อธิบดีดีเอสไอ ระบุ"เสกสรร"รับเคยนั่งฮอนด้าซีวิคขนระเบิด แต่ไม่เกี่ยวบึ้มหน้าบิ๊กซี รอเก็บดีเอ็นเอตรวจสอบ "บังไว"หวั่นอันตรายติดต่อมอบตัว
นายธาริต เพ็งดิษฐ์ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวน นายเสกสรร วรปีติเจริญกุล ผู้ต้องหาตามหมายจับคดีครอบครองวัตถุระเบิดในรถยนต์ฮอนด้าซีวิค ที่นำมาจอดอพาร์ตเมนต์ริมน้ำ พื้นที่ สน.โคกคราม ซึ่งมี น.ส.ปฏิภัค เอกอภิวัชร์(เป็ด) ซึ่งถูกกันเป็นพยาน เป็นผู้เฝ้ารถขนระเบิด
โดยระบุว่า นายเสกสรรได้เข้ามอบตัวต่อเจ้าพนักงานเมื่อวันที่ 4 ส.ค.ที่ผ่านมา ขณะนี้นำตัวมาควบคุมอยู่ที่กรมดีเอสไอ และนัดให้พนักงานอัยการร่วมสอบปากคำตั้งแต่ช่วงค่ำของวันที่ 4 ส.ค.ซึ่งพนักงานสอบสวนจะสอบปากคำนายเสกสรรเพื่อขยายผลต่อเนื่อง
เบื้องต้นนายเสกสรร ยอมรับเกี่ยวข้องโดยร่วมกับนายกิตติศักดิ์ สุ่มศรี(อ้วน) และให้การว่าเคยเข้าไปนั่งในรถยนต์ฮอนด้า ซีวิค ที่ขนระเบิดจำนวนมากพบที่ สน.โคกคราม ในลักษณะคาร์บอมบ์ แต่ปฏิเสธว่าไม่รู้เห็นว่ามีการนำรถดังกล่าวไปทำอะไรต่อ พนักงานสอบสวนประสานให้นักนิติวิทยาศาสตร์เก็บดีเอ็นเอของนายเสกสรรเพื่อตรวจสอบเปรียบเทียบกับวัตถุพยานที่พบในรถยนต์ของกลาง
สำหรับความเกี่ยวข้องของนายเสกสรรกับคดีระเบิดหน้าห้างสรรพสินค้าบิ๊กซี สาขาราชดำริ คือ วงจรระเบิดที่หน้าห้างบิ๊กซี มีอุปกรณ์อิเลคทรอนิกส์ คล้ายกับวงจรระเบิดที่ต่อไว้ในรถฮอนด้าซิวิค ที่สน.โคกคราม จึงมีลักษณะเป็นการกระทำโดยผู้ต้องสงสัยกลุ่มเดียวกัน อย่างไรก็ตาม นายเสกสรรยังให้การปฏิเสธกรณีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซี แต่ดีเอสไอมีพยานหลักฐานอื่นยืนยัน และมีแนวโน้มเป็นไปได้ที่ 2 คดี คือคดีระเบิดหน้าห้างบิ๊กซีกับคดีสน.โคกคราม จะเชื่อมโยงถึงกัน
"บังไว" หวั่นไม่ปลอดภัยติดต่อขอมอบตัว
พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1(ผบก.น.1) เปิดเผยว่าวันนี้(5 ส.ค.) พนักงานสอบสวนจะนำตัว นายสรเทียน สิงกันยา(โก้) ผู้ต้องหาคดีระเบิดป่วนเมืองหลายจุดที่ถูกจับกุมเมื่อวานนี้ไปฝากขังผลัดแรกต่อศาลอาญารัชดา หลังจากนั้นส่งมอบตัวให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ทันทีเนื่องจากคดีดังกล่าวถือเป็นคดีพิเศษ เพื่อสอบสวนขยายผลต่อไป
พล.ต.ต.วิชัย กล่าวอีกว่า นายสุวิทย์ หรือ"บังไว" หัวหน้าการ์ดนปช.ที่ถูกพาดพิงถึงและยังหลบหนี ได้รับรายงานล่าสุดมีการติดต่อขอมอบตัวกับตำรวจโดยตรงเนื่องจากเกรงว่าจะไม่ปลอดภัย แต่ยังไม่ระบุวันและเวลา
Tags : ธาริต เพ็งดิษฐ์ • ระเบิดบิ๊กซีซอยรางน้ำ

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น