเกิดอาการแพ้ นอกจากนี้ “นัคเก็ตชิคเก้น” บางอันจะมี “สารอะลูมิเนียม” ซึ่งเป็นอันตรายต่อสมองและเป็นอันตรายต่อการเมตะโบลิสซึมของร่างกายด้วย

    (6.) โดนัท
    โดยเฉลี่ยแล้วจะให้พลังงานประมาณ 300 แคลอรี่ ในโดนัท 1 ชิ้นมีแป้งคาร์โบไฮเดรตอยู่มากกว่า 50% ของที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีเกลือโซเดียมอยู่สูงมาก ทำให้ร่างกายขาดน้ำได้ นอกจากนี้โดนัทยังทอดในน้ำมันที่มีอุณหภูมิสูง ซึ่งน้ำมันประเภทนี้จะทำให้มีกลิ่นหืนและมีสารอนุ มูลอิสระเกิดขึ้น ทำให้เกิดสารพิษและทำให้ร่างกายเมตะโบลิสซึมช้าลง เป็นการคุกคามต่อสุขภาพที่ดี และยังเป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น

    (7.) ไอศกรีม
    มีไขมันอยู่สูงมากเกินกว่า 50% ของไขมันที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีคาร์โบไฮเดรตอยู่มากเกือบ 40% ของคาร์โบไฮเดรตที่แนะนำให้บริโภคต่อครั้งต่อวัน มีน้ำตาลอยู่มากทำให้มีความกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เป็นสาเหตุทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่น เต็มไปด้วยไขมันไฮโดรจีเน็ตและไขมันที่แปรเปลี่ยน(Transfat) ไปจากธรรมชาติและยังช่วยเพิ่มพูนโคเลสเตอรอล ทำให้เส้นเลือดแดงใหญ่อุดตัน ทำให้มีสารอนุมูลอิสระในร่างกายเพิ่มมากยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นสาเหตุก่อให้เกิดโรคมะเร็ง

    (8.) น้ำอัดลม
    สารตัวสำคัญที่มีอยู่ใน “น้ำอัดลม” คือ “กรดกำมะถัน”(Phosphoric acid) ซึ่งมีความเป็นกรดสูงมากพอที่จะละลายตะปูได้ภายใน 4 วัน กรดที่สะสมอยู่ในร่างกายทำให้ยากที่จะทำให้น้ำหนักตัวลดลงได้ และ “น้ำโซดา” ที่เป็นส่วนประกอบอีกตัวของน้ำอัดลมจะเป็นตัวชะล้างแคลเซียมออกจากกระดูก จนทำให้เกิด “โรคกระดูกพรุน”
    นอกจากนี้ในน้ำอัดลม 1 กระป๋อง จะมี “น้ำตาลที่ไม่ให้พลังงาน” อยู่ 12 ช้อนชา ในน้ำอัดลมที่ช่วยลดน้ำหนักตัว หรือ Diet soda ที่ใช้ “น้ำตาลเทียมสังเคราะห์”(Artificial sweetener) เพิ่มความหวาน จะทำให้ร่างกายกระหายน้ำตาลมากยิ่งขึ้น เพราะน้ำตาลสังเคราะห์เหล่านี้มีความหวานมากกว่าน้ำตาลธรรมดามาก ขณะที่ “สี” ที่ใช้เติมในน้ำอัดลม ยังเป็น “สารก่อมะเร็ง” ด้วย

แสดงความคิดเห็น

advertisement

advertisement

advertisement