คนเก็บขยะเปิดถุงดำแกะกล่องตูมสาหัสในซอยรางน้ำ "วิชัย"คาดชนิดขว้างจีน-รัสเซียผลิต "ประวิตร"เรียกหน่วยข่าวรายงาน สน.พญาไทสอบพยาน-เก็บหลักฐาน
เมื่อเวลา 01.20 น.ย่างเข้าวันที่ 30 ก.ค. ร้อยตำรวจตรี นิติ นิรุตติวัฑน์ พนักงานสอบสวน(สบ.1) สน.พญาไท ได้รับแจ้งเหตุระเบิดบริเวณหน้าบ้านเลขที่ 27/15 ตรงข้ามกับคิงส์พาวเวอร์ ซ.รางน้ำ แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี จึงรุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมกองพิสูจน์หลักฐาน เจ้าหน้าที่กลุ่มงานเก็บกู้วัตถุระเบิด ชุดตำรวจสอบสวน นครบาล 1 และเจ้าหน้าที่มูลนิธิร่วมกตัญญู
ในที่เกิดเหตุพบชายอายุประมาณ 30-40 ปี สวมเสื้อยืดสีกรมท่า สวมเสื้อคลุมอีกชั้นหนึ่ง ใส่กางเกงเลสีชมพูออกแดง นอนร้องครวญครางหน้ารถตู้สีขาว โตโยต้า เลขทะเบียน ฮต 7693 กทม. วิ่งโดยสารอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ-ลพบุรี ใกล้กันพบรถซาเล้งจอดอยู่
ทันทีเจ้าหน้าที่ยังไม่กล้าเข้าไปช่วยเหลือผู้บาดเจ็บ เพราะเกรงจะเกิดระเบิดซ้ำซ้อน ระหว่างนั้นคนเจ็บพยายามลุกขึ้นศีรษะ ใบหน้า เต็มไปด้วยเลือด แขนขามีรอยบาดแผล ประมาณ 20 นาทีตำรวจและกู้ภัยจึงเข้าไปอุ้มและช่วยออกมานำตัวส่ง ร.พ.ราชวิถี
จากการสอบสวน นายบุญรอด ชาญพล อายุ 43 ปี เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของ คิงส์ พาวเวอร์ กล่าวว่า เข้ามาปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่เวลาประมาณ 20.00 น.ที่ผ่านมา ขณะเกิดเหตุเห็นเปลวไฟพุ่งขึ้นพร้อมกับเสียงดังสนั่นไปทั่วบริเวณ แล้วกลุ่มควันคลุ้งไปทั่ว ซึ่งก่อนหน้าก็ไม่เห็นสิ่งผิดปกติแต่อย่างใด
ขณะที่ นายสำรวย ทบภักดิ์ อายุ 37 ปี โชเฟอร์แท็กซี่ อยู่บ้านเลขที่ 25 หมู่ 7 ต.เขวไร่ อ.นาเชือก จ.มหาสารคาม กล่าวว่า จอดรถห่างจากจุดเกิดเหตุประมาณ 200 เมตร จากนั้นเห็นประกายไฟที่ต้นไม้พร้อมกับเสียงดังไปทั่วบริเวณ จากนั้นเห็นรถแท็กซี่สีเขียว-เหลือง ซึ่งตอนเกิดเหตุจอดอยู่ด้านหลังรถซาเล้ง ขับรถออกจากที่เกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
"ผมตกใจมากในชีวิตไม่เคยเห็นระเบิด น่ากลัวมาก มองเห็นแสงไฟและเกิดเสียงดังมาก จากนั้นก็เกิดกลุ่มควันคละคลุ้งไปทั่วบริเวณ แต่ก็พอตั้งสติได้รีบโทรศัพท์แจ้งตำรวจ 191" นายสำรวย กล่าว
ด้าน นายเดช แจ้งมงคล อายุ 42 ปี คนขับรถตู้คันดังกล่าวเปิดเผยว่า ขับรถวินวิ่งระหว่างอนุสาวรีชัยสมรภูมิ ไปลพบุรี ทุกวัน ได้มาจอดรถบริเวณจุดเกิดเหตุเวลาประมาณ 20.00 น. จากนั้นเดินออกไปคุยกับเพื่อนขับวินด้วยกันจอดห่างออกไปประมาณ 20 เมตร ประมาณสามทุ่มเดินกลับมาที่รถและนอนหลับในรถตามปกติ
"ผมตกใจตื่นตอนเสียงดังสนั่น เห็นเศษดินกระเด็นขึ้นมาที่หน้ารถตู้ ผมตกใจรีบออกมาจากรถ ตอนที่ออกมาเห็นคนเจ็บนอนเจ็บร้องโอดโอยอยู่ใต้ท้องรถ แต่ไม่กล้าเข้าไปช่วยเพราะกลัวว่าจะเกิดระเบิดขึ้นอีก" นายเดชกล่าว
หลังเกิดเหตุ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล พร้อมด้วย พล.ต.ต.อำนวย นิ่มมะโน รองผบช.น. และ พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น. 1 พ.ต.อ .คณิศร์ชัย มหินทรเทพ ผกก.สส.น.1 พ.ต.อ.กิตติพันธ์ จุนทการ ผกก.สน.พญาไท ได้รุดมาตรวจสอบที่เกิดเหตุ พร้อมด้วยทหาร รถฮัมวี่ ประมาณ 2-3 คัน
พล.ต.ต.วิชัย เปิดเผยเบื้องต้นว่า พบเป็นระเบิดชนิดขว้างน่าจะทำจากจีนแดงหรือรัสเซีย ใช้หนังยางรัดกระเดื่องระเบิดแล้วหยดน้ำมันเพื่อให้หนังยางค่อยๆ เปื่อย เพื่อให้กระเดื่องดีดตัวแล้วระเบิด ยัดในถุงดำ ผู้บาดเจ็บเป็นคนเก็บของเก่ามาพบแล้วแกะออกมาดู
อย่างไรก็ตาม ยังไม่ทราบชื่อคนบาดเจ็บซึ่งนำส่งโรงพยาบาลราชวิถีแล้ว ต้องประสานงานดูกล้องวงจรปิดตรวจสอบอย่างละเอียดอีกครั้ง
ล่าสุด สอบถามเจ้าหน้าที่ ร.พ.ราชวิถี คนเจ็บยังไม่รู้สึกตัว แพทย์ต้องใส่เครื่องช่วยหายใจ
"ประวิตร" เรียกหน่วยข่าวแจงสถานการณ์ระเบิด
ที่กระทรวงกลาโหม เมื่อเวลา 10.00 น. พลเอกประวิตร วงษ์สุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวถึงการเชิญหน่วยงานด้านการข่าวมาประชุมสถานการณ์ระเบิด ว่า ที่เรียกประชุมอยากมาพูดคุยเกี่ยวกับเรื่องสถานการณ์ภาพรวมทั้งหมดว่าเป็นอย่างไร ต้องการทราบว่าแต่ละหน่วยงานดูแลเรื่องใดบ้าง และจะทำให้เกิดความสงบอย่างไร เพื่อให้ประชาชนเกิดความอุ่นใจว่าเราสามารถดูแลภาพรวมประเทศได้ ทั้งนี้ หน่วยงานด้านการข่าวทำหน้าที่ดีอยู่แล้วไม่จำเป็นต้องปรับปรุง
เมื่อถามถึงเหตุระเบิดที่ซอยรางน้ำเมื่อคืนที่ผ่านมา พลเอกประวิตร กล่าวว่า ก็มีความเป็นห่วงใยในภาพรวมกลัวว่าจะบานปลาย แต่ขณะนี้ส่วนใหญ่ดูแลกันได้ดี ซึ่งยังมีบุคคลไม่อยากให้ประเทศสงบเรียบร้อย
เมื่อถามว่า การวางระเบิดที่เกิดขึ้นเป็นฝีมือกลุ่มใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า ยังไม่รู้ว่าเป็นใครต้องดูให้ชัดเจนจะไปโทษใครไม่ได้ แต่ดูว่าเขาไม่อยากให้ประเทศเกิดความเรียบร้อย
เมื่อถามอีกว่า ในอีก 10 จังหวัดที่ยังไม่ยกเลิก พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เพราะห่วงเรื่องใด พล.อ.ประวิตร กล่าวว่า เราห่วงทั้งประเทศไม่อยากให้มีอะไรเกิดขึ้น ทั้งนี้ หากยกเลิกไปแล้วเกิดเหตุอะไรก็สามารถประกาศใช้อีกได้
สน.พญาไท สอบพยาน 4-5 ปาก เก็บหลักฐานที่เกิดเหตุเพิ่ม
พ.ต.ท.โชติ สุวรรณจุณีย์ รอง ผกก.สอบสวน สน.พญาไท เปิดเผยถึง ความคืบหน้าเหตุระเบิดที่ ซ.รางน้ำ จนทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 ราย เมื่อกลางดึกที่ผ่านมาว่า ขณะนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน ได้เร่งดำเนินการเก็บรวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุเพิ่มเติม รวมถึงออกตรวจสอบภาพจากล้องวงจรปิดของอาคาร "คิงเพาเวอร์" และในพื้นที่ใกล้เคียงมาตรวจสอบหาตัวคนร้าย
ส่วนทางด้านพยานบุคคลนั้น ขณะนี้ได้มีการสอบปากคำไปแล้วประมาณ 4-5 ปาก โดยข้อมูลส่วนใหญ่จะมีความใกล้เคียงกัน สำหรับทางด้านคดีขณะนี้ก็ถือว่า คืบหน้าไปพอสมควร เพราะเหตุเพิ่งเกิดขึ้น
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในบ่ายวันเดียวกันนี้ พล.ต.ท.สัณฐาน ชยนนท์ ผบช.น. ได้เรียก ประชุมชุดคลี่คลายคดีทั้งหมดอย่างเร่งด่วน เพื่อวางแนวทางในการสืบสวนสอบสวนหาตัวคนร้ายให้ได้โดยเร็ว
ส่วนทางด้านอาการของผู้บาดเจ็บ ซึ่งคาดว่าจะเป็นคนเก็บของเก่าที่ประสบเหตุจนได้รับบาดเจ็บสาหัสนั้น ขณะนี้อาการยังไม่ดีขึ้นต้องใช้เครื่องหายอยู่ในห้องไอซียูตลอดเวลา และตลอดช่วงเช้าที่ผ่านมายังไม่มีญาติของผู้บาดเจ็บมาเยี่ยมดูอาการแต่อย่างใด มีเพียง พล.ต.ต.วิชัย สังข์ประไพ ผบก.น.1 เดินทางมาเยี่ยมดูอาการเท่านั้น
ผบช.สันติบาล เผยการข่าวงานหนัก
พล.ต.ท.ตรีทศ รณฤทธิวิชัย ผู้บัญชาการตำรวจสันติบาล(ผบช.ส.) กล่าวว่า หลังจากนายกรัฐมนตรีประกาศยกเลิกพระราชกำหนดการบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน อีก 6 จังหวัด ได้แก่ พระนครศรีอยุธยา ชลบุรี หนองบัวลำภู ชัยภูมิ และ มหาสารคาม ต้องถือว่าพื้นที่ดังกล่าวสถานการณ์ดีขึ้นแล้ว และทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ประเมินแล้วว่าสามารถที่จะประกาศยกเลิกได้
แต่ในทางการข่าวที่ กองบัญชาการตำรวจสันติบาล รับผิดชอบ ถือว่าต้องทำงานหนักขึ้น ยิ่งยกเลิกก็ต้องระมัดระวังเพิ่มขึ้น ขณะนี้มีจังหวัดที่อยู่ภายใต้ พ.ร.ก.ฉุกเฉิน เหลืออยู่ 10 จังหวัดเท่านั้น รวมทั้ง กทม.และปริมณฑล ที่ยังมีการเคลื่อนไหวของกลุ่มป่วนเมืองอยู่
Tags : ระเบิดซอยรางน้ำ

ความคิดเห็นของข่าวนี้
เพื่อแสดงความคิดเห็น